ช่วงนี้ละแวกเมืองเก่านั้นคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการมาของ Louis Vuitton Hotel ที่ทำให้ตึกเก่าอายุร้อยกว่าปีอย่างบ้านตรอกถั่วงอก กลายเป็นสถานที่เช็กอินที่ฮอตที่สุดในยามนี้ ทว่าสิ่งที่เราอยากแนะนำในวันนี้ไม่ใช่ป็อปอัปโฮเทลของแบรนด์ดัง หากแต่แชมเปญบาร์ไวบ์ดีบนชั้น 3 ที่ทำให้ไวบ์ของการดื่มการดริงก์ราวกับย้อนไปในยุค 30s


The Vibe
ด้วยความที่เป็นส่วนหนึ่งของ Louis Vuitton Hotel ทำให้บรรยากาศด้านในของ Noé Bar ถูกคุมโทนด้วยสีน้ำตาลเฉดเดียวกับแบรนด์ และเต็มไปด้วยของตกแต่งจากหลุยส์ วิตตอง โดยทางบาร์ได้นำแรงบันดาลใจของ Noé Bag ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นไอคอนิกมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการตกแต่ง
ย้อนกลับไปในปี 1932 Gaston Louis Vuitton ซึ่งดูแลแบรนด์ในขณะนั้น ได้รับออร์เดอร์พิเศษจากผู้ผลิตแชมเปญรายใหญ่ให้ช่วยออกแบบกระเป๋าสำหรับบรรจุขวดไวน์และแชมเปญเพื่อเป็นของขวัญ โดยมีข้อแม้ว่าต้องทนทาน หรูหรา สามารถใส่ขวดแนวตั้งได้หลายใบโดยที่ไม่แตก ตั้งแต่นั้นมากระเป๋ารุ่น Noé จึงถือกำเนิดขึ้น พร้อมกลายเป็นต้นแบบของกระเป๋าทรงบักเก็ตของวงการแฟชั่นยุคปัจจุบัน
ฉะนั้นอย่าแปลกใจ ถ้าเราจะเห็นกระเป๋าหลุยส์ รุ่น Noé อยู่ตามมุมต่างๆ ของร้าน ไม่ว่าจะเป็นผนัง วางไว้บนชั้นโชว์สวยๆ หรือแม้ตามเคาน์เตอร์บาร์ เพื่อให้คนที่มาดื่มมาดริงก์แวะไปลองหยิบลองจับกันได้ระหว่างรอเครื่องดื่ม รวมถึงมีประวัติและภาพโปสเตอร์ที่เกี่ยวกับหลุยส์ตกแต่งตอกย้ำบรรยากาศในยุค 30s เพิ่มขึ้นไปอีก


The Taste
Noé Bar เสิร์ฟเมนูเพียง 5 เมนู แบบไม่ซับซ้อนและจำไม่ยาก ได้แก่ Champagne, Cocktail, Tea, Coffee และ Mocktail โดยทุกเมนูยกเว้นแชมเปญคิดค้นสูตรและดูแลโดยทีมบาร์ของ Messengerservice ไว้ใจได้เลยทั้งเรื่องรสชาติและบริการ
ด้วยความที่ Noé Bag ถือกำเนิดมาจากกระเป๋าใส่ขวดแชมเปญ ทำให้เมนูเด่นของร้านหนีไม่พ้น Champagne by Glass (950++ บาท) ที่คุณสามารถสั่งมาจิบพลางชมกระเป๋าได้ โดยที่นี่ใช้ Ruinart Blanc de Blancs ซึ่งแชมเปญพรีเมียมจาก Maison Ruinart หนึ่งใน Champagne House ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
ตัวถัดมา Cocktail (580++) แก้วนี้เป็นส่วนผสมของจิน, เวอร์มุท, โอโลโรโซ เชอร์รี, สตรอว์เบอร์รี่ และบัลซามิก ให้ฟีลเรียบง่าย แต่หรูหรา มีความเซ็กซี่เล็กๆ เหมาะสำหรับคนชอบดื่มรสเข้ม ที่ไม่เข้มจนเกินไป
ส่วนใครที่ไม่ชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทางบาร์มีให้เลือก 3 เมนู ได้แก่ Mocktail (480++ บาท) ตัวนี้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ดื่มง่าย สดชื่น หอมกลิ่นผลไม้หน่อยๆ, Coffee (380++ บาท) ส่วนผสมของกาแฟเอสเปรสโซ ลิ้นจี่ ชาคอมมูฉะ และน้ำเชื่อม Orgeat เป็นกาแฟที่ดื่มเพลินกำลังดี และตัวสุดท้าย Tea (380+ บาท) ชาแก้วใสที่มีส่วนผสมของชาดำ พีช หญ้าแฝกหอม และดอกหอมหมื่นลี้ ดื่มแล้วหายร้อน หอมสดชื่นมาก





Good for…
นอกจากเมนูหลักแล้ว นักดื่มทุกคนยังสามารถสั่งเครื่องดื่มจากเมนูเต็มของ Messengerservice ได้ด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าคุณเป็นนักดื่ม หรือนักอยากจะดื่มที่อยากแวะมา Louis Vuitton Hotel อยู่แล้ว หรืออยากลอง Messengerservice ในมู้ดของ Noé Bar สามารถแวะมาได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 มีนาคม 2569
Noé Bar
Location: ชั้น 3 บ้านตรอกถั่วงอก
Open: ตั้งแต่วันนี้ – 15 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 – 20.00 น. (จันทร์-พฤหัสบดี) และ 10.00 – 21.00 น. (ศุกร์-อาทิตย์)
อ่านเพิ่มเติม:

