×

เปิดสถิติปี 68 ธุรกิจปิดกิจการ 2.2 หมื่นราย สวนทางเงินต่างชาติทะลักไทย 3.24 แสนล้าน รัฐเปิดเกมล่านอมินีฮุบที่ดิน 5 สัญชาติ

21.01.2026
  • LOADING...
ธุรกิจปิดกิจการ-เลิกกิจการ 2568

สรุปสถิติปี 2568 ธุรกิจไทยตั้งใหม่ยังโต 85,251 ราย ส่วนเลิกกิจการ 22,783 ราย

 

ต่างชาติลงทุนไทย 324,148 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี กรมพัฒน์ฯ เผยเดินหน้าปราบนอมินี-บัญชีม้า 6 กลุ่มธุรกิจเสี่ยง พร้อมเจาะเป้า 5 สัญชาติเข้าข่ายนอมินี ‘ฮุบที่ดิน’

 

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดตั้งใหม่ตลอดทั้งปี 2568 มีจำนวน 85,251 ราย ลดลง 2,345 ราย คิดเป็น 2.68% เมื่อเทียบกับปี 2567 (87,596 ราย) ทุนจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 264,237 ล้านบาท ลดลง 21,508 ล้านบาท คิดเป็น 7.53% เมื่อเทียบกับปี 2567 (285,745 ล้านบาท)

 

โดยเมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ได้แก่

 

1. ธุรกิจบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น

 

2. ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ตและห้องชุด

 

3. ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า

 

​ขณะที่ ​ภาพรวมการจดทะเบียนเลิกตลอดทั้งปี 2568 มีจำนวน 22,783 ราย ลดลง 896 ราย คิดเป็น 3.78% เมื่อเทียบกับปี 2567 (23,679 ราย) ทุนจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 106,594 ล้านบาท ลดลง 64,586 ล้านบาท คิดเป็น 37.73% เมื่อเทียบกับปี 2567 (171,180 ล้านบาท)

 

รายงานข่าวระบุว่า ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มบริการและค้าส่งค้าปลีก ซึ่งปิดกิจการมีหลากหลายประเภท เช่น

 

ร้านค้าปลีก, ธุรกิจบริการ, การผลิต, อสังหาริมทรัพย์, และรวมถึงธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี/บัญชีม้า

 

ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อลดลง และการแข่งขันสูงทำให้หลายธุรกิจโดยเฉพาะรายเล็กปรับตัวไม่ไหว ต้องเลิกกิจการ และภาพรวมมาจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่เปราะบาง

 

ส่งผลให้ ปี 2569 จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และปัจจัยภายนอกประเทศยังสูง อาจมีผลต่อการจัดตั้งธุรกิจใหม่ กรมฯจึงประมาณการจัดตั้งธุรกิจใหม่ไว้ที่ 8-8.5 หมื่นราย ใกล้เคียงกับปี 2568

 

ต่างชาติลงทุนไทยทะลุ 3 แสนล้าน ทุบสถิติในรอบ 5 ปี

 

​ส่วนตลอดปี 2568 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 1,078 ราย เงินลงทุน รวมทั้งสิ้น 324,148 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นมูลค่าเงินลงทุนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี (2564-2568)

 

 

ประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

 

  • ญี่ปุ่น 186 ราย คิดเป็น 17% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 85,688 ล้านบาท
  • สิงคโปร์ 167 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 103,399 ล้านบาท
  • จีน 152 ราย คิดเป็น 14% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 35,046 ล้านบาท
  • สหรัฐอเมริกา 148 ราย คิดเป็น 14% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 5,073 ล้านบาท
  • ฮ่องกง 113 ราย คิดเป็น 10% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 14,869 ล้านบาท

 

ปราบนอมินี-บัญชีม้า 6 กลุ่มธุรกิจเสี่ยง ล็อกเป้า 5 สัญชาติ ‘ฮุบที่ดิน’

 

พูนพงษ์ กล่าวอีกว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าปราบปรามนอมินีและบัญชีม้าอย่างเข้มข้นในปี 2568 บูรณาการร่วมกับ 17 หน่วยงาน ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 6 กลุ่มธุรกิจ เป้าหมายกว่า 46,918 ราย พบพฤติการณ์ถือหุ้นแทนคนต่างด้าวหลายกรณี และส่งข้อมูลให้ DSI บก.ปอศ. และตำรวจดำเนินคดี ได้แก่

 

  • ท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง
  • ค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
  • e-Commerce ขนส่งและคลังสินค้า
  • โรงแรมและรีสอร์ต
  • เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร
  • ก่อสร้างทั่วไป

 

ช่วงปฏิบัติการเร่งด่วน 3 เดือน (ต.ค.-ธ.ค. 68) ตรวจพื้นที่สำคัญ 12 จังหวัด พบผู้เข้าข่ายกระทำผิดและส่งดำเนินคดี 11 ราย ส่งข้อมูลนิติบุคคลเสี่ยงให้ ปปง. 357 ราย และให้กรมสรรพากรตรวจสอบ 3,634 ราย พร้อมจัดมหกรรมสร้างความรู้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,625 ราย และออก 5 มาตรการจดทะเบียนใหม่ เพื่อปิดช่องนอมินี – บัญชีม้า

 

สำหรับปี 2569 กรมฯ เตรียมยกระดับการป้องกัน ใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล คัดกรอง ‘กลุ่มเสี่ยงการใช้นอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์’ 21,459 ราย โดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน ปีนี้จะเน้นตรวจสอบทั้ง 4 กลุ่ม

 

  • การลงทุนโดยตรง (FDI)
  • การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
  • การครอบครองเพื่อการเกษตรกรรม
  • การครอบครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

 

โดยมีการประชุมครั้งแรกกับ 17 หน่วยงาน เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบ สำหรับจังหวัดเป้าหมายจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กรุงเทพและปริมณฑล

 

“ต่างชาติสนใจเข้ามาครอบครองที่ดินในไทยมากขึ้น 5 สัญชาติ อาทิ รัสเซีย อิสราเอล ยุโรป อินเดีย จีน แม้ในแง่ของความเสียหายไม่อาจประเมินเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ แต่ย่อมมีผลกระทบต่อการลงทุนในไทย”

 

ภาพ: Deagreez/Getty Images

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising