×

เลิกตั้งเป้าใหญ่แล้วจะรอด! นักประสาทวิทยาเตือน New Year’s resolutions มักพังเพราะกดดันเกินไป แนะใช้สูตรเริ่ม ‘การทดลองเล็กๆ’ แทน

02.01.2026
  • LOADING...
เลิกตั้งเป้าใหญ่แล้วจะรอด นักประสาทวิทยาเตือน New Year’s resolutions มักพังเพราะกดดันเกินไป แนะใช้สูตรเริ่ม ‘การทดลองเล็กๆ’ แทน

ช่วงส่งท้ายปีแบบนี้ หลายคนคงกำลังตั้งเป้าหมายใหม่ๆ ที่ดูยิ่งใหญ่และท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นการลดเวลาเล่นมือถือลงครึ่งหนึ่ง หรือจะลุกขึ้นมาวิ่งให้ได้ 3 ไมล์ทุกเช้า แต่ในความเป็นจริง ดร. แอนน์-ลอรี เลอ คันฟ์ เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาเตือนว่า ความตั้งใจเหล่านั้นมักจะลงเอยด้วยความล้มเหลวเสมอ

 

เลอ คันฟ์ ผู้เขียนหนังสือ Tiny Experiments (How to Live Freely in a Goal-Obsessed World) อธิบายว่า สาเหตุที่เราชอบตั้งเป้าหมายแบบตายตัว เพราะมันทำให้เรารู้สึกอุ่นใจเหมือนกำลังกุมบังเหียนชีวิตตัวเองได้ เรามักหลงเชื่อว่าถ้ามีภาพฝันที่ชัดเจนบวกกับแผนการที่รัดกุม ความสำเร็จก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 

แต่ชีวิตจริงไม่เคยเป็นไปตามแผน 100% ความไม่แน่นอนนี่แหละที่ทำให้หลายคนวนเวียนอยู่กับการตั้งปณิธานเรื่องเดิม ‘ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกปี’ โดยที่ไม่ไปถึงไหนเสียที แทนที่จะกดดันตัวเองด้วยเป้าหมายที่สูงส่งแต่ไกลเกินจริง ลองเปลี่ยนวิธีคิดมาเป็น ‘นักทดลอง’ ดูบ้างจะดีกว่าไหม

 

ลองสวมบทบาทนักวิทยาศาสตร์ที่เน้นเก็บข้อมูลแล้วเรียนรู้จากผลลัพธ์จริงๆ วิธีนี้ใช้ได้กับทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว โดยเริ่มจาก ‘การทดลองเล็กๆ’ กับนิสัยที่อยากเปลี่ยน ด้วยสูตรง่ายๆ คือ “ฉันจะ (ทำกิจกรรม X) เป็นเวลา (ระยะเวลา Y)”

 

ตัวอย่างเช่น “ฉันจะเขียนงานวันละ 250 คำเป็นเวลา 2 สัปดาห์” หรือ “ฉันจะเดินเล่นช่วงพักเที่ยงทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน” หรือแม้แต่ตัวอย่างที่ เลอ คันฟ์ ชอบมากอย่าง “ฉันจะไม่เอามือถือเข้าห้องนอนเป็นเวลา 1 สัปดาห์”

 

การทดลองที่ดีต้องมีองค์ประกอบ 4 อย่าง คือ มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ทำได้ทันที ทำต่อเนื่อง และวัดผลได้ ที่สำคัญต้องเป็นเรื่องที่คุณอยากรู้จริงๆ และสามารถเริ่มทำได้เดี๋ยวนี้ด้วยของที่มีอยู่ ไม่ต้องรอให้พร้อมทุกอย่าง

 

กุญแจสำคัญคือ ‘อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน’ จนกว่าจะครบกำหนดเวลา ช่วงแรกอาจจะรู้สึกฝืนๆ บ้างก็เป็นเรื่องปกติ พอจบการทดลองค่อยมาดูว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร ถ้ามันเวิร์กค่อยทำต่อให้เป็นนิสัยถาวร ถือซะว่าการทดลองนี้เป็นประตูสู่การค้นพบนิสัยใหม่ๆ ที่เหมาะกับตัวเรา

 

ทำไมวิธีนี้ถึงได้ผลกว่า นั่นเป็นเพราะคนเราชอบตั้งเป้าหมายให้ดูอลังการไว้ก่อน เช่น “ฉันจะอ่านหนังสืออาทิตย์ละเล่ม” ซึ่งมักจะสร้างความกดดันจนเกินไป อีกทั้งการป่าวประกาศเป้าหมายใหญ่ๆ ให้คนอื่นรู้จะทำให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขออกมาทันที ทำให้เรารู้สึกฟินเหมือนทำสำเร็จไปแล้วทั้งที่ยังไม่ได้เริ่ม

 

“เราได้รับรางวัลจากการที่มีคนบอกเราว่า ‘โอ้โห คุณเข้มแข็งมาก คุณมีความทะเยอทะยานจัง’ ไปเรียบร้อยแล้ว” เลอ คันฟ์ กล่าว ซึ่งนั่นทำให้ไฟในการลงมือทำมอดลง

 

ในทางกลับกัน การบอกคนอื่นแค่ว่า ‘ฉันจะวิ่งจ็อกกิ้งอาทิตย์ละ 2 วันเป็นเวลา 1 เดือน’ อาจดูธรรมดาเมื่อเทียบกับการประกาศว่าจะวิ่งมาราธอน แต่เราจะมีความสุขจริงๆ เมื่อทำได้สำเร็จ วิธีนี้จะช่วยเปลี่ยนมุมมองให้เราเลิกยึดติดกับผลลัพธ์ แล้วหันมาสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่แทน

 

“ความสำเร็จไม่ใช่การไปถึงหมุดหมายที่คุณกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่ความสำเร็จคือการเรียนรู้สิ่งใหม่” เธอกล่าวทิ้งท้าย

 

ภาพ : paper cut design / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising