แบงก์ออมสินเผยความต้องการสินเชื่อสำหรับติดตั้งโซลาร์และซื้อรถ EV พุ่งทะลุ 2 หมื่นล้านบาท สูงกว่าวงเงินเดิมที่ตั้งไว้ 5 พันล้านบาท เตรียมหารือ สศค. ขอจัดสรรวงเงินสินเชื่อเพิ่ม หลัง 31 กรกฎาคมนี้
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (6 กรกฎาคม) ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ยอดความต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานมีจำนวนกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าวงเงินเดิมที่ 5,000 ล้านบาท ที่ธนาคารจัดสรรไว้ และจะมีการหารือกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อพิจารณาเกลี่ยหรือย้ายวงเงินจากส่วนอื่นมาเพิ่มเติมสินเชื่อดังกล่าว
ทรงพลกล่าวต่อว่า ในระยะแรก (Phase 1) ธนาคารออมสินจะกำหนดวงเงินให้สถาบันการเงินแต่ละแห่งไม่เกิน 500 ล้านบาท ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม จากนั้นจึงจะประเมินความต้องการและจัดสรรวงเงินใหม่ร่วมกับ สศค.
เบื้องต้น ทรงพลคาดว่า วงเงิน 5,000 ล้านบาทจะถูกใช้เต็มวงเงินภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ แต่สินเชื่ออื่นๆ ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ‘GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย’ อาจใช้ไม่เต็มวงเงิน จึงจำเป็นต้องมีการโยกวงเงินให้สอดคล้องกับความต้องการที่เกิดขึ้นจริง
“กลุ่มรถ EV มีโอกาสสูงที่จะต้องขยายวงเงินเพิ่ม เนื่องจากวงเงินที่ตั้งไว้ 5,000 ล้านบาท อาจไม่เพียงพอกับความต้องการ ขณะที่ Soft Loan วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท อาจมีบางประเภทใช้ไม่หมด หากวงเงิน EV เต็ม ธนาคารจะหารือกับ สศค. เพื่อโยกวงเงินส่วนที่เหลือมาเพิ่มเติม เพราะเป็นสินเชื่อที่สอดคล้องกับนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ” ทรงพล กล่าว
ทั้งนี้ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ‘GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย’ วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท เป็นโครงการที่ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อให้แก่สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) เพื่อนำไปปล่อยต่อแก่ลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการ แบ่งเป็น 3 วัตถุประสงค์ ได้แก่
- สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง วงเงิน 30,000 ล้านบาท
- สินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจ วงเงิน 65,000 ล้านบาท
- สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ‘ซื้อรถ EV ติดโซลาร์เซลล์’ วงเงิน 5,000 ล้านบาท
โดยสถาบันการเงินและ Non-Bank ที่เข้าร่วมโครงการต้องปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าก่อน จึงจะสามารถมาเบิกวงเงินจากธนาคารออมสินได้
คุมดอกเบี้ยปลายทางต่ำกว่าตลาดลีสซิ่ง
ทั้งนี้ ทรงพลกล่าวว่า ธนาคารออมสินกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) ของสินเชื่อปลายทางให้ต่ำกว่าอัตราที่ธุรกิจลีสซิ่งปล่อยสินเชื่อตามปกติ เพื่อให้ผู้กู้ได้รับประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
กรณีสินเชื่อรถยนต์ หากผู้ให้บริการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบ Flat Rate 2.5% ต่อปี สำหรับระยะเวลา 5 ปี อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะอยู่ที่ประมาณ 4.75% ต่อปี หลังหัก 0.25%
ทั้งนี้ ธนาคารออมสินยืนยันว่า ความเสี่ยงจากค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ไม่กระทบต่อความเสี่ยงของธนาคารโดยตรง เนื่องจากธนาคารไม่ได้ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ซื้อรถยนต์โดยตรง แต่ปล่อยสินเชื่อให้แก่สถาบันการเงินและ Non-Bank ที่เข้าร่วมโครงการ

