×

อิสราเอลเริ่มจดทะเบียนที่ดินเวสต์แบงก์ เป็นทรัพย์สินของรัฐ การตัดสินใจนี้น่ากังวลอย่างไร

16.02.2026
  • LOADING...
ภาพแผนที่แสดงพื้นที่เวสต์แบงก์ พร้อมการทำเครื่องหมายแสดงขอบเขตและการจดทะเบียนที่ดินโดยอิสราเอล ซึ่งมีผลต่อสถานะของดินแดนและชาวปาเลสไตน์

คณะรัฐมนตรีอิสราเอลมีมติเมื่อวานนี้ (15 กุมภาพันธ์) โดยได้อนุมัติให้เริ่มกระบวนการจดทะเบียนที่ดินในเขตเวสต์แบงก์ ให้กลายเป็น ‘ทรัพย์สินของรัฐ’ (State Property) ซึ่งถือเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1967 ที่มีการดำเนินมาตรการนี้

 

ข้อเสนอนี้ผลักดันโดยรัฐมนตรีขวาจัดอย่าง เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับ ยารีฟ เลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยการจดทะเบียนนี้มีเป้าหมาย เพื่อกำหนดให้พื้นที่ขนาดใหญ่ในเวสต์แบงก์กลายเป็นทรัพย์สินของอิสราเอลอย่างถาวร

 

มุมมองและเหตุผลจากอิสราเอล

 

สโมทริชกล่าวว่านี่คือ การปฏิวัติการตั้งถิ่นฐาน เพื่อเสริมสร้างการยึดครองพื้นที่ทั้งหมดของอิสราเอล ขณะที่ คัตซ์อ้างว่า เป็นมาตรการความมั่นคงที่จำเป็นและเป็นการตอบโต้กระบวนการจดทะเบียนที่ดินที่ดำเนินการโดยทางการปาเลสไตน์ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลยังระบุว่า มาตรการนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่มีอยู่ในขณะนี้

 

นอกจากนี้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังมองว่า การจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์เป็น ‘ภัยคุกคามความมั่นคง’ และพรรคร่วมรัฐบาลของเขาก็มีฐานเสียงสนับสนุนจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานที่ต้องการให้ผนวกเวสต์แบงก์ให้เป็นของอิสราเอล

 

โดยมาตรการนี้มีส่วนสำคัญที่จะช่วยกระชับการควบคุมเวสต์แบงก์ให้แน่นหนาขึ้น อำนวยความสะดวกให้ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลซื้อที่ดินได้ง่ายขึ้น และขจัดข้อจำกัดทางกฎหมายในการขยายนิคมชาวยิวในเวสต์แบงก์

 

การตัดสินใจนี้น่ากังวลอย่างไร

 

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ความเสี่ยงที่ชาวปาเลสไตน์จะสูญเสียที่ดินจำนวนมหาศาล โดยกลุ่ม Peace Now ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบการตั้งถิ่นฐานของชาวยิว ตือนว่ามาตรการนี้อาจนำไปสู่การแย่งชิงที่ดินจากชาวปาเลสไตน์ได้มากถึง ‘ครึ่งหนึ่ง’ ของพื้นที่เวสต์แบงก์

 

โดยการจดทะเบียนที่ดินจะเป็นการกำหนดสิทธิความเป็นเจ้าของอย่างถาวร แต่ปัญหาคือที่ดินส่วนใหญ่ของชาวปาเลสไตน์ ‘ไม่ได้’ มีการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ยาวนาน ซับซ้อน และที่สำคัญคืออิสราเอลได้ระงับกระบวนการจดทะเบียนนี้ไปตั้งแต่ปี 1967 ทำให้ชาวบ้านขาดเอกสารสิทธิ์ที่รัฐบาลอิสราเอลรับรอง

 

นักวิเคราะห์และทางการปาเลสไตน์มองว่า นี่ไม่ใช่แค่การจัดการบริหารที่ดิน แต่คือ ‘การผนวกดินแดนโดยพฤตินัย’ (De-facto Annexation)

 

การจดทะเบียนที่ดินให้เป็นทรัพย์สินของรัฐ เป็นการเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายของ ‘ดินแดนที่ถูกยึดครอง’ (Occupied Territory) ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอลอย่างถาวร ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า อิสราเอลกำลัง ซ่อนการผนวกดินแดนไว้ในรูปแบบของระบบงานของรัฐ (Bureaucratic Move) โดยทำให้ดูเหมือนเป็นเรื่องทางเทคนิค เพื่อขจัดอุปสรรคทางกฎหมายในการขยายถิ่นฐานชาวยิว

 

อีกทั้งการตัดสินใจดังกล่าว ยัง ‘ปิดกั้นโอกาส’ ในการตั้งรัฐปาเลสไตน์ โดยเวสต์แบงก์เป็นพื้นที่แกนหลักที่ชาวปาเลสไตน์ต้องการใช้สำหรับจัดตั้ง ‘รัฐเอกราช’ ในอนาคต การที่รัฐบาลอิสราเอลเร่งกระบวนการนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาที่จะ ‘ขัดขวาง’ การเกิดขึ้นของรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งเนทันยาฮูมองว่าเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล การผนวกที่ดินอย่างถาวรจะทำให้ ‘แนวทางสองรัฐ’ (Two-State Solution) เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

 

นอกจากนี้ นานาชาติยังมองว่า การกระทำนี้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน โดยกฎหมายระหว่างประเทศระบุว่า ‘ผู้มีอำนาจยึดครอง’ (Occupying Power) ไม่สามารถยึดหรือตั้งถิ่นฐานในดินแดนที่ถูกยึดครองได้ ขณะที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เคยมีความเห็นในปี 2024 ว่า การยึดครองและการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลนั้น ‘ผิดกฎหมายและควรยุติลง’

 

ปาเลสไตน์ระบุว่าการกระทำนี้เป็นการ ‘ยกระดับความรุนแรง’ ที่ทำให้ข้อตกลงที่เคยลงนามร่วมกันไปแล้ว ‘เป็นโมฆะ’ และกลุ่มฮามาสยังระบุว่า การตัดสินใจนี้ยังเป็นการขโมยดินแดนของชาวปาเลสไตน์ไปอย่างโจ่งแจ้งอีกด้วย หลายฝ่ายกังวลว่า มาตรการนี้อาจจะทำให้ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising