The Norm เกิดขึ้นจากบทสนทนาที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยตัวเลข แต่เริ่มจากความชอบในงานดีไซน์ของ เติร์ก-สิทธานต์ สงวนกุล ผู้ก่อตั้งบาร์แห่งนี้และอยู่เบื้องหลังบาร์มากมาย ในขณะที่ฝั่ง Dario Reicherl ซีอีโอ Fritz Hansen Asia มีแนวคิดที่อยากจะพาเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ที่เราเห็นแต่ในโชว์รูม ออกสู่ประสบการณ์จริง ที่เราสามารถจับ สัมผัส และใช้งานได้จริงเสมือนเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน
The Norm จึงเป็นบาร์ที่มีเฟอร์นิเจอร์สัญชาติเดนมาร์กจาก Fritz Hansen มากกว่า 100 ชิ้น เต็มไปด้วยชิ้นงานระดับไอคอนิกที่ถูกจัดวางให้พร้อมใช้งานในทุกโซน ควบคู่กับการดีไซน์บาร์และเครื่องดื่มประจำบาร์ให้เข้ากับประสบการณ์ขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล่านั้น
บทสนทนาต่อไปนี้คือการพูดคุยกับทั้งสองคนถึงแนวคิดเบื้องหลังการร่วมงานครั้งนี้ และเหตุผลที่ทำให้โปรเจกต์นี้แตกต่างจากคำว่าคอลแลปบอเรชั่นทั่วไป
ขอเริ่มด้วยคำถามง่ายๆ แต่ค่อนข้างสำคัญ อยากทราบว่าคุณร่วมงานกันได้อย่างไร และอะไรที่ทำให้คุณทั้งสองรู้สึกว่านี่คือพาร์ทเนอร์ที่ใช่
เติร์ก: เรียบง่ายมากครับ มันไม่ใช่เรื่องที่วางแผนไว้ หรือถูกนำโดยธุรกิจ หรือกลยุทธ์อะไรเลย สำหรับผมมันถูกนำโดยความรักและความหลงใหล เพราะผมใช้ Fritz Hansen เป็นการส่วนตัว ผมไปที่โชว์รูมของ Fritz Hansen ในกรุงเทพฯ บ่อยมากครับ บางครั้งไม่ได้ไปเพื่อซื้ออะไรด้วยซ้ำ แค่ไปเดินดูเฉยๆ

มาวันหนึ่งผมคุยกับคุณอิ๋ว (สุพรรณษา นันทะโคตร – Senior Sales Executive) ว่า ผมกำลังจะเปิดบาร์ใหม่ ผมเพิ่งได้พื้นที่บนดาดฟ้า เป็นตึกใหม่ แล้วคุณอิ๋วก็พูดว่า “ทำไมคุณเติร์กไม่เคยใช้แบรนด์ของเราในบาร์เลย ทั้งที่คุณเติร์กก็รักแบรนด์นี้”
ผมเลยบอกว่า จริงๆ ผมอยากทำนะ แต่ในเชิงธุรกิจ ถ้าเราเอามาใช้เยอะๆ ในพื้นที่สาธารณะ เราต้องพิจารณาเรื่องเงื่อนไขทางธุรกิจและการเงินให้ดี คุณอิ๋วก็บอกว่าเดี๋ยวจะลองไปคุยกับทางแบรนด์ดูว่าพวกเขาจะช่วยอย่างไรได้บ้าง เราจะทำให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเธอทำอย่างไรเหมือนกัน
Dario: คุณอิ๋วบอกผมว่า “ฉันมีลูกค้าพิเศษคนหนึ่ง เขาแทบจะเป็นพนักงานของ Fritz Hansen อยู่แล้ว เขาแวะมาบ่อยมาก และเขารู้เรื่องแบรนด์เยอะมาก”
เราเลยหารือกันเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ ในมุมส่วนตัว ผมรักโลก F&B มาก ผมเคยทดลองทำในเกาหลีและญี่ปุ่นมาบ้าง ทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร เนเชอรัลไวน์บาร์ ผมเห็นว่ามันได้ผลจริงๆ ในการให้คนได้มีปฏิสัมพันธ์กับสินค้าภายในสภาพแวดล้อมจริง ไม่ใช่แค่ในโชว์รูม
เพราะเวลาคุณไปร้านอาหาร คุณไปเพื่อกินข้าว คุณไม่ได้คิดถึงเฟอร์นิเจอร์หรอก แต่พอผ่านไปสักพัก คุณจะรู้สึกว่า “โอ้ ของ Fritz Hansen นี่ ดีจัง” พวกเขาจะได้สัมผัสผลิตภัณฑ์ในชีวิตจริงและเห็นคุณค่าของงานดีไซน์ ผมไม่ได้จินตนาการว่าจะทำอะไรที่ใหญ่โตขนาดนี้ ปกติเรามักคุยกันที่พื้นที่ประมาณ 120 ตารางเมตร แต่นี่มันใหญ่กว่านั้น 10 เท่า
ผมบอกได้เลยว่าไม่มีบาร์ไหนที่อยู่ในระดับนี้ ไม่ใช่แค่สำหรับ Fritz Hansen แต่รวมถึงไอคอนิกแบรนด์อื่นๆ ด้วย ส่วนด้านการออกแบบและการเงิน เราไม่ได้เป็นหุ้นส่วนทางการเงิน แต่เราเป็นพาร์ทเนอร์ในเชิงแบรนด์ดิ้ง และทำให้สถานที่แห่งนี้ประสบความสำเร็จซึ่งนั่นสำคัญกว่าเรื่องเงินครับ

หลังจากตัดสินใจทำงานร่วมกัน ขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างไรเพราะเข้าใจว่าอยู่คนละประเทศ?
Dario: สำหรับผม มันง่ายมากที่จะมาที่นี่ และเราก็คุยผ่าน WhatsApp ทั้งผม เติร์ก และอ๋อง วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ ( CEO และผู้ก่อตั้ง NORSE) เราคุยกันแบบเป็นกันเองมาก ไม่ใช่การต้องนัดประชุมนั่งล้อมโต๊ะกันทุกวันเสาร์ เวลาเขามีไอเดียหรือผมมีอะไรบางอย่าง ผมก็แค่ส่งข้อความหากัน มันไม่ใช่แค่เรื่องเลือกสีเก้าอี้เพราะเรื่องนั้นมันง่ายเกินไปสำหรับเรา เราคุยกันไปถึงขั้นว่าควรเปิดเพลงประเภทไหน เมนูควรเป็นอย่างไร รวมถึงเรื่องเทคนิคอย่างความสูงของเคาน์เตอร์ ท่านั่งของแขกควรเป็นอย่างไรดี
บาร์นี้คือส่วนผสมของเครื่องดื่มที่ดี บรรยากาศที่ใช่ เฟอร์นิเจอร์สวย และวิวก็สวยด้วย อยากรู้ว่าอะไรมาก่อนเมื่อคุณรู้ว่า Fritz Hansen จะมาร่วมงานด้วย?
เติร์ก: ก่อนหน้านี้เวลาผมจะเลือกอะไร ผมใช้ตัวตนและความชอบส่วนตัวสูงมาก ผมไม่ได้มีกลยุทธ์ว่าคนจะชอบอะไร หรือเทรนด์จะเป็นอย่างไร อย่างเมื่อ 10 ปีก่อน ผมคลั่งไคล้ชีวิตริมหาด ทุกอย่างในหัวผมก็จะไปทางนั้น แต่ ณ เวลานี้ ผมเชื่อในเรื่องการใช้ชีวิตที่ดี ดื่มสิ่งที่ดี และมีช่วงเวลาที่มีคุณภาพ ผมเลยรักพลังงานแบบนี้มากครับ เมื่อผมรู้ว่ามันจะเกิดขึ้น ผมตัดสินใจที่จะสนับสนุนปรัชญาของแบรนด์ ผมศึกษาเยอะมากว่าพวกเขาคิดอย่างไร พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่พวกเขาทำ แบรนด์นี้มีความถ่อมตัว จริงใจ หรูหราแต่ไม่ใช่ความหรูหราแบบอวดรวย

Dario: ผมขอเสริมนะครับ เวลาคุณเปิดบาร์หรือออกแบบอะไรก็ตาม คุณต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และมันมีสองทางเสมอ ทางแรกคือ คุณทำตามทางของคุณและพูดว่า “ฉันไม่สนใจหรอกว่าคนอื่นทำอะไร นี่คือทางของฉัน” ซึ่งมันหาได้ยากมาก ส่วนอีกทางหนึ่งคือดูว่า “ตอนนี้อะไรกำลังฮิต? งั้นเราทำตามแบบนั้นดีกว่า”
ถ้าอย่างนั้นคอนเซปต์ของบาร์นี้คืออะไร?
เติร์ก: ไม่ว่าเราจะทำอะไรมันคือบาร์ครับ สิ่งที่ผมทำคือการที่คนเข้ามาใช้เวลาที่นี่ มีค็อกเทลในมือ มีช่วงเวลาที่ดี คอนเซปต์คือผมอยากให้คนมาที่นี่และใช้เวลาได้นานเท่าที่เขาต้องการ จะมาบ่อยแค่ไหนก็ได้ วันนี้นั่งมุมนี้ พรุ่งนี้นั่งอีกมุม ผมอยากให้คนมีประสบการณ์ที่ดีในทุกประสาทสัมผัส ไม่ใช่แค่มาเต้นอย่างเดียว คุณสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เพราะเรามีเฟอร์นิเจอร์หลายประเภทให้สัมผัส

คุณเลือกเฟอร์นิเจอร์จาก Fritz Hansen เข้าบาร์อย่างไร ?
เติร์ก: ผมบอกได้เลยว่า 60% เริ่มจากเก้าอี้ครับ ทันทีที่ผมรู้ว่าโปรเจกต์นี้จะเกิดขึ้น ผมรู้เลยว่าต้องมีเก้าอี้ตัวนี้ เรามีทั้ง The Egg™, The Swan™, Series 7™ และ PK31™ โดย Poul Kjærholm ทั้งหมดนี้คือระดับไอคอนครับ

หลายๆ ชิ้นทำขึ้นมาพิเศษสำหรับที่นี่เลยใช่ไหม ?
เติร์ก: แน่นอนครับ ผมเปิดบาร์มาเยอะมาก เราแค่เลือกซื้อเก้าอี้หรือสั่งทำจากจีนนั่นคือความจริงที่เราทำกัน แต่สำหรับบาร์นี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเก้าอี้ เราตัดสินใจเลือกเก้าอี้เข้าบาร์ก่อน ดังนั้นผมไม่สามารถบอกผู้ผลิตได้ว่าขอเปลี่ยนความลาดชัน หรือเก้าอี้มันลึกไป หรือตื้นไป ทุกอย่างเริ่มจากเก้าอี้ บาร์นี้ผมคิดย้อนกลับหมดกันเลย เพราะเก้าอี้สำคัญมากจริงๆ เวลาลูกค้ามาที่นี่ พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนเก้าอี้ ผมไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน ปกติผมจะเริ่มที่ตัวบาร์ก่อนแล้วเก้าอี้ค่อยตามมา
Dario: รวมถึงที่พักเท้าของ Fritz Hansen บริเวณบาร์หลัก ที่เติร์กสั่งปรับเคาน์เตอร์บาร์ให้เข้ากับเก้าอี้และที่พักเท้า ซึ่งผมกังวลมาก เพราะถ้าเราทำพลาดไปแค่ 1 เซนติเมตร ลูกค้าจะรู้สึกได้ทันที ดังนั้นมันต้องสมบูรณ์แบบครับ

โปรเจกต์นี้ใช้เวลาพัฒนานานแค่ไหนครับ
Dario: หนึ่งปีครับ ประมาณ 8-9 เดือน ผมว่าเหมือนเด็กที่อยู่ในท้อง 9 เดือน
เติร์ก: เท่าที่จำได้ เราจับมือกันตอนที่เรายังไม่รู้ขนาดพื้นที่ด้วยซ้ำ
และตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว รู้สึกอย่างไรกันบ้าง
Dario: น่าทึ่งมากครับ นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมเห็นมันเสร็จสมบูรณ์ ครั้งที่แล้วยังไม่มีผ้าม่าน และเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกที่ต่างออกไป ผมยังต้องศึกษาที่นี่อีกเยอะเพราะมันเปลี่ยนไปทุกชั่วโมง แสงธรรมชาติที่นี่สำคัญมากด้วยระดับความสูงและวิวขนาดนี้
ก่อนหน้านี้ผมเห็นที่นี่ผ่านแบบวาดและภาพเรนเดอร์จากสถาปนิกมานับครั้งไม่ถ้วน เหมือนผมเคยมาที่นี่เป็นร้อยครั้งแล้ว เราเคยถ่ายรูปกันที่นี่ตอนมีแต่ฝุ่นเต็มไปหมด แต่ผมจินตนาการไม่ออกว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้ แม้ภาพเรนเดอร์จะดีแค่ไหนก็ตาม แต่เทคโนโลยีก็สู้ของจริงไม่ได้เลย ผมชอบระบบเสียง แม้จะไม่มีเพลงก็ไม่มีเสียงสะท้อนมากนัก ทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งวัสดุและเก้าอี้

เติร์ก: ในฐานะเจ้าของธุรกิจ เรามักจะตื่นตระหนกตลอดเวลา ผมนอนไม่หลับ กังวลไปหมด คอยเช็กและถามว่า ทำไมช้าจัง? ทำไมอันนี้ไม่เป็นแบบนี้? แต่ทุกครั้งที่กลับบ้าน ผมจะมีความคิดหนึ่งที่บอกตัวเองและทีมงานเสมอว่า สุดท้ายแล้วเมื่อเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นมาลงมันจะเป็นจุดเปลี่ยนของเกมเลย
ดังนั้นเราแค่เตรียมสเกลให้ถูกต้องก็พอ เมื่อเฟอร์นิเจอร์ถูกติดตั้ง ทุกอย่างจะจบ และวันที่ของมาส่ง ทฤษฎีนั้นก็ถูกต้องครับ มันเหมือนจิ๊กซอว์ทุกชิ้นที่ต่อกันพอดี สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสเกล สเกลห้ามผิดเด็ดขาด
เรามาคุยเรื่องเครื่องดื่มกันบ้าง ที่นี่มีเครื่องดื่มพิเศษที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Fritz Hansen หรือจากเก้าอี้บ้างไหม ?
เติร์ก: ก่อนอื่นต้องอธิบายว่าเมนูตอนนี้เป็นเมนูชั่วคราว เราเพิ่งเปิดได้เดือนเดียว เราจะเปิดตัวเมนูใหม่ช่วงกลางเดือนมีนาคม เราคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้เครื่องดื่มเข้ากับเก้าอี้ ซึ่งเราจะไม่ได้ทำเครื่องดื่มที่หน้าตาเหมือนเก้าอี้ แต่สิ่งที่เราคิดคือเรื่องประสบการณ์ขณะดื่ม เพราะเรามีบาร์หลายแห่งที่เสิร์ฟเครื่องดื่มไม่เหมือนกัน
ผมลองนั่งเก้าอี้ทุกตัว อย่างเก้าอี้ The Egg™มันคือการเอนหลังพักผ่อนอย่างเต็มที่ ถ้าคุณถือแก้วที่สูงเกินไป มันจับไม่ถนัด สำหรับ The Egg™ผมอยากได้ความรู้สึกผ่อนคลายกับน้ำแข็งก้อนกลมๆ เป็นแนว on the rock

เมนูซิกเนเจอร์ของเราจึงถูกออกแบบมาเพื่อนำเสนอประสบการณ์นั้น เราอยากให้คนค่อยๆ จิบเครื่องดื่ม ไม่จำเป็นต้องใช้หลอดหรือแก้วใบใหญ่ แต่ ถ้าคุณอยากได้เครื่องดื่มแบบอื่น เราก็ทำให้ได้ แต่ในเมนูบาร์เราจะนำเสนอสิ่งเป็นประสบการณ์ดื่มที่ประณีตที่สุด
หรือบาร์หลัก เราเน้นความอบอุ่นเหมือน Sugarray Apartment มีค็อกเทลกาแฟ ค็อกเทลที่มีแอลกอฮอล์ต่ำ มีแชมเปญชมพระอาทิตย์ตก ฯลฯ ทุกบาร์มีเมนูที่แตกต่างกัน คุณสามารถนั่งตรงไหนก็ได้และสั่งข้ามไปมาได้
Dario: คุณจะได้สัมผัสกับเครื่องดื่มที่เข้ากับสถานที่ และท่าทางเวลานั่งอยู่บนเก้าอี้ เพราะเก้าอี้แต่ละตัวจะมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

คุณทั้งสองคนชอบบาร์โซนไหนมากที่สุด ?
Dario: สำหรับผมคือโซนเก้าอี้ PK31™ มันดูมีความคิดสร้างสรรค์และกะทัดรัดกว่า ผมว่านี่น่าจะเป็นบาร์เดียวในโลกที่มีเก้าอี้ PK31™ ผมจะไม่บอกว่าราคามันเท่าไร ลองไปเช็กราคาเองได้ มันบ้ามาก แต่มันไม่ใช่เรื่องของราคา เหมือนเวลาคุณเช่ารถเฟอร์รารี่ มันเป็นเรื่องของความสมบูรณ์แบบ ในช่วงกลางวันมันให้ความรู้สึกเหมือนห้องนั่งเล่นที่เป็นส่วนตัวมาก
เติร์ก: ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาอยู่ตรงบาร์วงกลมเยอะมาก และพอดึกหน่อยผมก็จะย้ายมาที่บาร์นี้เพื่อดูพระอาทิตย์ตกดินผ่านหน้าต่าง มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ครับ บอกยากจริงๆ
นอกเหนือจากการเป็นบาร์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว คุณอยากให้คนจดจำ The Norm ไว้อย่างไร
เติร์ก: สำหรับผม ผมอยากให้มันเป็นประสบการณ์แห่งความทรงจำ ไม่ว่าพวกเขาจะสังเกตเห็นรายละเอียดหรือไม่ก็ตาม แต่ผมอยากให้พวกเขารู้สึก และเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในความทรงจำ ลูกค้าหลายคนอาจไม่รู้จักเก้าอี้พวกนี้เลย ซึ่งนั่นไม่เป็นไรครับ แต่เมื่อวันหนึ่งที่พวกเขาเดินทางไปที่อื่น แล้วนึกขึ้นได้ว่า “ฉันเคยไปบาร์นั้นมาก่อน ที่นั่นชื่ออะไรนะ? อ๋อ The Norm เขาใช้เก้าอี้แบบนี้ มันมีประสบการณ์แบบนี้” เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาจะรู้เองว่าที่นี่พิเศษแค่ไหน
Dario: ผมหวังว่าคนจะเห็นค่าและเข้าใจความแตกต่างของงานฝีมือ (Craftsmanship) และงานดีไซน์ที่ดีในพื้นที่แห่งนี้ คุณหาเก้าอี้ก๊อปปี้ได้ทั่วโลก แต่ลองเอาเก้าอี้ The Egg™ ของปลอมมาวางสิ แค่ไม่ต้องนั่งคุณก็เห็นความแตกต่างแล้ว ถ้าคนเริ่มชื่นชมคุณภาพ พวกเขาจะเลือกซื้อสิ่งต่างๆ ในชีวิตต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ดอกไม้ หรืออาหาร คุณไม่จำเป็นต้องรวยครับ บางครั้งการจ่ายมากกว่าในตอนแรกอาจหมายถึงการจ่ายน้อยลง เพราะคุณซื้อสิ่งที่อยู่ได้ตลอดกาล คุณไม่จำเป็นต้องไปบาร์ทุกวัน ไปแค่สัปดาห์ละ 2 ครั้งแต่เลือกสถานที่ดีที่สุด ผมอยากให้คนชื่นชมคุณภาพและงานดีไซน์ ที่ทำให้พวกเขามีความสุข นั่นแหละคือสิ่งที่ผมหวังไว้


