วันนี้ (20 ม.ค.2569) บริษัท ลอนดรี้ ยู จํากัด (มหาชน) หรือ WASH ผู้นำธุรกิจ ร้านสะดวกซัก WashXpress ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินกลยุทธ์เชิงรุก ยกระดับมาตรฐานใหม่ ร้านสะดวกซักภายใต้แนวคิด Olympics Standard ชูโมเดลขยายสาขาเปิดเอง ปั้นกำไรเติบโตระยะยาว ทางรอดตลาด Red ocean
กวิน กลองกระโทกประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เปิดเผยว่า ตลาดร้านสะดวกซักคือ Red Ocean ของธุรกิจแฟรนไชส์ ที่เน้นขยายตัวแต่ขาดมาตรฐาน ตลาดถูกครอบงำ โดยโมเดลแฟรนไซส์ ที่ให้ความสำคัญกับการขยายสาขามากกว่าการรักษาคุณภาพบริการ ทำให้ลูกค้าและผู้ประกอบการต้องทนกับ Pain Points เดิมๆ ดังนี้
- ร้านไม่สะอาด (Unclean Stores) เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ลูกค้าต้องการความสะอาด แต่กลับเจอร้านสกปรก
- เครื่องเสียบ่อยและซ่อมนาน (Frequent & Slow Repairs) เครื่องเสียเป็นเดือน ไม่มาซ่อม ทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึก และผู้ประกอบการเสียรายได้
- บริการลูกค้าที่ติดต่อไม่ได้ (Unresponsive Customer Service) เมื่อเกิดปัญหา Call Center โทรไปก็ไม่มีคนรับสาย ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ทันที่
ด้วยเหตุนี้ WASH จึงเลือกลงทุนในระบบและบริหารจัดการสาขาด้วยตัวเอง 100% เพราะไม่ได้ต้องการแข่งขันด้านราคา แต่เชื่อว่าการควบคุมคุณภาพ และมาตรฐาน คือทางเดียวที่สร้างแบรนด์ที่อยู่ได้นานและยั่งยืนในตลาด Red Ocean สะท้อนจากยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่เติบโตเร่งตัวขึ้นเป็น 9.7% จาก 7.9% ในปีก่อนหน้า
ในปี 2569 บริษัทจะดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจเชิงรุก เน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Olympics Standard หรือมาตรฐานระดับโอลิมปิก ที่เราคาดว่าจะเป็นมาตรฐานใหม่ของร้านสะดวกซัก โดยมีกลยุทธ์หลักๆ ดังนี้
- ทุ่มเงินลงทุน 400 ล้าน เปิดร้าน WashXpress บริหารเอง 100 สาขาใหม่ ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศไทยในปี 2569 ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 591 สาขาใน 21 จังหวัดหลัก ในปี 2569 สาขาที่เปิดใหม่ 50-60% จะเปิดใน 21 จังหวัดเดิม เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และเดินหน้ารุกสู่ภูมิภาคสำคัญ อย่างภาคเหนือ และภาคใต้
- ชูโมเดลแบรนด์ร้านสะดวกซักที่บริษัทบริหารเอง (Own Store)
หยุดขายแฟรนไชส์ เน้นเปิดสาขาเอง ทำให้สามารถควบคุมมาตรฐาน ของร้านทุกสาขา ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันได้ ทั้งปัจจุบันมีแฟรนไชส์ทั้งหมด
79 สาขา ซึ่งไม่ได้มีการขยายสาขาเพิ่มมา 3 ปีแล้ว เพื่อให้ลูกค้าที่ซื้อแฟรนไชส์ มีพื้นที่เติบโตระยะยาวไปกับธุรกิจได้
ทั้งนี้ในอนาคตบริษัทฯ มีแผนจะขยายบริการเสริมต่อเนื่องจากบริการซักอบพับ เป็นรับรีดผ้า และส่งผ้ากับลูกค้าทั้ง B2C และ B2B ซึ่งทั้งสองบริการนี้อยู่ระหว่างการ ทดลองในบางพื้นที่ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายครบจบในที่เดียว
มั่นใจปี 69 รายได้โต 25% เหนือตลาด
สำหรับเป้าหมายในปี 2569 ในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 25 % และตั้งเป้ายอดขายในสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 10% เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการมอบบริการ และประสบการณ์ในการใช้งานร้านสะดวกซักที่ดีที่สุด ทั้งนี้คาดว่าตลาดธุรกิจร้านสะดวกซักในประเทศไทย จะเติบโตต่อเนื่องประมาณ 10% ต่อปี
ทั้งนี้ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2568 WASH มีรายได้รวม 745.82 ล้านบาท เติบโต 24.79% และมีกำไรสุทธิ 87.29 ล้านบาท เติบโต 50.60% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรสุทธิ 11.70% และประกาศปันผลระหว่างกาล (งวด ม.ค.-มิ.ย. 68) จ่าย 0.0722 บาท/หุ้น ตามนโยบายของ บริษัทฯ ในการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
โมเดลเปิดสาขาเอง ทางรอดธุรกิจร้านสะดวกซัก ในตลาด Red Ocean
ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เปิดเผยว่า การขายแฟรนไชส์ในระยะเริ่มต้น สร้างผลกำไรที่ดีกว่าเพราะไม่มีต้นทุน ขายแล้วรับรู้รายได้เลย เมื่อเทียบกับการเปิดสาขาเอง (Own store) ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง (CAPEX) ทั้งค่าเช่าที่ ค่าตกแต่งร้าน ค่าจ้างพนักงาน แต่เมื่อขยายสาขา ไปถึงจุดหนึ่งจะถึงจุดคุ้มทุน จากรายได้ประจำ (Recurring income) ซึ่งจะทำให้กำไรเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ในขณะที่การขายแฟรนไชส์ รายได้จากการขายเครื่องซักผ้าเกิดขึ้นครั้งเดียว และยอดขายพึ่งพาภาวะเศรษฐกิจสูง ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายก็ไม่ดีตามไปด้วย
สำหรับความกังวลด้านการแข่งขันตัดราคา และการเข้ามาของธุรกิจรายใหญ่ ในภาพใหญ่ของตลาดยังไม่มีสงครามราคา แต่ถ้าลงไปดูในภาพเล็ก บางพื้นที่ที่มีร้านสะดวกซักเปิดใกล้กัน อาจมีการแข่งตัดราคากันอยู่บ้าง สำหรับรายใหญ่ที่เป็นเจ้าตลาดร้านสะดวกซื้อ อาจมองว่าธุรกิจนี้ไม่คุ้มทุน


