วันนี้ (22 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย) ของพรรคประชาชน ในคดียาเสพติดและฟอกเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคประชาชนเคยเปลี่ยนตัวผู้สมัครในช่วงก่อนการเลือกตั้ง
ประเด็นสำคัญ
ทั้งนี้ พรรคประชาชนได้เชื่อมโยงกรณีดังกล่าวกับการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงเปิดชื่อ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับคดี Forex-3D พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง
อนุทินกล่าวว่า “เขาคงคิดไปเรื่อย ถ้าผมกลั่นแกล้งจริงคงโดนไปหลายคนแล้ว ผมไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ พวกนี้”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเชื่อมโยงกรณีดังกล่าวกับการที่ภาวุธออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport หรือไม่ อนุทินยืนยันว่า จะไม่พูดหรือกระทำการใดที่เป็นการย่ำยีซ้ำเติมบุคคลที่ถูกกล่าวหา เพราะทุกอย่างมีกระบวนการทางกฎหมายดำเนินการอยู่แล้ว
“คนที่ถูกกล่าวหาก็ไปชี้แจงข้อกล่าวหาและนำหลักฐานมาหักล้าง หากทุกอย่างถูกต้อง ไม่มีความผิดพลาด เราจะไปทำอะไรได้”
อนุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนมีภารกิจอื่นที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประเทศอีกมาก ไม่จำเป็นต้องไปดำเนินการในลักษณะดังกล่าว
เมื่อถูกถามย้ำว่า กรณีนี้ไม่ใช่การดิสเครดิตทางการเมืองใช่หรือไม่ อนุทินตอบว่า “ผมไม่ทำเรื่องสับปะรังเคพวกนี้หรอก เพราะนี่คือรัฐบาล คนทำผิดกฎหมายก็มีเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว ทั้งทหาร ตำรวจ DSI ป.ป.ส. และ ปปง. นายกฯ จะไปทำอะไรพวกนี้ไม่ได้ เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น”
โต้รักชนก “จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด”
นอกจากนี้ อนุทินยังกล่าวถึงการประเมินผลงานของพรรคภูมิใจไทย ทั้งในส่วนของรัฐมนตรี สส. และกรรมาธิการ ในระยะ 1 ปี โดย รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตว่า สส.พรรคภูมิใจไทยออกมาปกป้องโครงการ TH-AI Passport ภายหลังรัฐบาลประกาศแนวทางประเมินผลงานรัฐมนตรีและประธานกรรมาธิการภายในระยะเวลา 1 ปี
โดยอนุทินระบุว่า “ก็เป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย คนอื่นไม่ต้องมายุ่ง”
ส่วนกรณีที่มีการมองว่าข้อความดังกล่าวเป็นการเสียดสีนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้ผู้ที่ไม่มีตำแหน่งออกมาสนับสนุนการทำงานของ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อนุทินกล่าวเพียงว่า “เอาที่สบายใจ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด”
เมื่อถามถึงการทำงานของรัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทย อนุทินกล่าวว่า มีการประเมินผลงานอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาทั้งผลสัมฤทธิ์ในการทำงาน ความทุ่มเท และความมุ่งมั่น พร้อมย้ำว่าในฐานะผู้บังคับบัญชา หากเห็นว่าส่วนใดสามารถปรับปรุงได้ ก็จะให้คำแนะนำอยู่เสมอ
ส่วนกรณีที่พรรคกำหนดกรอบเวลา 1 ปีในการวัด KPI ของรัฐมนตรี อนุทินกล่าวสั้นๆ ว่า “วันหนึ่งก็นานไปแล้ว”


