ตลาดแรงงานของบัณฑิตจบใหม่ในฮ่องกงกำลังถึงเข้าสู่สภาวะฝืดเคืองถึงขีดสุดนับตั้งแต่ปี 2021 โดยจำนวนตำแหน่งงานว่างลดลงกว่าครึ่ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นผลกระทบโดยตรงจากการก้าวเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และทิศทางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
ข้อมูลจากระบบข้อมูลงานสถาบันร่วม (JIJIS) ซึ่งบริหารจัดการโดยมหาวิทยาลัยรัฐทั้ง 8 แห่งของฮ่องกง ระบุว่าในปี 2025 จำนวนตำแหน่งงานว่างสำหรับเด็กจบใหม่มีเพียง 30,798 ตำแหน่ง ซึ่งลดลงถึง 55% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่มีสูงถึง 68,728 ตำแหน่ง ตัวเลขดังกล่าวนับเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี ซึ่งยังต่ำกว่าช่วงปี 2021 ที่ฮ่องกงกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิดเสียด้วยซ้ำ
แนวโน้มการลดลงเริ่มเห็นชัดมาตั้งแต่ปี 2024 ที่ยอดงานลดลง 22% จากปี 2023 ที่เคยมีตำแหน่งงานว่างสูงกว่า 87,600 อัตรา โดยนอกจากจำนวนงานจะน้อยลงแล้ว อัตราการเติบโตของเงินเดือนต่อปีก็กำลังลดน้อยถอยลงเช่นกัน ด้านรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของบัณฑิตจบใหม่ในปี 2025 อยู่ที่ 20,961 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 8.3 หมื่นบาท)
รายได้ดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 112 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 443 บาท) หรือคิดเป็น 0.5% เท่านั้น การขยับขึ้นที่น้อยนิดนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับช่วงปี 2022 ถึง 2024 ซึ่งเคยมีอัตราเติบโตของค่าจ้างพุ่งสูงถึง 4 ถึง 8% ต่อปี
แม้แต่ตำแหน่งงานระดับพรีเมียมอย่าง Management Trainee (MT) ที่บัณฑิตระดับ ‘หัวกะทิ’ ใฝ่ฝันก็ยังได้รับผลกระทบ โดยในปี 2025 มีตำแหน่งงานว่างเพียง 2,818 อัตรา ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี และลดลงจากปีก่อนถึง 25% โดยมีรายได้เฉลี่ยลดลง 1% มาอยู่ที่ 22,909 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 9.07 หมื่นบาท)
ข้อมูลจากกรมสำมะโนประชากรและสถิติยังชี้ให้เห็นว่า อัตราการว่างงานของกลุ่มคนอายุ 20 ถึง 24 ปี พุ่งสูงถึง 12.3% ในช่วงปลายปี 2025 โดยมีผู้ว่างงานรวม 17,500 คน ซึ่งเป็นสถิติที่สูงเป็นอันดับสองนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 1985 เป็นต้นมา โดยสถิติสูงสุดที่เคยบันทึกไว้คือช่วงปี 2020 ที่ 17.8%
บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Threads มีบัณฑิตจบใหม่มากมายออกมาตัดพ้อถึงความยากลำบาก เช่น bilibalgo ที่ระบุว่าเพื่อนรอบตัวของเขาครึ่งหนึ่งยังว่างงานอยู่ แม้จะเป็นศิษย์เก่าที่จบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง หรือจบด้านอักษรศาสตร์แต่ก็ยังหางานที่ให้เงินเดือน 15,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 5.94 หมื่นบาท) ได้ยาก
“ผมเองก็เรียนจบในสาขาที่เป็นวิชาชีพเฉพาะทางมาโดยตรง และเริ่มหางานมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีที่ไหนตอบรับเข้าทำงานเลย” bilibalgo กล่าว ซึ่งโพสต์ของเขามีผู้เข้ามาแสดงความเห็นถึง 400 ข้อความ และมียอดไลก์สูงถึง 5,000 ครั้ง สะท้อนถึงความอัดอั้นของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้อย่าง who_am_i0609 ที่ระบุว่าเธอรู้สึกเครียดและวิตกกังวลจนเริ่มควบคุมอารมณ์ได้ยาก เพราะยังหางานที่เหมาะสมไม่ได้เสียที ขณะที่ chest.nu1 ก็ยอมรับว่าเธอรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากใช้เวลาหางานมาอย่างยาวนานและพบว่าบางงานให้เงินเดือนที่ต่ำจนน่าตกใจ
อเล็กซา เชา อี้ผิง (Alexa Chow Yee-ping) ที่ปรึกษาอาวุโสด้านทรัพยากรบุคคล ให้ความเห็นกับ South China Morning Post ว่าการก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วของ AI ทำให้งานระดับเริ่มต้นที่เน้นการทำซ้ำๆ เช่น งานบริการลูกค้าทั่วไปหรืองานแปล ถูกแทนที่ได้โดยง่าย ส่งผลให้บริษัทปรับลดการรับคนจากเดิม 5 ตำแหน่งเหลือเพียง 3 หรือ 4 ตำแหน่งเท่านั้น
เชามองว่าความซบเซาของการจับจ่ายใช้สอยภายในฮ่องกงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ เนื่องจากธุรกิจร้านอาหาร ค้าปลีก และความบันเทิงได้รับผลกระทบจากการที่คนฮ่องกงเลือกไปใช้จ่ายในจีนแผ่นดินใหญ่มากขึ้น ทำให้บริษัทต่างๆ ลังเลที่จะจ้างบัณฑิตจบใหม่เพราะต้องใช้เงินลงทุนและกำลังคนในการฝึกสอนสูง
ทางด้าน บิล ลี เฉินซิง (Bill Lee Chern-hsing) กรรมการผู้จัดการของ Jobsdb Hong Kong มองว่านายจ้างในปัจจุบันมีความเข้มงวดในการคัดเลือกคนมากขึ้น โดยจะให้ความสำคัญกับผู้ที่มีประสบการณ์ตรงและสามารถเริ่มงานได้ทันที บัณฑิตจึงควรสะสมประสบการณ์ผ่านการฝึกงานหรือโปรเจกต์ต่างๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในยุคที่ตลาดแรงงานฝืดเคืองเช่นนี้
หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ฮ่องกง เท่ากับ 3.96 บาท ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569
ภาพ : Bruno M Photographie / Shutterstock
อ้างอิง:


