ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท หรือเรียกง่ายๆ ว่างบประมาณแผ่นดินของไทย กำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ และอาจนำไปสู่ปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต จาก ‘ทางตัน’ ที่รออยู่
กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า ประเทศไทยกำลังจะเจอกับ ‘ทางตันงบประมาณ’
“ปีนี้งบรายจ่ายประจำ 3 ล้านล้าน เท่ากันพอดีกับรายได้รัฐบาล หมายความว่าปี 70 นี้ ทุกบาทที่รัฐลงทุน เราต้องใช้เงินกู้ เรากำลังเดินสู่ทางตันครับ” กรณ์ระบุ
กรณ์กล่าวต่อว่า ไทยมีสองกฎหมายที่กำกับการจัดทำงบประมาณ
- พรบ. วินัยทางการคลัง ระบุว่า รัฐบาลต้องจัดงบลงทุนอย่างน้อย 20% ของงบประมาณรวมและงบลงทุนต้องไม่น้อยกว่าเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล
- พรบ. หนี้สาธารณะ บอกว่าห้ามขาดดุลเกิน 20% ของงบประมาณ (+80% ของงบคืนหนี้)
สรุป 2 พรบ.นี้บอกว่า “เรากู้มากกว่าเราลงทุนไม่ได้ และเราต้องลงทุนอย่างน้อย 20%”
ซึ่งหมายความว่า หากปีหน้ารายจ่ายประจำเพิ่มขึ้น แต่รายได้ภาษีอยู่เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายจ่าย ไทยจะมีปัญหา ‘กับดักกฎหมาย’ ทันที
“ลองดูนะครับ สมมติรายจ่ายเพิ่มขึ้นเท่ากับ 2% ของงบรวม ในขณะที่รายได้อยู่เท่าเดิมนั่นหมายความว่า ปีหน้ารายจ่ายประจำจะสูงกว่ารายได้ คือเราต้องกู้มาจ่ายเงินเดือนข้าราชการ กู้มาจ่ายบำนาญ กู้มาคืนเงินกู้”
และที่สำคัญ จะแปลว่าเราจะมีเงินกู้เหลือเพียง 18% ที่จะลงทุน เพราะตามกฎหมายไทยกู้ได้แค่ 20% ของงบประมาณฯ เท่ากับว่าไทยจะติดกับดัก พรบ.วินัยทางการคลังทันที ที่ระบุว่ารัฐบาลต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 20% ของงบประมาณ
ทั้งนี้ กรณ์มองว่า ไทยมีทางออกมี 6 ทาง ได้แก่
- ลดค่าใช้จ่ายประจำ ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นทุกปี อย่างรวดเร็ว
- เพิ่มรายได้ภาษี ซึ่งส่วนสำคัญขึ้นอยู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี ซึ่งที่ผ่านมาเศรษฐกิจโตช้า และสัดส่วนการจัดเก็บภาษีเทียบกับเศรษฐกิจโดยรวมลดลงอย่างน่าใจหาย
- แก้กฎหมาย พรบ. วินัยทางการคลัง เพื่อลดสัดส่วนการลงทุน
- แก้ พรบ. หนี้สาธารณะ เพื่อเปิดให้รัฐบาลกู้ชดเชยการขาดดุลได้มากขึ้น
- กู้นอกระบบงบประมาณทุกปี ด้วยการออก พรก.เงินกู้ แบบรอบล่าสุด
- ปล่อยให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ nominal GDP โตมากขึ้น แต่กำลังซื้อของประชาชนลดลง
ชัดเจนว่าเราต้องเลือกเดินทางที่ 1 และ 2 เป็นหลัก คือ ‘ลดรายจ่าย/เพิ่มรายได้’ เพราะแนวทางอื่นเป็นแนวทางที่จะมีผลทางลบอย่างมากกับเสถียรภาพเศรษฐกิจ เอาว่านำพาไปสู่หายนะและความยากจนก็ว่าได้
“ที่ผ่านมารัฐบาลย้ำเสมอว่าจะทำแบบ 1 และ 2 แต่รัฐบาล พูดแล้วไม่ได้ทำจริง ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีพูดว่า ‘เราต้องเลือกว่าจะแก้ไขที่โครงสร้าง หรือจะกู้เพิ่มต่อไปเรื่อยๆ’ เท่าที่เห็นคำตอบชัดเจนว่า รัฐบาลเลือกกู้เพิ่มต่อไปเรื่อยๆ”
และในกรณีการกู้ พรก. 400,000 ล้านบาท นั้น ชัดเจนว่าเป็นการใช้เงินกู้ที่ขาดวินัยทางการคลังอย่างสิ้นเชิง
กรณ์ทิ้งท้ายว่า “ผมจะมานำเสนอต่อไปครับ ‘ว่าแก้ไขที่โครงสร้าง’ ทำได้อย่างไรบ้าง ถ้าไม่ทำ ผมฟันธงเลยครับ ว่าเราจะเจอวิกฤติการคลัง นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ภายในไม่เกิน 2-3 ปี”

