×

เจ้าเหรียญทอง = ความสำเร็จจริงหรือ? วิเคราะห์เป้าหมายใหญ่ของไทยในซีเกมส์ 2025

30.11.2025
  • LOADING...
เจ้าเหรียญทอง = ความสำเร็จจริงหรือ? วิเคราะห์เป้าหมายใหญ่ของไทยในซีเกมส์ 2025

เคานต์ดาวน์ 9 วัน สู่พิธีเปิดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ประเทศไทย กำลังจะกลับมาทำหน้าที่เจ้าภาพอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี ซึ่งไม่เพียงสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนกีฬาไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อทัพนักกีฬาไทยที่ต้องรับมือกับ “ความคาดหวังสูงสุด” ในการทวงบัลลังก์เจ้าเหรียญทองที่ห่างหายไปนานถึง 10 ปี

 

ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางความคาดหวังมหาศาล ก็มีคำถามสำคัญตามมาว่า ตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง คือความสำเร็จสูงสุดของเจ้าภาพจริงหรือไม่? หรือแท้จริงแล้วควรมี “มิติอื่น” ที่ใช้วัดคุณค่าของความสำเร็จด้วยเช่นกัน?

 

ค่านิยมและศักดิ์ศรีเจ้าภาพ

 

การเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาระดับภูมิภาคย่อมมาพร้อมความคาดหวังว่าจะต้องครองเจ้าเหรียญทองให้ได้ ด้วยงบประมาณระดับหลายพันล้านบาทที่ทุ่มไปในหลากหลายมิติ กับทั้งบุคลากร นักกีฬา สิ่งอำนวยความสะดวก และการจัดการแข่งขัน การเป็นเจ้าเหรียญทองจึงความสำเร็จที่จับต้องได้ที่สุด

 

ปกติแล้วชาติเจ้าภาพมักจะเลือกบรรจุอีเวนต์ที่ตนเองถนัดหรือมีโอกาสลุ้นเหรียญทองมากที่สุด โดยเฉพาะกีฬาพื้นบ้านที่มักจะได้บรรจุชิงเหรียญทองมากเป็นพิเศษ จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจว่าตำแหน่งเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ส่วนใหญ่มักจะตกเป็นของเจ้าภาพ

 

จากสถิติ 32 ครั้งที่ผ่านมา เจ้าภาพคว้าเจ้าเหรียญทองถึง 18 ครั้ง ขณะที่ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพครองตำแหน่งได้ครบทั้ง 6 ครั้งมากที่สุดในภูมิภาค คิดเป็น 1 ใน 3 ของสถิติดังกล่าว รองลงมาได้แก่ อินโดนีเซีย 4 ครั้ง ตามมาด้วย เมียนมา เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ เท่ากันที่ประเทศละ 2 ครั้ง

 

และนับตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา มีถึง 10 จาก 15 ครั้ง ที่เจ้าภาพผงาดขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งบนตารางเหรียญรางวัล สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเจ้าเหรียญทอง กลายเป็นค่านิยมหลักของซีเกมส์ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา

 

ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ นอกจากศักยภาพของนักกีฬาแล้ว ยังมีกลยุทธ์อื่นๆ ช่วยส่งเสริม เช่น การจำกัดโควตาส่งนักกีฬาลงแข่งในแต่ละอีเวนต์ มวยสากล ซีเกมส์ 2022 ชิง 13 รุ่น เวียดนามเจ้าภาพส่งครบ 13 รุ่น ส่วนชาติอื่นๆ ส่งได้แค่ 11 รุ่น หรือการตัดอีเวนต์ที่ไม่มีลุ้นหรือไม่มีนักกีฬาลงแข่งออกไป เช่น ยูโด รุ่นน้ำหนักมากกว่า 78 กก. ไม่ได้ถูกบรรจุในซีเกมส์ 3 ครั้งหลังสุด แต่ประเทศไทยบรรจุให้มีการชิงชัยเพราะนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองได้ตลอด

 

นอกจากนี้กีฬาในกลุ่ม 3 ซึ่งเป็นกีฬาพื้นบ้านหรือกีฬาที่เจ้าภาพเลือกบรรจุได้อย่างอิสระ ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เจ้าภาพประสบความสำเร็จมากกว่าทุกครั้ง เช่น ซีเกมส์ล่าสุด กัมพูชาในฐานะเจ้าภาพ คว้าเหรียญทองจากชนิดกีฬากลุ่มนี้ได้มากถึง 47 จาก 81 เหรียญทองที่พวกเขาทำได้ คิดเป็น 58% มากกว่าครึ่งด้วยซ้ำ

 

ขณะเดียวกันยังสะท้อนได้ชัดเจนที่สุด จากจำนวนเหรียญทองที่เจ้าภาพทำได้มากเป็นพิเศษ เช่น กัมพูชา เจ้าภาพล่าสุด คว้า 81 เหรียญทอง เป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เพราะนับตั้งแต่กัมพูชาเข้าร่วมซีเกมส์ปี 1961 จนถึง 2021 คว้าเหรียญทองรวมกันได้ 78 เหรียญเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าซีเกมส์ 2023 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพทำได้เพียงครั้งเดียวเสียอีก

 

เช่นเดียวกับเวียดนาม เจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ได้ตำแหน่งเจ้าเหรียญทองไปด้วย สถิติ 205 เหรียญทอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเคยมีซีเกมส์ครั้งไหนเวียดนามคว้าเหรียญทองได้ 100 เหรียญมาก่อน (ยกเว้น ปี 2003 เวียดนามเจ้าภาพ 158 เหรียญทอง) หรือแม้แต่ประเทศไทยก็เช่นกัน การเป็นเจ้าภาพ 2 หนล่าสุด โกยเหรียญทองทิ้งคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น ซีเกมส์ 1995 คว้า 157 ทอง และ ซีเกมส์ 2007 คว้า 183 ทอง

 

ปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมานั้นแสดงให้เห็นว่าทุกประเทศยังคงให้ความสำคัญเรื่องของความสำเร็จในเชิงปริมาณเป็นสิ่งสำคัญ

 

241 เหรียญทอง ความเป็นไปได้และโอกาสของทัพนักกีฬาไทย

 

ซีเกมส์ 2025 บรรจุชิงเหรียญรางวัล 50 ชนิดกีฬา 574 เหรียญทอง โดยไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมจำนวน 1,531 คน โดยสมาคมกีฬาไทยตั้งเป้าหมายร่วมกัน 241 เหรียญทอง ขณะที่คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทยในฐานะหน่วยงานให้การสนับสนุน ประเมินร่วมกันกว่า 280 เหรียญทอง

 

เห็นตัวเลขความคาดหวังแล้ว ก็หนักใจแทนนักกีฬาไทยทุกคน เพราะไม่ว่าจะเป้าหมายใดก็ตาม คิดเป็นตัวเลขแล้วต้องทำอย่างน้อย 41% ของจำนวนอีเวนต์ที่ชิงเหรียญรางวัล ถือเป็นตัวเลขที่ถูกประเมินไว้ค่อนข้างสูงมากๆ แต่ก็เกิดจากหลายปัจจัย

 

โดยเฉพาะปัจจัยสำคัญมีหลายอีเวนต์ไม่ได้บรรจุในซีเกมส์ 2 ครั้งหลังสุด แต่ได้กลับชิงชัยอีกครั้ง รวมถึงบางอีเวนต์ถูกผลักดันเข้าซีเกมส์เป็นครั้งแรก อาทิ กีฬาบิลเลียดและสนุกเกอร์ ซีเกมส์ที่กัมพูชา ไทยได้เพียง 1 เหรียญทอง แต่หนนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น จากการบรรจุสนุกเกอร์เข้ามาแข่งขันเป็นครั้งแรก และใช้นักกีฬาอาชีพลงแข่งครบถ้วน มิ้งค์ สระบุรี, ใบพัด ศรีราชา, มายด์ สากล และ พลอย ขอนแก่น นี่คือนักสนุกเกอร์ระดับท็อป 10 ของโลก ทำให้ไทยมีโอกาสคว้าเพิ่มอีก 4 เหรียญทอง

 

เช่นเดียวกับกีฬาเทคบอล บรรจุชิงเหรียญรางวัลครั้งแรก หลังจากเป็นกีฬาสาธิตที่กัมพูชา ซึ่งไทยขนนักกีฬาดีกรีแชมป์โลกลงแข่งเต็มสูบ มีโอกาสคว้า 5 เหรียญทอง หรือ มวยสากลกับเซปักตะกร้อ หนนี้นักกีฬาไทยสามารถส่งแข่งได้ครบทุกอีเวนต์ ไม่ถูกจำกัดโควตาแบบครั้งก่อนๆ เพิ่มโอกาสกวาดเหรียญทองอย่างน้อยชนิดกีฬาละ 10 เหรียญทอง

 

ขณะที่ มวย หรือมวยไทย กลับมาใช้กติกาสากลอีกครั้ง หลังจากซีเกมส์ที่กัมพูชาถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นกีฬากุนขแมร์ ทำให้นักกีฬาไทยมีโอกาสคว้าทองเพิ่มอีกถึง 10 เหรียญด้วยกัน

 

นอกจากนั้นกรีฑา เรือพาย เทควันโด เอ็กซ์ตรีม วู้ดบอล ยิงปืน หมากรุกสากล ยิมนาสติก ฯ ก็ยังเป็นชนิดที่ไทยมีศักยภาพสูงที่จะกวาดเหรียญรางวัลได้จำนวนมาก

 

นอกจากนี้ข้อมูลจากฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท. ระบุว่า หากนับเฉพาะอีเวนต์กีฬาสากลที่บรรจุในโอลิมปิกและเอเชียนเกมส์ นักกีฬาไทยทำได้ถึง 52% ของเหรียญทองที่ทำได้ในซีเกมส์ ครั้งที่ 32 สูงกว่าเวียดนามที่ทำได้เพียง 40% และเมื่อซีเกมส์ปีนี้เพิ่มสัดส่วนกีฬาสากลและตัดกีฬาพื้นบ้านลง ความได้เปรียบจึงเริ่มเทมาทางไทยมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

 

ความสำเร็จเชิงคุณภาพ

 

ซีเกมส์ครั้งนี้เป็นความพยายามของไทยในการยกระดับการแข่งขันให้เทียบเคียงเอเชียนเกมส์และโอลิมปิก โดยมุ่งเน้นคุณภาพนักกีฬามากกว่าความสำเร็จเชิงปริมาณเหรียญ จากทั้งหมด 50 ชนิดกีฬา มีถึง 36 ชนิด บรรจุในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์และเอเชียนเกมส์​ ขณะที่กีฬาหมวดพื้นบ้านมีเพียง 4 ชนิด เท่านั้น

 

ซึ่งสอดคล้องกับคำขวัญซีเกมส์ “Ever Forward” ที่พยายามสื่อสารมุ่งเน้นถึงความร่วมมือของชาติอาเซียน มุ่งมั่นสู่อนาคตร่วมกัน ความยั่งยืนและการเติบโตที่สมดุล สปิริตของ “ไม่หยุดพัฒนา” และยังเป็นเวทีที่ศักยภาพของนักกีฬา จะถูกนำไปต่อยอดยังเป้าหมายใหญ่ร่วมกันคือความสำเร็จในมหกรรมกีฬาระดับทวีปอย่างเอเชียนเกมส์ 2026 ในปีหน้า

 

ขณะเดียวกันในด้านเศรษฐกิจ การกระจายสนามแข่งขันไปยัง 10 จังหวัด ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของท้องถิ่น คาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศกว่า 5,000 ล้านบาท และก่อให้เกิดจ้างงานไม่ต่ำกว่า 12,000 อัตรา

 

นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญที่คนไทยจะได้ต้อนรับเพื่อนบ้านอย่างเป็นมิตร แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงมีความไม่แน่นอน แต่กีฬาแห่งมิตรภาพยังเดินหน้าต่อไป สอดคล้องกับโลโก้ซีเกมส์ที่สื่อถึง “การสานสัมพันธ์ไมตรี” และความผูกพันระหว่างชาติสมาชิก ผ่านกีฬาซึ่งเป็นเวทีแห่งมิตรภาพไม่ใช่แค่การแข่งขัน

 

ความสำเร็จที่แท้จริง 4 มิติ รอบด้าน

 

สรุปแล้วการเป็นเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ยังคงมีความสำคัญสำหรับเจ้าภาพเสมอ ทั้งในแง่ความรู้สึกและศักดิ์ศรี แต่การทุ่มเม็ดเงินระดับหลายพันล้านบาทแล้ว ความสำเร็จบนตารางเหรียญรางวัลไม่ควรเป็นเป้าหมายเดียว แต่ควรบรรลุเป้าหมายรอบด้านใน 4 มิติ ทั้งในด้านปริมาณ คุณภาพ เศรษฐกิจ และ สังคม

 

เพื่อให้ซีเกมส์ 2025 ไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อชิงชัย แต่เพื่อพิสูจน์ว่าประเทศไทยสามารถเป็นผู้นำด้านกีฬาในภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน และสามารถใช้พลังกีฬาเป็นเครื่องมือในการยกระดับประเทศในทุกมิติ ถึงเวลาแล้วที่เราจะนิยามความสำเร็จขึ้นมาใหม่ เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

 

แล้วผู้อ่านคิดว่า เจ้าเหรียญทอง ยังสำคัญที่สุดอยู่หรือไม่?

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising