ปัญหาน้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กลับมาเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอีกครั้ง หลังพื้นที่แห่งนี้ต้องเผชิญกับอุทกภัยซ้ำซาก ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ และทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะคำถามถึงแนวทางป้องกันในระยะยาว เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญกับวงจรน้ำท่วมและรอรับการเยียวยาหลังเกิดเหตุ
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว การจัดสรรงบประมาณปี 2570 เพื่อรับมือปัญหาน้ำท่วม กลายเป็นประเด็นถกเถียงระหว่างรัฐบาล หน่วยงานรัฐ และท้องถิ่น หลังมีข้อวิจารณ์ว่างบประมาณด้านการป้องกันภัยพิบัติอาจยังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่ามีการเตรียมมาตรการและเร่งใช้งบกลางเพื่อแก้ไขจุดเสี่ยงสำคัญ
ประเด็นนี้ มีจุดเริ่มต้นจากการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของ จูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ตั้งคำถามต่อทิศทางการจัดสรรงบประมาณด้านการรับมือภัยพิบัติ โดยเห็นว่ารัฐบาลให้น้ำหนักกับงบเยียวยาหลังเกิดเหตุ มากกว่าการลงทุนเพื่อป้องกันความเสียหายล่วงหน้า โดยยกกรณีปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่เมื่อปี 2568 เป็นตัวอย่าง
การอภิปรายดังกล่าวจุดกระแสถกเถียงถึงแนวทางการใช้งบประมาณปี 2570 ในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย โดยเฉพาะบทบาทของรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดลำดับความสำคัญของโครงการและการจัดสรรงบประมาณ เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในพื้นที่หาดใหญ่
ประเด็นดังกล่าวยิ่งร้อนแรงขึ้น เมื่อ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ออกมาชี้แจงข้อมูลคนละด้านเกี่ยวกับการเสนอของบประมาณ การจัดสรรงบปี 2570 และการดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายท้องถิ่นถึงแนวทางดูแลประชาชนในพื้นที่
ภราดร ชี้แจงกรณีถูกวิจารณ์ว่า รัฐบาลตัดงบแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยพื้นที่ พร้อมระบุว่าในการประชุม กรอ. วาระพิเศษ ได้มีการเสนอของบ 99.5 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาคลอง ร.1 และล่าสุดรัฐบาลเตรียมใช้งบกลาง 457 ล้านบาท เพื่อเร่งดำเนินโครงการก่อนฤดูน้ำหลาก
ภราดรระบุว่า ก่อนหน้านี้เทศบาลนครหาดใหญ่เคยแจ้งว่าจะใช้เงินสะสมของเทศบาลเอง จึงไม่ได้เสนอของบในที่ประชุมระดับพื้นที่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า คำของบประมาณปี 2570 ของเทศบาลและท้องถิ่นไม่ได้มุ่งเน้นโครงการป้องกันน้ำท่วม แต่มีการเสนอสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ ทำถนน และจัดซื้อเจ็ตสกี จึงเห็นว่าการกล่าวหารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับหาดใหญ่เป็นการนำเสนอข้อมูลเพียงบางส่วน
นอกจากนี้ ภราดรยังระบุว่า เทศบาลนครหาดใหญ่ยังมีเงินสะสมกว่า 200 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่นำมาใช้แก้ไขปัญหาเร่งด่วน พร้อมย้ำว่าอยากให้ประชาชนรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย และไม่ควรตัดสินจากข้อมูลเพียงด้านเดียว
ขณะที่ ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ยืนยันว่า งบประมาณปี 2570 สำหรับแก้ปัญหาน้ำท่วมของเทศบาลถูกตัดออกเกือบทั้งหมด โดยโครงการที่เสนอขอไว้เหลือเพียงเรือยาง 4 ลำ รถบรรทุกสิบล้อ 3 คัน และถนน 1 สาย ซึ่งยังต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมาธิการงบประมาณ พร้อมย้ำว่าโครงการห้องเรียนอัจฉริยะเป็นคำของบในสมัยอดีตนายกเทศมนตรี ไม่ใช่การเสนอในสมัยของตน ส่วนโครงการจัดซื้อเจ็ตสกีนั้นมีการเสนอขอจริง แต่ถูกตัดออกทั้งหมด
ณรงค์พรยังโต้แย้งกรณีรัฐบาลระบุว่า เทศบาลนครหาดใหญ่มีเงินสะสมกว่า 200 ล้านบาท โดยยืนยันว่าปัจจุบันเหลือเงินสะสมเพียง 42 ล้านบาท เนื่องจากได้นำไปใช้ฟื้นฟูความเสียหายจากอุทกภัย ซ่อมแซมโรงเรียน ถนน สถานพยาบาล จัดซื้ออุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงดำเนินการขุดลอกคูคลองและจัดซื้อเครื่องสูบน้ำ จึงสามารถตรวจสอบยอดเงินคงเหลือได้
พร้อมย้ำว่าเทศบาลได้ขุดลอกคูคลองแล้วกว่า 200 กิโลเมตร และพร้อมปฏิบัติหน้าที่รับมือสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มที่ แม้งบประมาณปี 2570 จะยังต้องผ่านการพิจารณาอีกหลายขั้นตอนก็ตาม
ในวันเดียวกันนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจคันคลองระบายน้ำ ร.1 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำกัดเซาะ พร้อมกำชับหน่วยงานเร่งซ่อมแซมให้แล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก
นายกรัฐมนตรีระบุว่า กรมชลประทานยืนยันว่าจะสามารถดำเนินการซ่อมแซมได้ทัน พร้อมเตรียมเสนอของบกลางเพื่อใช้แก้ไขปัญหา โดยย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
ส่วนกรณีข้อวิจารณ์เรื่องการจัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาน้ำท่วม นายกรัฐมนตรียืนยันว่า การดำเนินการเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและหน่วยงานราชการ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง โดยเป้าหมายหลักคือการดูแลความปลอดภัยและประโยชน์ของประชาชน
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ให้ความมั่นใจกับประชาชนในพื้นที่ว่า อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าน้ำจะมาถึง โดยปีที่ผ่านมาเกิดความเสียหายอย่างมากในพื้นที่จังหวัดสงขลา รัฐบาลได้ถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ความเสียหายเกิดขึ้นซ้ำ ประชาชนจะได้ไม่ต้องประสบความยากลำบาก และรัฐบาลต้องดำเนินการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนสิ้นปี
วันนี้รัฐบาลมาพร้อมหน้าพร้อมตาด้วยความกังวล เพราะหากลงพื้นที่แล้วไม่สามารถดำเนินการได้จะทำอย่างไร จึงนำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาร่วมรับผิดชอบ โดยตนเองเป็นจำเลยที่หนึ่งอย่างแน่นอน แต่ต้องมีจำเลยร่วมด้วย เพราะทุกฝ่ายมีส่วนเกี่ยวข้อง
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงผู้บริหารท้องถิ่นและหน่วยงานในพื้นที่ว่า ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ เมื่อครั้งเกิดน้ำท่วมที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ เห็นสภาพความเสียหาย และกลับไปเร่งดำเนินการเยียวยา รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก
“เราไม่สามารถป้องกันฝนไม่ให้ตกได้ แต่เรารู้ว่าฝนอาจตกหนักและน้ำไหลมาจากหลายทิศทาง ดังนั้นไม่ว่าน้ำจะมามากเพียงใด รัฐบาลต้องบอกประชาชนได้ว่าได้เตรียมการป้องกันไว้แล้ว โดยเฉพาะระบบช่วยเหลือประชาชนที่ต้องไม่มีการขาดแคลนและไม่ล่าช้าอีกต่อไป”
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอความเห็นใจต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงเกิดเหตุ โดยยืนยันว่า ทหาร ตำรวจ แพทย์ ข้าราชการ และหน่วยงานแทบทุกกระทรวงที่อยู่ในพื้นที่ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ต่างร่วมกันแก้ไขปัญหาและเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ใช้เวลาทุกช่วงในการระดมทรัพยากรเข้ามาแก้ไขปัญหา วันนี้มาตรวจคลองภูมินาถดำริ หรือ คลอง ร.1 ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล กรมชลประทานได้เตรียมการซ่อมแซม ขณะที่กรมทางหลวงจะดำเนินการซ่อมแซมถนน โดยใช้งบประมาณจากงบกลาง เพื่อช่วยเหลือประชาชนจังหวัดสงขลา และป้องกันปัญหาน้ำที่จะเกิดขึ้นภายในสิ้นปีนี้ให้ได้มากที่สุด
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าสงขลาเป็นจังหวัดสำคัญของประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสและรายได้ให้ประชาชน ขอให้ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเร่งอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือประชาชนจังหวัดสงขลาและจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมสอบถามประชาชนว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส เดือนนี้ใช้หมดแล้วหรือยัง ก่อนประชาชนตอบว่าหมดแล้ว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แบบนี้เศรษฐกิจดี ไม่ต้องกังวล เพราะยังเหลือเวลาอีก 2 เดือน โครงการดังกล่าวช่วยลดค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี วันนี้ประชาชนมีอะไรสามารถสะท้อนความคิดเห็นได้ ไม่มีปัญหา จะตำหนิหรือวิพากษ์วิจารณ์ได้ รัฐบาลมารับฟังปัญหา หากมีข้อเสนอให้แก้ไขด้วยเหตุผล รัฐบาลพร้อมรับฟัง ขอให้คลายความกังวล ทุกฝ่ายจะร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนสงขลาให้ สส. กับตนเอง 4 คน หากทำไม่ได้ก็ถือว่าแย่ ตนต้องทำให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทั้งจังหวัดสงขลา และจะทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมระบุว่ายังมีโอกาสพบประชาชนอีกหลายครั้งในช่วงที่รัฐบาลยังทำหน้าที่อยู่
ท้ายที่สุด ประเด็นการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่จึงไม่ได้อยู่เพียงที่ตัวเลขงบประมาณ แต่ยังสะท้อนความเห็นต่างระหว่างรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อการจัดลำดับความสำคัญของโครงการ การเสนอของบประมาณ และการใช้เงินสะสมของท้องถิ่น ขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่ามีเป้าหมายเดียวกัน คือการลดผลกระทบจากอุทกภัยและปกป้องความปลอดภัยของประชาชน แม้จะมีข้อมูลและมุมมองที่แตกต่างกันในรายละเอียด


