×

หุ้นเทคจีนร้อนแรงรับปีใหม่ แซงหน้าสหรัฐฯ จากพลัง AI จุดกระแสลงทุน

18.01.2026
  • LOADING...
หุ้นเทคจีนร้อนแรงรับปีใหม่ แซงหน้า สหรัฐฯ จากพลัง AI จุดกระแสลงทุน

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีนเปิดฉากปีใหม่อย่างร้อนแรง โดยดัชนีหุ้นเทคโนโลยีในประเทศ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น Nasdaq ของจีน ปรับตัวพุ่งขึ้นเกือบ 13% นับตั้งแต่ต้นเดือน ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีจีนที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงเพิ่มขึ้นเกือบ 6% ทำผลงานโดดเด่นเหนือกว่าดัชนี Nasdaq 100 ของสหรัฐฯ ได้อย่างชัดเจน

 

แรงหนุนสำคัญมาจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อเทคโนโลยีที่จีนพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งได้กลายเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนตลาดหุ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจีนยังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัวก็ตาม

 

แนวโน้มเชิงบวกดังกล่าวมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยได้รับแรงส่งจากการเตรียมเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่ของ DeepSeek ควบคู่ไปกับการประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับใหม่ของรัฐบาลจีน ซึ่งจะมุ่งเน้นนโยบายพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ

 

นับเป็นเวลากว่าเกือบหนึ่งปีนับตั้งแต่ DeepSeek สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ด้วยการเปิดตัว AI ต้นทุนต่ำแต่มีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba, Tencent และบริษัทเทคโนโลยีจีนรายอื่นๆ เร่งเดินหน้าแข่งขัน พัฒนา และนำ Generative AI ไปปรับใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างกว้างขวาง

 

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนก็แสดงศักยภาพที่โดดเด่น ทั้งในภาคการผลิตและการใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยมีการผสานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เข้ากับเครื่องจักรความแม่นยำสูง รวมถึงโดรนขนส่ง ซึ่งช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของจีนในสายตานักลงทุน จากประเทศฐานการผลิตต้นทุนต่ำ สู่การเป็นคู่แข่งด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ท้าทายสหรัฐฯ อย่างจริงจัง

 

ปัจจัยทั้งหมดนี้สะท้อนถึง ‘คลื่นนวัตกรรมรอบใหม่’ ที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความเปราะบาง

 

มาร์ก โมเบียส กรรมการผู้จัดการกองทุน Mobius Emerging Opportunities Fund กล่าวว่า ทิศทางเทคโนโลยีของจีนมีความคึกคักอย่างมาก โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำเหนือสหรัฐฯ ในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ชิป และ AI ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวกำลังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลให้ไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง

 

สอดคล้องกับข้อมูลจาก Jefferies Financial Group ระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของหุ้น AI จีนจำนวน 33 บริษัทที่ติดตาม เพิ่มขึ้นแตะระดับ 7.32 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา และยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก เนื่องจากปัจจุบันมูลค่าตลาด AI ของจีนคิดเป็นเพียง 6.5% ของสหรัฐฯ เท่านั้น

 

กระแสความร้อนแรงยังส่งผลเชิงบวกต่อตลาด IPO โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI หลายแห่งทำผลงานได้โดดเด่นหลังเข้าจดทะเบียน ส่งผลให้บริษัทดาวรุ่งรายอื่นๆ เตรียมเข้าระดมทุนในตลาดตามมา ไม่ว่าจะเป็น Xpeng Aeroht หน่วยธุรกิจรถบินได้ของ Xpeng, LandSpace Technology ผู้พัฒนาจรวดเชิงพาณิชย์ รวมถึง BrainCo สตาร์ตอัปด้านอินเทอร์เฟซสมองและคอมพิวเตอร์

 

อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาหุ้นได้จุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับระดับมูลค่าที่ตึงตัว ตัวอย่าง เช่น Cambricon ผู้ผลิตชิป AI ที่มีอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ล่วงหน้าสูงถึง 120 เท่า ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มหุ่นยนต์ของจีนมีค่า P/E เฉลี่ยมากกว่า 40 เท่า สูงกว่าดัชนี Nasdaq 100 ของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ราว 25 เท่า โดยล่าสุดรัฐบาลจีนเริ่มออกมาตรการคุมเข้มการให้กู้ยืมเพื่อซื้อหุ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการเก็งกำไรที่ร้อนแรงเกินไปในภาคเทคโนโลยี

 

นักวิเคราะห์จาก Gavekal Research ระบุว่า กลยุทธ์ AI ราคาถูกแต่คุณภาพสูงของจีนอาจสร้างผลตอบแทนได้รวดเร็วกว่ารูปแบบ AI ต้นทุนสูงของสหรัฐฯ โดยจุดที่ตลาดจับตาอยู่ในขณะนี้ คือการเปิดตัวโมเดล R2 จาก DeepSeek ในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งหากสามารถยกระดับประสิทธิภาพได้ในต้นทุนที่ต่ำลงอีก ก็อาจกลายเป็นตัวเร่งการเติบโตรอบใหม่ให้กับตลาดหุ้นจีน

 

นอกจากนี้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะประกาศในเดือนมีนาคม 2026 และให้ความสำคัญกับการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ว่าหุ้นเทคโนโลยีจีนในกลุ่ม AI เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ และไบโอเทคโนโลยี มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดสหรัฐฯ ได้ในระยะยาว

 

ภาพ:C.Aphirak/shutterstock

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising