วันนี้ (5 มกราคม) พรรคประชาชนเปิดตัว มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะสมาชิก ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน รับผิดชอบด้านการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยมุนินทร์ประกาศจุดยืนพร้อมก้าวออกจากห้องเรียน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเมืองประชาธิปไตยและระบบกฎหมายภายใต้หลักนิติธรรม หากพรรคได้รับโอกาสจัดตั้งรัฐบาล
มุนินทร์ในวัย 46 ปี ระบุว่า เติบโตและทำงานในแวดวงกฎหมายมาตั้งแต่ช่วงหลังรัฐธรรมนูญปี 2540 ผ่านประสบการณ์ทั้งในฐานะนักกฎหมาย นักวิชาการ และผู้บริหารการศึกษา เคยเป็นทนายความในสำนักงานกฎหมายของสหราชอาณาจักร ก่อนกลับมาเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2546 และศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอกด้านกฎหมายเปรียบเทียบและประวัติศาสตร์กฎหมายในสหราชอาณาจักร
เขาสะท้อนว่า ระบบการเมืองและกฎหมายไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างชัดเจนภายหลังรัฐประหารปี 2549 และทวีความรุนแรงขึ้นจากรัฐประหารปี 2557 รวมถึงรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งทำให้กลไกทางกฎหมายจำนวนมากถูกออกแบบมาในลักษณะ “พิสดาร” และบ่อนทำลายหลักประชาธิปไตยและความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม
มุนินทร์ยอมรับว่า เดิมเคยเชื่อว่าการเมืองกับกฎหมายสามารถแยกออกจากกันได้ แต่ประสบการณ์การศึกษาและการทำงานทำให้เห็นชัดว่า หากการเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย กฎหมายก็ไม่อาจดำรงความเป็นธรรมได้ โดยชี้ว่ากฎหมายที่ดีต้องเป็นกฎเกณฑ์ที่เกิดจากเจตจำนงของประชาชน และการเมืองที่ดีต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ในช่วงดำรงตำแหน่งคณบดีคณะนิติศาสตร์เมื่อปี 2562 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณี ‘บอส กระทิงแดง’ ซึ่งทำให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างของกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันสังคมไทยยังเผชิญทั้งวิกฤตโควิด-19 และการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเขามองว่าเป็นผลพวงจากการเมืองที่ไร้ความหวังและไม่ยึดโยงกับประชาชน
มุนินทร์ระบุถึงเหตุผลในการตอบรับคำทาบทามจากพรรคประชาชน 3 ประการ ได้แก่
1.นโยบายด้านกระบวนการยุติธรรมของพรรคสอดคล้องกับหลักการที่เขายึดถือ
2.พรรคมีจุดยืนที่ชัดเจนและยืนหยัดในหลักประชาธิปไตยและนิติธรรมมาโดยตลอด
3.ความหวังที่จะเห็นสังคมไทยที่ดีกว่าสำหรับลูกๆ และคนรุ่นต่อไป
เขาย้ำว่า ไม่ได้ต้องการระบบกฎหมายหรือการเมืองแบบพิเศษพิสดาร แต่ต้องการ “การเมืองปกติ” ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ที่สามารถแก้ไขวิกฤตด้วยเจตจำนงของประชาชน และกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ
“ผมพร้อมจะเดินออกจากห้องเรียนที่สอนทฤษฎี เพื่อร่วมทำให้ความเพ้อฝันเรื่องประชาธิปไตยและนิติธรรม กลายเป็นความจริงในสังคมไทย” มุนินทร์กล่าวทิ้งท้าย


