ปีใหม่ทั้งที ลองทิ้งของที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิตดูไหม?
หลายคนอาจมองว่าการเคลียร์บ้านเป็นเรื่องเหนื่อยและใช้เวลา แต่ความจริงแล้วบ้านที่เป็นระเบียบช่วยให้ชีวิตโล่งขึ้นกว่าที่คิด ทั้งช่วยลดความเครียด ทำให้ใช้เวลาในแต่ละวันได้มีประสิทธิภาพขึ้น และยังทำให้เราเห็นชัดขึ้นว่าอะไรคือสิ่งจำเป็นจริงๆ ในชีวิต ช่วงต้นปีแบบนี้จึงเป็นจังหวะดีที่จะค่อยๆ ปล่อยของที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อเปิดพื้นที่ให้สิ่งใหม่เข้ามา และหนึ่งในแนวคิดการจัดบ้านที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือหลักการของ Marie Kondo นักจัดบ้านชาวญี่ปุ่น ผู้ทำให้การจัดบ้านไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาด แต่เป็นเรื่องของการเลือกสิ่งที่เหมาะกับชีวิตเรา
หลักการจัดบ้านของ Marie Kondo หรือ KonMari Method คือการจัดระเบียบจากความรู้สึก มากกว่าความจำเป็น เธอเชื่อว่าบ้านที่ดีไม่จำเป็นต้องมีของน้อยที่สุด แต่ควรเต็มไปด้วยของที่เรารู้สึกดีกับมันจริงๆ โดยหลักการสำคัญสามารถสรุปออกมาเป็นหัวข้อเข้าใจง่ายดังนี้

เก็บไว้เฉพาะของที่ทำให้รู้สึกดี (Spark Joy)
ทุกครั้งที่หยิบของขึ้นมา ให้ถามตัวเองตรงๆ ว่า “ของชิ้นนี้ยังทำให้เรารู้สึกดีอยู่ไหม” ถ้าคำตอบคือไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนเก็บไว้ แนวคิดนี้ช่วยให้เราคัดของได้ชัดเจนขึ้น และลดการเก็บของเพราะเสียดายหรือคิดว่าอาจได้ใช้ในอนาคต
จัดของตามประเภท ไม่ใช่ตามห้อง
แทนที่จะจัดทีละห้อง Marie Kondo แนะนำให้จัดตามหมวด เช่น เสื้อผ้าทั้งบ้าน หนังสือทั้งหมด หรือเอกสารทั้งหมด วิธีนี้ทำให้เราเห็นภาพรวมว่ามีของแต่ละประเภทมากแค่ไหน และช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเก็บอะไรไว้จริงๆ
เริ่มจากของที่ตัดสินใจง่ายก่อน
ลำดับการจัดก็สำคัญ เธอแนะนำให้เริ่มจากเสื้อผ้า ต่อด้วยหนังสือ เอกสาร ของจุกจิก และปิดท้ายด้วยของที่มีคุณค่าทางใจ เพราะเมื่อเราผ่านของที่ตัดสินใจง่ายมาแล้ว สมองจะค่อยๆ ชินกับการเลือก และพร้อมรับมือกับของที่ตัดใจยากมากขึ้น
ขอบคุณของที่ปล่อยไป
ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เป็นหัวใจของวิธีนี้ การขอบคุณของที่ไม่ได้ใช้แล้วก่อนทิ้งหรือส่งต่อ ช่วยให้เราปล่อยวางได้ง่ายขึ้น และไม่รู้สึกผิดกับการเคลียร์ของ
สุดท้ายแล้ว KonMari Method ไม่ได้ทำให้บ้านเป็นระเบียบแค่ช่วงสั้นๆ แต่ช่วยปรับวิธีคิดของเราต่อการใช้ชีวิต เมื่อเหลือแต่ของที่เลือกมาอย่างตั้งใจ บ้านจะค่อยๆ เข้าที่เอง และการจัดบ้านในช่วงปีใหม่ก็กลายเป็นการตั้งหลักให้ชีวิตเดินต่อได้เบาขึ้นในปีถัดไป


