วันนี้ (20 มกราคม) องค์การ UNICEF ประกาศแต่งตั้ง เคน เลกินส์ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทยคนใหม่ โดยเลกินส์มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระหว่างประเทศยาวนานกว่า 25 ปี และเคยทำงานในหลายประเทศ เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เบลีซ และอิรัก อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการส่งเสริมสุขภาพของเด็กและวัยรุ่น เลกินส์จะนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความมุ่งมั่นในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิเด็ก มาขับเคลื่อนภารกิจของ UNICEFในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ
เลกินส์กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กลับมาประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ผมชื่นชมมาโดยตลอดในฐานะผู้นำด้านสาธารณสุขและการส่งเสริมสุขภาพของเด็ก ผมเคยมีโอกาสทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยมาก่อน ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยบุกเบิกแนวทางใหม่ในการรับมือกับปัญหาเอชไอวีในผู้หญิงและเด็ก ซึ่งด้วยการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย รวมถึง UNICEF ประเทศไทยสามารถบรรลุความสำเร็จอย่างโดดเด่น ทั้งในด้านการรักษาผู้หญิงและเด็กที่มีเชื้อเอชไอวี และการป้องกันการแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนั้น”
เขากล่าวเสริมว่า “ผมมีความมุ่งมั่นที่จะนำทีม UNICEF สนับสนุนรัฐบาลไทยในการรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน ตั้งแต่ภาวะทุพโภชนาการและความเหลื่อมล้ำ ไปจนถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการย้ายถิ่นฐาน ขณะเดียวกันประเทศไทยยังมีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่โดดเด่น พร้อมแบ่งปันให้แก่นานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การคุ้มครองทางสังคม และการคุ้มครองเด็กข้ามชาติ”
ก่อนเข้ารับตำแหน่งในประเทศไทย เลกินส์เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศเบลีซ โดยมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการใช้นวัตกรรมทางการเงิน นอกจากนี้เขายังมีบทบาทสำคัญในการร่วมจัดตั้งสำนักงาน UNICEF ระดับพหุประเทศแห่งใหม่ในภูมิภาคแคริบเบียน ก่อนหน้านั้น เลกินส์เคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ฝ่ายโครงการ ประจำประเทศอิรัก โดยบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ได้รับผล กระทบจากการพลัดถิ่น ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับบริการทางสังคมในพื้นที่
ในช่วงต้นของเส้นทางอาชีพ เลกินส์เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงฝ่ายการจัดหาและจัดส่งอุปกรณ์ช่วยชีวิตเด็กในประเทศเดนมาร์ก โดยบริหารระบบห่วงโซ่อุปทานที่มีบทบาทสำคัญในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งช่วยให้ UNICEF สามารถจัดส่งวัคซีนไปทั่วโลกได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางด้านสุขภาพวัยรุ่น เอชไอวี และอนามัยแม่และเด็กจากการทำงานร่วมกับ UNICEF และองค์การอนามัยโลกในหลายภูมิภาคทั่วเอเชียและยุโรป รวมถึงพื้นที่ที่เผชิญสถานการณ์วิกฤต
ในฐานะผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทย เลกินส์จะทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ตลอดจนเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องสิทธิของเด็กทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่เปราะบางที่สุด พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบคุ้มครองทางสังคม การศึกษา สาธารณสุข และการคุ้มครองเด็ก และผลักดันให้เสียงของเด็กและเยาวชนได้รับการสะท้อนในนโยบายสาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาโดยตรง
เลกินส์กล่าวทิ้งท้ายว่า “UNICEF เป็นพันธมิตรที่ประเทศไทยให้ความไว้วางใจมาอย่างยาวนานเกือบ 80 ปี และเราได้ร่วมกันสร้างความก้าวหน้าเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนหลายล้านคนทั่วประเทศ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้สานต่อภารกิจสำคัญนี้ และมุ่งหวังที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนชาวไทย เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่เด็กทุกคนได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเท่าเทียม โดยจะไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
ภาพ: UNICEF ประเทศไทย


