วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ประจำวัน เวลา 07.00 น. พบค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในระดับสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ครอบคลุมพื้นที่ 46 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร
จากการตรวจวัดค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ พบค่าฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ระหว่าง 29.1-58.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยมีพื้นที่ที่ค่าฝุ่นละอองสูงสุด 5 อันดับแรก
1. เขตทวีวัฒนา (ทางเข้าสนามหลวง 2): 58.1 มคก./ลบ.ม.
2. เขตหนองแขม (สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ): 55.9 มคก./ลบ.ม.
3. เขตประเวศ (หน้าห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์): 48.4 มคก./ลบ.ม.
4. เขตราชเทวี (ภายในสำนักงานเขต): 48.2 มคก./ลบ.ม.
5. เขตบางรัก (ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า): 48.1 มคก./ลบ.ม.
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศในระยะนี้จะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แม้การระบายอากาศจะอยู่ในเกณฑ์ดี และได้รับอิทธิพลจากลมใต้ซึ่งช่วยให้การสะสมของฝุ่นละอองมีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากดาวเทียม NASA ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) จำนวน 2 จุด ในพื้นที่ แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งทางสำนักสิ่งแวดล้อมได้ประสานงานเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วนแล้ว
สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ยกระดับความเข้มงวดตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง เพื่อบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ พร้อมออกข้อแนะนำด้านสุขภาพ
- ประชาชนทั่วไป: ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง (หน้ากาก N95) ทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร และจำกัดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- กลุ่มเสี่ยง (เด็ก คนชรา ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ): หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือประชาชนลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษ เช่น งดการเผาในที่โล่ง และหมั่นตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ หากพบเห็นแหล่งกำเนิดมลพิษ สามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทาง Traffy Fondue หรือติดตามสถานการณ์ผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK และช่องทางออนไลน์ของกรุงเทพมหานครได้ตลอด 24 ชั่วโมง












