หุ้นไทยบวก 5 วันรวด ทะลุ 1,300 จุด พร้อมแรงซื้อสุทธิของต่างชาติเฉียด 10,000 ล้านบาท (14 – 19 มกราคม) นักวิเคราะห์มองเป็นแรงเก็งกำไรระยะสั้น ที่มาพร้อมแนวโน้มเงินบาทแข็งค่า หลังจากทองคำทำสถิติใหม่
ย้อนกลับไปเมื่อ 13 มกราคมที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทย (SET) ร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 4 เดือนที่ 1,232 จุด ก่อนจะพุ่งขึ้นราว 70 จุด กลับมาแตะระดับ 1,306 จุด สูงสุดในรอบ 2 เดือน
ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า แรงซื้อสุทธิของต่างชาติในช่วงที่ผ่านมามีลักษณะเป็น ‘เงินร้อน’ (Hot Money) ที่เข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น
“ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดการซื้อสุทธิของต่างชาติกับ Program Trading สอดคล้องกัน ขณะที่โฟลว์ของ ETF ก็ไม่ได้เข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ และบังเอิญสอดคล้องกับค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ที่บาทแข็งค่านำหน้าประเทศอื่นๆ โดดเด่นมาก เพราะสาเหตุสำคัญจากทองคำอีกครั้ง” ณัฐชาตกล่าว
โดยปกติแล้ว หากราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่ เงินบาทจะแข็งค่าขึ้น และเมื่อเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่ามากๆ ก็จะมีฟันด์โฟลว์เข้ามาเพื่อเก็งกำไรค่าเงินด้วยส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นแรงซื้อสุทธิรอบนี้อาจเป็นเพียงการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
ณัฐชาตกล่าวต่อว่า แรงเก็งกำไรจะเริ่มแผ่วลงเมื่อเงินบาทถึงจุดวกกลับ และเมื่อเงินบาทแข็งค่าเพราะทองคำ อาจต้องรอดูว่าราคาทองคำจะหยุดขึ้นเมื่อใด ซึ่งจะทำให้เงินบาทหยุดการแข็งค่า และเริ่มเห็นการขายทำกำไรชั่วคราวของ Hot Money รอบนี้
“ถ้ามอง Valuation หุ้นไทย ไปต่อได้อยู่แล้ว แม้จะขึ้นมาตรงนี้ (1,300 จุด) ก็ยังไม่ถึงค่าเฉลี่ย หากอิงค่าเฉลี่ย P/E 14 เท่า ดัชนี SET มีระดับเหมาะสมที่ 1,360 จุด”
Election Rally ส่งผลแค่ไหน?
คำถามต่อมาคือ การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีของไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ส่งผลต่อหุ้นไทยแค่ไหน ณัฐชาตมองว่า ในอดีตนักลงทุนต่างชาติมักจะไม่เก็งกำไรก่อนหน้าการเลือกตั้ง แต่จะเห็นแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศเข้ามาก่อน
“ตอนนี้ยังไม่เห็นแรงซื้อของสถาบันเข้ามา ส่วนต่างชาติมักจะรอให้เห็นความแน่นอนของผลการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลที่รวดเร็วก่อนจะซื้อเข้ามา เรามักจะไม่เห็นต่างชาติเก็งกำไรไปก่อน”
ด้าน ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวว่า โดยปกติแล้ว Election Rally มักเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้งประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ครั้งนี้ไม่อยากให้น้ำหนักกับประเด็นนี้มากนัก เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกหลังจากหุ้นไทยเปิดเผยความจริงว่า ที่ผ่านมาคือบุญเก่า และบุญนั้นหมดแล้ว ดังนั้นสถิติเดิมอาจจะใช้ไม่ได้อีกแล้ว
“เศรษฐกิจไทยจมอย่างเดียว แต่ปฏิเสธเลยไม่ได้ว่าตั้งแต่ประกาศยุบสภา เงินไม่ได้ไหลออกนอกประเทศ”
หุ้นไทยจะไปได้ถึงตรงไหน?
ประกิตกล่าวต่อว่า หุ้นไทยขึ้นมารอบนี้ค่อนข้างเป็นไปตามคาด ปีนี้หุ้นไทยน่าจะให้ผลตอบแทนรวม (Total Return) ประมาณ 10% ซึ่งยังต่ำกว่าหุ้นเอเชียที่มีการคาดการณ์กันว่าจะให้ผลตอบแทนถึง 18% ในปีนี้
“หุ้นไทยยัง undervalue มากๆ รีเทิร์น 10% ไม่ได้ยาก ส่วนตัวเชื่อว่าหุ้นไทยจะไปได้ถึงอย่างน้อย 1,400 จุด แต่จะสังเกตว่าหุ้นที่วิ่งขึ้นรอบนี้ส่วนมากจะเป็นการ buy the dip ก่อนจะค่อยๆ เวียนหุ้นไปเรื่อยๆ ส่วนโอกาสที่หุ้นไทยจะวิ่งไปไกลกว่านั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าผลการเลือกตั้งออกมาเป็นอย่างไร” ประกิตกล่าว
ภาพ: hallojulie/Getty Images


