ไต้หวัน เป็นหนึ่งในประเทศที่พัฒนา AI ที่เติบโตเร็วที่สุด และแม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะแข็งแกร่ง แต่ประชากรจำนวนมากกลับรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ดีขึ้นตามไปด้วย
ที่ผ่านมา เกาะไต้หวันเผชิญทั้งแรงกดดันด้านความมั่นคงจากจีน และผลกระทบจากมาตรการภาษีการค้าที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ประกาศใช้ แต่เศรษฐกิจไต้หวันยังสามารถขยายตัวราว 8% ต่อเนื่องสองไตรมาส ซึ่งถือว่าหาได้ยากในประเทศพัฒนาแล้ว อีกทั้งยังมีแนวโน้มผลักดัน GDP ปี 2025 ไปสู่ระดับ 7.4% สูงกว่าจีนด้วยซ้ำ
สอดคล้องกับสำนักงานสถิติ ไต้หวัน ชี้ว่า GDP ไตรมาส 3 โต 8.21% YoY หนุนจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 36.5% ณ สิ้นเดือนกันยายน ต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ที่โต 7.7% ขณะที่เดือนตุลาคม การส่งออกยังทำสถิติใหม่ กระโดด 49.7% สูงสุดในรอบกว่า 15 ปี
เจสัน ทูวีย์ นักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics ระบุว่า ไต้หวันคือหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจที่ทำผลงานดีที่สุดในโลก โดยได้อานิสงส์จากกระแสลงทุนด้าน AI และกระแสนี้ยังดันตลาดหุ้นไต้หวันขึ้นอันดับ 8 ของโลก แซงเยอรมนีในเดือนกันยายน โดยมีอุตสาหกรรมไฮเทคของบริษัทระดับโลกช่วยผลักดัน เริ่มตั้งแต่ TSMC, Google, OpenAI และ Microsoft ที่เร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ด้วย GPU ของ Nvidia และ AMD ซึ่งต้องพึ่งพาชิปและเซิร์ฟเวอร์ที่ผลิตโดยบริษัทไต้หวัน
แม้เศรษฐกิจจะโตเร็ว แต่กำลังซื้อของประชากรกลับไม่เพิ่มตาม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ทรงตัวในระดับต่ำตลอดปี ขณะที่รายได้จำนวนมากกระจุกอยู่เพียงไม่กี่อุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่คิดเป็น 15% ของ GDP แต่จ้างงานเพียง 6.5% ของแรงงานทั้งประเทศ
วิเวียน เฉิน พยาบาลในเมืองเกาสง ระบุว่า แม้ตนมีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่ก็ไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นตามที่ตัวเลขบอก และย้ำว่าค่าตอบแทนในภาคสาธารณสุขแทบไม่ขยับ จนทำให้บุคลากรบางส่วนเลือกไปทำงานต่างประเทศ
ทั้งนี้ แม้ GDP ต่อหัวปีนี้คาดว่าจะทะลุ 38,000 ดอลลาร์ แซงเกาหลีใต้และญี่ปุ่น แต่ระดับค่าจ้างเฉลี่ยของไต้หวันยังต่ำกว่าสองประเทศดังกล่าวอย่างน้อย 30%
ขณะเดียวกัน ไต้หวันยังเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูงเป็นประวัติการณ์ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงเมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าแนวทางลดดุลการค้ากับคู่ค้าหลัก แม้สินค้ากลุ่มชิปที่มีสัดส่วนกว่า 73% ของการส่งออกไต้หวัน ยังไม่ถูกขึ้นภาษี แต่ทรัมป์เคยขู่เก็บภาษีสามหลักกับชิป ยกเว้นเฉพาะบริษัทที่ตั้งโรงงานในสหรัฐฯ เช่น TSMC
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ อู๋ เจี๋ยหมิน จาก Academia Sinica ระบุว่า ความวิตกกังวลในสังคมเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนด้านสถานะของไต้หวัน ภายใต้แรงกดดันจากจีนที่ยังอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะแห่งนี้ ซึ่งแม้เศรษฐกิจเติบโต แต่ค่าแรงจริงของชาวไต้หวันแทบไม่เพิ่มมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2000 ขณะที่สัดส่วนรายได้แรงงานต่อ GDP ลดลงจาก 50% เหลือ 44% ส่วนในภาคอิเล็กทรอนิกส์ ค่าจ้างสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศจาก 35% เป็น 70% ภายใน 5 ปี สะท้อนช่องว่างรายได้ที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ ปัญหาค่าครองชีพ โดยอัตราส่วนราคาบ้านต่อรายได้เฉลี่ยในไทเปเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าใน 20 ปี ซึ่งสูงกว่าเมืองใหญ่อย่างลอนดอน นิวยอร์ก และฮ่องกง
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความท้าทายหลายด้าน แต่นักวิชาการบางรายมองโลกในแง่บวก โดย อู๋ จาก Academia Sinica เชื่อว่าการเติบโตของภาคเทคโนโลยีอาจส่งผลต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมอื่นในอนาคต โดยชี้ว่าความสำเร็จของไต้หวันไม่ได้เกิดจากการวางแผนที่เหนือชั้นของรัฐบาล แต่เป็นผลจากการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปร่วมกับความคล่องตัวของธุรกิจ SMEs ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันแข็งแกร่ง
ภาพ: Growth_Together / shutterstock
อ้างอิง:


