×

อีลอน มัสก์ สัญญาจะกอบกู้ Tesla ให้กลับมาโตอีกครั้ง แต่ไม่ง่าย! เพราะถูก BYD แย่งส่วนแบ่งตลาดไปแล้ว

07.02.2025
อีลอน มัสก์ ซีอีโอ Tesla ประกาศแผนฟื้นฟูบริษัทต่อนักลงทุน

อีลอน มัสก์ สัญญากับนักลงทุนว่าจะกอบกู้ Tesla ให้กลับมาโตอีกครั้ง ท่ามกลางความยากลำบาก ทั้งถูกคู่แข่งอย่าง BYD แย่งส่วนแบ่งตลาดไป ส่วนยอดขายและกำไรเริ่มลดลง นักวิเคราะห์ชี้ มัสก์เอาเวลาไปสนใจการเมืองมากกว่าบริหารแบรนด์

 

ถึงวันนี้ Tesla กำลังเผชิญปัญหายอดขายและกำไรลดลง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่มีคู่แข่งเข้ามาแย่งส่วนแบ่งในตลาดมากขึ้น บวกกับนโยบายสนับสนุนรถไฟฟ้าของรัฐบาลในสหรัฐอเมริกาสิ้นสุดลง อาจทำให้บริษัทสูญเสียเงินถึงระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นสวนทางกับมูลค่าหุ้นของ Tesla ที่ยังสูงกว่าผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นอย่างมหาศาล

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ล่าสุดมัสก์ ซีอีโอของ Tesla ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งด้วยการให้สัญญากับนักลงทุนว่าจะทำให้ Tesla กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งให้ได้ พร้อมยังโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าปี 2025 จะเป็นก้าวสำคัญของบริษัท

 

โดยฝั่งนักลงทุนก็ให้การตอบรับในเชิงบวกจนราคาหุ้นของ Tesla เพิ่มขึ้น 4% แม้ยังไม่มีแผนเชิงรุกออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน แต่มัสก์ย้ำว่าแม้ต้องเดินบนเส้นทางที่ยาก แต่ทุกอย่างมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะทำให้ Tesla มีมูลค่ามากกว่า 5 บริษัทชั้นนำรวมกันเสียอีก

 

ไรอัน บริงก์แมน นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์จาก JPMorgan กล่าวว่า ราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้นไม่เกี่ยวข้องกับผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสที่ผ่านมาหรือแนวโน้มการเติบโตในปีหน้า เรามองว่าราคาหุ้นของ Tesla ได้แยกตัวออกจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทอย่างสิ้นเชิง และมีนักลงทุนบางกลุ่มที่ยังเชื่อมั่นในมูลค่าหุ้น

 

เช่นเดียวกับ แดน ไอฟส์ นักวิเคราะห์จาก Wedbush Securities ที่กล่าวว่า เขาก็เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่เชื่อมั่นในหุ้น Tesla โดยตั้งราคาเป้าหมายของหุ้นไว้ที่ 550 ดอลลาร์สหรัฐภายใน 12 เดือน ซึ่งสูงกว่าราคาปิดของวันพุธที่ผ่านมา (5 กุมภาพันธ์) ถึง 45%

 

นอกจากนี้ สิ่งที่จะทำให้ Tesla มีมูลค่ามหาศาลก็คือรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับที่จะวิ่งรับผู้โดยสารเพื่อสร้างรายได้ คล้ายกับ Uber ต่างกันแค่เปลี่ยนมาใช้หุ่นยนต์ขับรถ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของรถมีรายได้เพิ่มแทนที่จะปล่อยให้รถจอดทิ้งไว้ โดยมัสก์เชื่อว่าจะช่วยเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจได้

 

รวมถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น Optimus ซึ่งวางแผนจะจำหน่ายภายในปี 2026 ทั้งหมดจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนบริษัท และคาดว่าธุรกิจนี้จะทำรายได้มากกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

 

เมื่อมาดูผลประกอบการปี 2024 Tesla รายงานว่า บริษัทต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ และกำลังสูญเสียตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้กับ BYD บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากจีน โดยเฉพาะยอดขาย Tesla ในเยอรมนีเดือนมกราคมลดลงถึง 59% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 

“ที่ผ่านมามัสก์เข้าไปมีบทบาทบนเวทีการเมือง ซึ่งอาจกลืนกินการบริหารงาน Tesla ที่เริ่มน้อยลง ถ้าเทียบกับอดีตมัสก์เคยทุ่มเทให้กับแบรนด์ถึงขนาดนอนและใช้ชีวิตอยู่ที่โรงงานและทำงานตลอดเวลา” นักวิเคราะห์ย้ำ

 

สุดท้ายแล้วสัญญาของมัสก์จะเป็นแค่ลมปากเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามัสก์เคยให้คำมั่นสัญญากับนักลงทุนอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยทำได้เลย

 

ยกตัวอย่างตั้งแต่ปี 2016 มัสก์กล่าวว่า ภายในสิ้นปี 2017 ฟีเจอร์ Full Self-Driving (FSD) ของ Tesla จะทำให้เจ้าของรถสามารถเรียกรถของตัวเองให้มาหาได้จากที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่เคยพูดเอาไว้ หลังจากนั้นในทุกๆ ปี มัสก์ย้ำว่ายานยนต์ไร้คนขับจะเกิดขึ้นภายใน 1-2 ปี แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้น

 

ทั้งที่ความเป็นจริงคือฟีเจอร์ FSD ถูกคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ตรวจสอบและไม่อนุญาต เนื่องจากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้ง ดังนั้นคนต้องอยู่หลังพวงมาลัยเพื่อควบคุมรถ

 

ถัดมาในปี 2019 มัสก์กล่าวว่า แท็กซี่ไร้คนขับจะเปิดให้ใช้งานภายในปี 2020 แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง และในเดือนตุลาคม 2024 หลังเปิดตัวต้นแบบของ Cybercab รถแท็กซี่ไร้คนขับที่ไม่มีทั้งแป้นเหยียบเร่ง เบรก หรือพวงมาลัย ช่วงนั้นมัสก์ให้คำมั่นว่าการขับขี่แบบไร้คนขับอาจเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

 

กระทั่งในการประชุมกับนักลงทุนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มัสก์เปิดเผยว่า Tesla ต้องอัปเดตฮาร์ดแวร์ เพื่อให้สามารถขับขี่แบบไร้คนขับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าจะยังไม่ได้เห็นในเร็วๆ นี้

 

อ้างอิง:


READ MORE




Latest Stories