×

EU-NATO ทำอะไรได้บ้าง เพื่อหยุดยั้งทรัมป์ ไม่ให้ยึดกรีนแลนด์

13.01.2026
  • LOADING...
EU-NATO ทำอะไรได้บ้าง เพื่อหยุดยั้ง ทรัมป์ ไม่ให้ยึด กรีนแลนด์

ท่าทีของทรัมป์ ที่ประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “สหรัฐฯ จำเป็นต้องครอบครองกรีนแลนด์” โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่อง ‘ความมั่นคงของชาติ’ ส่งผลให้พันธมิตรชาติตะวันตก ทั้งสหภาพยุโรป (EU) และองค์การ NATO ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

 

โดยกรีนแลนด์ ในฐานะดินแดนปกครองตนเอง แม้จะเป็นเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก แต่ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกของทั้งสองกลุ่มเหมือนกับที่เดนมาร์กเป็น

 

แต่ถึงกระนั้นกรีนแลนด์ ยังคงได้รับการคุ้มครองจากพันธมิตร NATO ผ่านการเป็นสมาชิกของเดนมาร์ก

 

อย่างไรก็ตาม ความปรารถนาของทรัมป์ ที่พูดชัดและจริงจังขึ้นมากนับตั้งแต่กรณีการบุกจับผู้นำเวเนซุเอลาในช่วงปีใหม่ ทำให้ผู้นำยุโรปต้องออกมาแสดงท่าทีเพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิของกรีนแลนด์และเดนมาร์ก

 

แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้นำยุโรปจะยับยั้งความฝันของทรัมป์ได้อย่างไร หรือจะตอบโต้อย่างไร หากทรัมป์เดินหน้าแผนยึดกรีนแลนด์ขึ้นมาจริงๆ

 

และนี่คือบางทางเลือกที่ EU และ NATO มี

 

การทูตและความมั่นคงในทวีปอาร์กติก

 

  • มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดการพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กและกรีนแลนด์ในวันพุธ (14 มกราคม) แต่เจสเปอร์ โมลเลอร์ โซเรนเซน (Jesper Møller Sørensen) เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำสหรัฐฯ และจาคอบ อิสโบเซทเซน (Jacob Isbosethsen) ทูตพิเศษของกรีนแลนด์ ได้เริ่มล็อบบี้ สส.สหรัฐฯ แล้ว

 

  • แนวทางทางการทูตส่วนหนึ่งของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยเน้นย้ำว่า สนธิสัญญาป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐฯ-เดนมาร์กที่มีอยู่แล้วตั้งแต่ปี 1951 ซึ่งได้รับการปรับปรุงในปี 2004 อนุญาตให้มีการขยายกำลังทหารของสหรัฐฯ บนเกาะกรีนแลนด์อย่างมาก รวมถึงการสร้างฐานทัพใหม่ด้วย

 

  • ทั้งเดนมาร์กและกรีนแลนด์เน้นย้ำข้อความของเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ที่กล่าวว่า “การโจมตีกรีนแลนด์ของสหรัฐฯ ซึ่งเท่ากับการที่สมาชิก NATO ชาติหนึ่ง หันมาโจมตีสมาชิกอีกชาติหนึ่ง จะหมายถึง จุดจบของ NATO”

 

  • แม้ว่าคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่ากรีนแลนด์ “เต็มไปด้วยเรือของจีนและรัสเซียทุกหนทุกแห่ง” จะเป็นการกล่าวเกินจริงอย่างชัดเจน แต่บรรดานักการทูตเชื่อว่า การเคลื่อนไหวร่วมกันของชาติตะวันตกเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงภายนอกของกรีนแลนด์ อาจเป็นทางออกที่เจ็บปวดน้อยที่สุดสำหรับกรณีนี้

 

มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

 

  • ในทางทฤษฎี สหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากร 450 ล้านคน มีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจอย่างมากต่อสหรัฐฯ และสามารถขู่ว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ได้ ตั้งแต่การปิดฐานทัพสหรัฐฯ ในยุโรป ไปจนถึงการห้ามสมาชิก EU ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

 

  • มาตรการคว่ำบาตรที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเครื่องมือต่อต้านการบีบเค้นของสหภาพยุโรป หรือ ‘ปืนใหญ่ทางการค้า’ ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมาธิการยุโรปในการห้ามสินค้าและบริการของสหรัฐฯ เข้าสู่ตลาด EU ตลอดจนเรียกเก็บภาษีศุลกากร เพิกถอนสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา และปิดกั้นการลงทุน

 

  • แต่การจะทำเช่นนั้นได้ จำเป็นต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐบาลของประเทศสมาชิก ซึ่งดูเหมือนว่า ไม่มีประเทศใดใน EU ต้องการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อสหรัฐฯ แม้ที่ผ่านมาจะเผชิญกับมาตรการภาษีตอบโต้จากทรัมป์ก็ตาม

 

  • นอกจากนี้ ฌอง-มารี เกอเฮนโน (Jean-Marie Guéhenno) อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรสหประชาชาติ ชี้ว่าอีกประเด็นสำคัญคือ “ชาติยุโรปต่างพึ่งพาบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องข้อมูล AI หรือการอัปเดตซอฟต์แวร์ รวมถึงการป้องกันประเทศ”

 

ลงทุนในกรีนแลนด์

 

  • หลายฝ่ายกำลังจับจ้องว่าทรัมป์ จะใช้หนทางไหนเพื่อดำเนินการยึดครองกรีนแลนด์ โดยทางเลือกอาจมีตั้งแต่การโจมตีทางทหาร การซื้อดินแดนหรือการจ่ายเงินช่วยเหลือโน้มน้าวให้ชาวกรีนแลนด์แยกตัวจากเดนมาร์ก

 

  • ในด้านการจ่ายเงินช่วยกรีนแลนด์นั้น ที่ผ่านมาเศรษฐกิจของกรีนแลนด์พึ่งพาเงินอุดหนุนประจำปีจากเดนมาร์กเป็นหลัก โดยในปีที่แล้วได้รับเงินรวมประมาณ 530 ล้านยูโร (ราว 1.9 หมื่นล้านบาท) ซึ่งครอบคลุมประมาณครึ่งหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายสาธารณะของกรีนแลนด์ และคิดเป็นประมาณ 20% ของ GDP

 

  • คำสัญญาของทรัมป์ที่จะ “ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในกรีนแลนด์” เป็นหนึ่งในความพยายามซื้อใจชาวกรีนแลนด์ ให้สนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระจากเดนมาร์ก ซึ่ง EU อาจจำเป็นต้องทุ่มงบเพื่อช่วยกรีนแลนด์ในทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น

 

  • โดยร่างข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรป เมื่อเดือนกันยายน 2025 ระบุว่า EU อาจเพิ่มเงินสนับสนุนกรีนแลนด์เป็น 2 เท่าเพื่อให้เท่ากับเงินช่วยเหลือประจำปีจากเดนมาร์ก ในขณะที่เกาะแห่งนี้ยังสามารถขอรับเงินทุนจากEU ได้อีก 44 ล้านยูโร สำหรับดินแดนห่างไกลที่มีความเกี่ยวข้องกับ EU

 

การส่งกำลังทหาร

 

  • ในบทความของสถาบันวิจัยนโยบาย Bruegel ในกรุงบรัสเซลส์ มองว่ารัฐบาลของประเทศ EU ควรร่วมกัน “ปกป้องกรีนแลนด์จากการขยายอำนาจของสหรัฐฯ อย่างแข็งขัน” และชี้ว่า “EU มีศักยภาพในการส่งกำลังทหารอย่างรวดเร็ว และควรนำมาใช้”

 

  • นอกจากนี้ ยังเสนอว่า EU ควรส่งกองกำลังทหารไปประจำการในกรีนแลนด์เพื่อเป็นสัญญาณแสดงถึงความมุ่งมั่นของยุโรปต่อบูรณภาพดินแดนของกรีนแลนด์ แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันการผนวกดินแดนโดยสหรัฐฯ ได้ แต่ก็จะทำให้กระบวนการซับซ้อนขึ้นมาก

 

  • “แม้ว่าจะไม่มีความจำเป็นต้องเผชิญหน้ากันด้วยอาวุธ แต่การที่สหรัฐฯ จับกุมทหารของพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดเป็นเชลยศึก จะทำลายความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ทำให้ชื่อเสียงในเวทีระหว่างประเทศเสื่อมเสีย และส่งผลกระทบอย่างมากต่อสาธารณชนและรัฐสภาสหรัฐฯ” ผู้เขียนบทความวิจัยระบุ

 

  • เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โฆษกรัฐบาลเยอรมนีเผยว่า เบอร์ลินกำลังวางแผน ‘การป้องปรามของยุโรป’ ต่อกรณีที่สหรัฐฯ พยายามยึดกรีนแลนด์

 

  • ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ ยังได้แสดงท่าทีก่อนหน้านี้ ว่ามีความเป็นไปได้ที่ฝรั่งเศสอาจส่งกองกำลังทหารไปประจำการ

 

  • สำหรับขีดความสามารถในการส่งกำลังพลอย่างรวดเร็วของสหภาพยุโรป เป็นกรอบสำหรับการส่งกำลังทหารมากถึง 5,000 นายจากหลายประเทศสมาชิก ภายใต้การบังคับบัญชาของ EU เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตการณ์นอกกลุ่มประเทศสมาชิก

 

  • ผู้เชี่ยวชาญและนักการเมืองบางคนเชื่อว่า สิ่งนี้อาจทำให้สหรัฐฯ ต้องเปลี่ยนแผนหรือคิดทบทวน

 

  • “ไม่มีใครเชื่อว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรปเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาหรือสามารถเอาชนะได้ การที่สหรัฐฯ ใช้กำลังทหารโจมตีสหภาพยุโรปจะส่งผลร้ายแรงต่อความร่วมมือด้านกลาโหม ตลาด และความเชื่อมั่นของทั่วโลกที่มีต่อสหรัฐฯ” เซอร์เกย์ ลาโกดินสกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคกรีนของเยอรมนีกล่าว

 

ภาพ : White House

 

อ้างอิง :

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising