VNL 2026 สัปดาห์แรกของทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยจบลงด้วยผลงาน 4 นัด 2 คะแนน และยังสะกดคำว่า ‘ชัยชนะ’ ในวีคนี้
ตัวเลขบนตารางคะแนนอาจบอกว่านี่คือผลงานที่น่าผิดหวัง แต่เมื่อย้อนกลับไปดูรายละเอียดในสนาม ความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่กลับเป็นคำว่า “น่าเสียดาย” มากกว่า
เพราะตลอด 4 นัดที่ผ่านมา ไทยมีอย่างน้อย 2 เกมที่อยู่ใกล้ชัยชนะมากพอจะเก็บแต้มก้อนใหญ่กลับมาได้ ทั้งเกมกับจีนที่ยื้อกันถึง 5 เซต และเกมกับเบลเยียมที่นำก่อน 2-0 เซต ก่อนสุดท้ายจะหลุดมือไปทั้งหมด
นั่นทำให้สัปดาห์แรกของทีมไทยสามารถนิยามได้ด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “ดีแล้ว…แต่ยังไม่พอ”
เกมกับจีนแสดงให้เห็นว่าทีมชุดนี้ยังมีศักยภาพมากพอจะต่อกรกับทีมระดับท็อปของเอเชียได้ ไทยสู้จนลากไปถึงเซตตัดสิน แต่เมื่อถึงช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย ความเฉียบคมของเจ้าถิ่นยังเหนือกว่า
ส่วนเกมกับเบลเยียมยิ่งน่าเสียดายกว่าเดิม เพราะไทยเล่นได้เกือบสมบูรณ์แบบในสองเซตแรก บอลแรกเข้าจุด เกมรุกหลากหลาย และทุกคนเล่นด้วยความมั่นใจ กระทั่งขึ้นนำ 2-0 เซต
แต่เมื่อคู่แข่งเริ่มจับจังหวะเกมได้ ไทยกลับรักษามาตรฐานเดิมเอาไว้ไม่ได้ ปล่อยให้เบลเยียมค่อยๆ กลับมา ก่อนพลิกชนะ 3-2 เซต ในแมตช์ที่ควรเป็นชัยชนะนัดแรกของทีมไทยในรายการนี้
ตลอด 4 นัดที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ที่สุดยังคงเป็นเรื่องบอลแรก เมื่อการรับเสิร์ฟไม่เข้าจุด ระบบเกมรุกทั้งทีมจะสะดุดทันที พรพรรณ เกิดปราชญ์ และ ณัฏฐณิชา ใจแสน ไม่สามารถใช้บอลเร็วหรือบอลผสมได้เต็มรูปแบบ จนภาระตกไปอยู่กับหัวเสาเป็นหลัก
ขณะที่เกมบล็อกและเกมรุกโต้กลับยังทำงานได้ไม่ดีพอ หลายครั้งไทยมีโอกาสเปลี่ยนเกมรับให้เป็นแต้ม แต่กลับตีไม่ตายหรือเสียแต้มกันเอง ต่างจากทีมระดับโลกที่แทบไม่ปล่อยโอกาสแบบนี้หลุดมือ
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องสมาธิในช่วงปลายเซต ซึ่งเห็นได้ชัดจากหลายแมตช์ที่ไทยเล่นได้สูสีมาตลอด แต่กลับมีข้อผิดพลาดเล็กๆ เกิดขึ้นในช่วงแต้มสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ฟเสีย รับบอลล้น หรือตีออกเอง
แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ แต่สัปดาห์แรกก็มีสัญญาณบวกอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่มผู้เล่นรุ่นใหม่อย่าง วริศรา สีทาเลิศ, นันท์นภัส มูลจะคำ และ ปพัชญา พลทำ ที่เริ่มได้เก็บชั่วโมงบินในระดับ VNL มากขึ้นเรื่อยๆ
นี่อาจไม่ใช่สัปดาห์ที่ทีมไทยได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย แต่เป็นสัปดาห์ที่ทำให้เห็นว่าทีมชุดนี้ยังมีศักยภาพพัฒนาได้อีกมาก
ทีมชาติไทยพิสูจน์แล้วว่าพวกเธอสามารถสู้กับจีนได้ สามารถนำเบลเยียมได้ถึง 2-0 เซต และมีหลายช่วงเวลาที่เล่นได้ดีไม่แพ้คู่แข่งเลย แต่สุดท้ายกลับเก็บชัยชนะไม่ได้แม้แต่นัดเดียว
นั่นทำให้โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวนักกีฬาเพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึงการทำงานของทีมสตาฟฟ์โค้ชด้วย โค้ชอ๊อตและทีมงานต้องหาจุดสมดุลระหว่างการสร้างทีมระยะยาวกับการลุ้นผลการแข่งขันตรงหน้าให้เจอ
การเปิดโอกาสให้สายเลือดใหม่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในเวลาเดียวกัน การอ่านเกม การเปลี่ยนตัว และการจัดการสถานการณ์ระหว่างการแข่งขันก็ต้องเฉียบคมมากกว่านี้ เพราะหลายเกมของสัปดาห์แรก ไทยเป็นฝ่ายคุมเกมได้เอง ก่อนจะปล่อยให้โมเมนตัมหลุดมือไปในจังหวะสำคัญ
ข่าวดีคือสัปดาห์ที่สองอาจได้เห็นการกลับมาของ 3 กำลังสำคัญอย่าง ชัชชุอร โมกศรี, หัตถยา บำรุงสุข และ วิภาวี ศรีทอง หากทั้งสามคนผ่านการประเมินจากทีมแพทย์และทีมวิทยาศาสตร์การกีฬา แต่ไม่ว่าพวกเธอจะกลับมาทันหรือไม่ บทเรียนจากสัปดาห์แรกยังคงเป็นสิ่งที่ทีมต้องนำไปทบทวน
และเหนือสิ่งอื่นใด ทีมชาติไทยต้องกลับมาพร้อม Mentality ที่มองหาชัยชนะมากกว่าความอยู่รอด
เพราะตลอด 2 สัปดาห์ที่เหลือ การหนีตกชั้นไม่ควรเป็นเป้าหมายสูงสุดของทีมชุดนี้อีกต่อไป เมื่อคุณภาพนักกีฬาแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถสู้กับทีมระดับโลกได้
สิ่งที่ต้องสร้างต่อจากนี้ควบคู่ไปกับการปรับจูนแท็กติก คือความเชื่อที่ว่า ทุกครั้งที่ลงสนาม ทีมตบสาวไทยมีดีพอที่จะเป็นผู้ชนะ และนั่นคือสิ่งที่ทีมต้องพกติดตัวไปในทุกแมตช์ที่เหลือของ VNL 2026


