วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่ศาลปกครองกลาง ภาคประชาชน กลุ่มนิสิต นักศึกษา เดินทางมายื่นฟ้องต่อศาลในประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยขอให้ศาลพิจารณาว่า บัตรเลือกตั้งที่มีรหัสบาร์โค้ดซึ่งสามารถระบุ หรือย้อนกลับไปถึงตัวตนของผู้ลงคะแนนได้นั้น เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากละเมิดหลักการ ‘การลงคะแนนลับ’ ตามรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากหากบัตรเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมส่งผลให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อาจเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และยังยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้มีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่ยากจะแก้ไขเยียวยา หากมีการรับรองผลไปก่อน
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
ด้าน นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจําศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชี้แจงสาเหตุที่ไม่เลือกยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า กรณีการสั่งหรือการกระทําของ กกต. ที่สั่งให้มีการออกแบบบัตรในลักษณะนี้ ถือเป็นคําสั่งหรือการกระทําทางปกครอง จึงต้องมายื่นต่อศาลปกครอง ซึ่งเคยมีแนวคําวินิจฉัยหรือคําพิพากษาของศาลปกครอง หมายเลขแดง 607-608/2549 ว่า กรณีนี้อยู่ในเขตอํานาจพิจารณาของศาลปกครองกลาง เพราะคําสั่งเรื่องการกําหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่การกระทําในทางรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ในเขตอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ
สำหรับคําสั่งหรือวิธีการดําเนินการให้ออกแบบบัตรเลือกตั้ง จนสามารถสืบย้อนกลับไปได้นั้น เป็นคําสั่งหรือการกระทําที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทําให้บัตรเลือกตั้งดังกล่าว เมื่อถูกนําไปใช้ในการเลือกตั้ง อาจส่งผลให้การเลือกตั้งดังกล่าวนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย
ส่วนจะถึงขั้นเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ทนายย้ำว่า คํานิยามเช่นนั้น ตนไม่สามารถตอบเช่นนั้นได้ แต่หากกรณีศาลเห็นว่าเป็นการใช้บัตรเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปใช้ในการเลือกตั้ง ศาลอาจมีคําสั่งให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยห้ามใช้บัตรเลือกตั้งที่สามารถสืบย้อนไปยังถึงตัวตนคนที่มาลงคะแนนเสียงได้ แต่ถ้าจะตีความอย่างนั้นก็ใช่
นรเศรษฐ์ย้ำว่า ยังได้ขอให้ศาลดําเนินการเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน เพราะหากมีการรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว อาจจะเกิดปัญหาตามมาได้ หากภายหลังศาลวินิจฉัยว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจจะเกิดสถานะที่ยากต่อการเยียวยาในภายหลัง
สำหรับต้นขั้วและบัตรเลือกตั้งนั้น หากศาลมีคำสั่งจะต้องจัดเก็บด้วยวิธีการความปลอดภัยภายใต้การกํากับดูแล หรือคําสั่งของศาล เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล
นรเศรษฐ์ยังเปรียบเทียบกรณีนี้กับการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะในอดีตเมื่อปี 2549 และ 2557 ซึ่งมีพฤติการณ์ต่างกัน นรเศรษฐ์ระบุว่า ศาลปกครองเคยวินิจฉัยว่า เพียงแค่สามารถคาดเดาได้ว่าบุคคลนั้นลงคะแนนเสียงอย่างไร ก็วินิจฉัยว่าขัดต่อการลงคะแนนโดยลับแล้ว
ส่วนคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดว่า แค่อยู่ในวิสัยที่สามารถรู้ได้ ก็ถือว่าขัดต่อหลักการลงคะแนนเสียงโดยลับแล้ว หากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่อยู่ในวิสัย หรือสามารถคาดการณ์ แต่เพียงแค่สแกนก็สามารถรู้ได้




เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


