โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขู่เตรียมใช้กฎหมายปราบปรามกบฏ (Insurrection Act) ส่งทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ในรัฐมินนิโซตา จากเหตุประท้วงจากการตรวจคนเข้าเมือง หลังเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Immigration and Customs Enforcement: ICE) สังหารพลเมืองอเมริกันเสียชีวิต และยิงชายชาวเวเนซุเอลา
เมื่อคืนนี้ (16 มกราคม) ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า เขาพิจารณาใช้กฎหมายปราบปรามกบฏปี 1807 เพื่อปราบปรามสถานการณ์ประท้วงในรัฐมินนิโซตา กรณีเจ้าหน้าที่ ICE สังหาร เรเน กูด (Renee Good) พลเมืองในเมืองมินนิอาโปลิสวัย 37 ปี รวมถึงยิง ฆูลิโอ เซซาร์ โซซา-เซลิส (Julio Cesar Sosa-Celis) ชายชาวเวเนซุเอลา จนได้รับบาดเจ็บ
“ถ้านักการเมืองที่คอร์รัปชันในรัฐมินนิโซตาไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และไม่หยุดยั้งผู้ปลุกปั่นและผู้ก่อการจลาจลจากการโจมตีเจ้าหน้าที่ของ ICE ซึ่งพวกเขาแค่พยายามทำหน้าที่ของตนเองอยู่ ผมจะใช้ ‘กฎหมายปราบกบฏ”
ทรัมป์ยังวิจารณ์ ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาจากพรรคเดโมแครต พร้อมเรียกพลเมืองเชื้อสายโซมาเลียในรัฐว่า เป็น ‘ขยะ’ ที่สมควรถูกขับไล่ออกจากนอกประเทศ
ทั้งนี้ กฎหมายปราบปรามกบฏปี 1807 เปิดทางให้ประธานาธิบดีสามารถส่งกองทัพหรือดึงกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) ไปปราบปรามกลุ่มกบฏ ถือเป็นข้อยกเว้นทางกฎหมายที่อนุญาตทหารออกมาปราบปรามประชาชนธรรมดาได้ ทำให้ทรัมป์เผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล และขัดต่อรัฐธรรมนูญของประเทศ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเกือบ 3,000 นายเข้าพื้นที่รอบมินนิอาโปลิส โดยกลุ่มต่อต้านบางส่วนพยายามใช้วิธีตะโกนหรือเป่านกหวีดประท้วง ขณะที่กองกำลังตอบโต้ด้วยการใช้ระเบิดแฟลช และยิงแก๊สน้ำตา




ภาพ: ZUMA Press Wire / Anadolu via Reuters
อ้างอิง:


