Menu
199362

ความรักคืออะไร? คำถามต่อความปรารถนาเพื่อให้คุณเข้าใจตัวเอง เข้าใจคนรัก และเข้าใจสังคม

14.02.2019
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 MINS READ
  • หากเราใช้แว่นตาของนักมานุษยวิทยามองลงมาในเรื่องความรัก จะพบว่ามีแง่มุมหลากหลายที่น่าสนใจ และมีนักคิดหลายคนได้ทำการศึกษารูปแบบและแรงขับเคลื่อนของความรัก นั่นคือ ‘ความรักด้วยแรงปรารถนา’ และ ‘ความรักโรแมนติก’
  • ความรักด้วยแรงปรารถนานี้จะเป็นสิ่งที่ผูกพันความรู้สึกและแรงปรารถนาทางเพศรวมกันไว้ เป็นความรักอันแรงกล้า ฉีกกฎเกณฑ์และความถูกต้อง มุทะลุ และมีมิติของ ‘ความลุ่มหลง’ มากกว่าความรักในรูปแบบอื่นๆ
  • การเดินจับมือกัน การโอบกอด จูบที่ยาวนานและแสนหวาน การเขียนจดหมายหากันในวันที่อยู่ไกลกัน หรือการเซอร์ไพรส์คนรักด้วยวิธีการต่างๆ ความรักรูปแบบนี้คือการพาเรื่องราวของ ‘คนสองคน’ ให้กลายเป็นแค่เรื่องของพวกเขา ไม่ติดอยู่ในกรอบของสังคม เป็นความรักโรแมนติกที่สากลที่ทุกคนเคยมี

“ฉันรักเธอนะ”

 

หลายๆ ครั้งที่เราได้ยินประโยคนี้จากปากของคนรัก ตั้งแต่คนก่อนหน้าที่เลิกรากันไปแล้ว หรือคนปัจจุบันที่ยังเดินไถรถเข็นซื้อของเข้าบ้านที่ฟู้ดแลนด์อยู่ด้วยกันทุกสุดสัปดาห์ ประโยคนั้นเขาเคยบอกเรายามที่เรายิ้มให้กันขณะนั่งฟังเพลงที่เราทั้งสองต่างชอบ เขาบอกเราขณะที่เรากำลังดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเพื่อเตรียมตัวนอน หรือแม้แต่บอกในห้วงที่เรากำลังกอดก่ายร่วมรักอย่างดูดดื่มอยู่บนโซฟาที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ฟังบ่อยๆ มันก็คงรู้สึกชื่นใจดี เพราะประโยคเหล่านั้นอาจทำให้คนฟังรู้สึกมั่นใจในความรัก และเป็นการรีเช็กความรู้สึกตัวเองอยู่เสมอ แต่ทีนี้คำถามคือ เวลาที่ใครสักคนบอกรักคุณ หรือคุณบอกรักใครสักคน ไอ้ความรักที่ว่านั้นมันหมายความว่าอะไร ในเมื่อใครๆ ก็ต่างมี ‘ความรัก’ ในแบบของตัวเองกันทั้งนั้น

 

แม้แต่คนที่มีคู่แล้ว คนที่แต่งงานกันมาร่วมสิบปี หรือคนโสดที่ยังไม่มีใคร หรือไม่ต้องการให้ใครเข้ามาพัวพันในชีวิต ทุกคนต่างนิยามคำว่า ‘ความรัก’ แตกต่างกันไป ตามแต่ประสบการณ์ของแต่ละคน บางทีเราอาจคิดว่าความรักคือเรื่องของความโรแมนติกล้วนๆ ในแบบที่คุณจะอยู่กินกันไปตราบสิ้นฟ้าดินสลาย บางคนบอกว่าความรักคือการได้ทำอะไรให้ใครสักคนอย่างเต็มใจ หรือบางคนอาจบอกว่าความรักคือการมอบเซ็กซ์ที่น่าประทับใจให้กับคู่รักของเขา ซึ่งล้วนไม่มีถูกผิด นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องรักที่ผิดศีลธรรม แอบชอบแฟนเพื่อน หรือการแอบคบซ้อนต่างๆ อีก หากเราลองมองลึกลงไปอีกสักหน่อย เราจะพบว่าความรักคือแรงขับเคลื่อนหนึ่งที่วิเศษ น่าค้นหา และไม่ถนอมความรู้สึกของมนุษย์สักเท่าไรอยู่ในที

 

หากเราใช้แว่นตาของนักมานุษยวิทยามองลงมาในเรื่องความรัก จะพบว่ามีแง่มุมหลากหลายที่น่าสนใจ มีนักคิดหลายคนได้ทำการศึกษารูปแบบและแรงขับเคลื่อนของความรักเหล่านี้ไว้มากมาย ซึ่งหลายเหตุผลของความรักสามารถอธิบายปรากฏการณ์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของคนยุคนี้ได้ เราอยากหยิบยกขึ้นมาอธิบายง่ายๆ สองรูปแบบ นั่นคือความรักด้วยแรงปรารถนา และความรักโรแมนติก

 

via GIPHY

 

รักโรแมนติก ชีวิตคือความหอมหวาน

หากคุณเป็นแฟนหนังรักโรแมนติกชื่อดังทั้ง Love Actually, The Holiday, One Day, The Letter จดหมายรัก หรืออื่นๆ ที่มีอยู่เกลื่อนกลาด คุณมักได้พบเห็นสถานการณ์ของความรักบางอย่างที่น่าดูชม แช่มชื่น และดูน่ารัก และถูกจดจำว่าสิ่งเหล่านั้นเรียกว่า ‘ความรัก’ อย่างเช่น การเดินจับมือกัน การโอบกอด จูบที่ยาวนานและแสนหวาน การเขียนจดหมายหากันในวันที่อยู่ไกลกัน หรือการเซอร์ไพรส์คนรักด้วยวิธีการต่างๆ ความรักรูปแบบนี้คือการพาเรื่องราวของ ‘คนสองคน’ ให้กลายเป็นแค่เรื่องของพวกเขา ไม่ติดอยู่ในกรอบของสังคม ไม่เดินตามใคร และเป็นความรักที่อยู่ในโลกอุดมคติ

 

ความโรแมนซ์ (Romance) นี้เกิดขึ้นในพื้นที่จำกัดของความรัก หมายถึงเกิดขึ้นกับคู่รักคู่หนึ่งเท่านั้น ความรักแบบโรแมนติกนี้ได้สร้างโลกส่วนตัวขึ้นมา และศูนย์กลางของโลกคือคนที่อยู่ในความสัมพันธ์นั้น ซึ่งล้วนหลุดออกไปจากสังคม หรือไม่ขึ้นอยู่กับสังคมภายนอก และความแตกต่างระหว่างรักโรแมนติกกับความรักด้วยแรงปรารถนานั้นคือ การไม่หยิบโยงเอาเรื่องความใคร่และเซ็กซ์เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือไม่นำมาเป็นปัจจัยหลักของความสัมพันธ์ ซึ่งความรักแบบนี้ยังมองนอกเหนือจากความสัมพันธ์ของคนสองคนไปอีก คือการมองหาข้อดีข้อเด่น ข้อเสียข้อบกพร่องของอีกฝ่าย การรับรู้และเข้าใจนิสัยซึ่งกันและกัน การที่มนุษย์พยายามสร้างบุคลิกภาพให้ดูดีอยู่เสมอเพื่อให้ได้รับความสนใจ ใส่ใจ และน่าคบหา หรืออาจต่อยอดไปถึงการสร้างครอบครัวในอนาคต ล้วนเป็นรักในแบบอุดมคติที่เราเข้าใจตรงกัน

 

ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าโซเชียลมีเดียส่งผลต่อรูปแบบของแนวคิด ‘รักโรแมนติก’ อยู่พอสมควร เช่นการที่เราได้เห็นผู้คนต่างอัพโหลดรูปภาพคู่กันเพื่อเป็นการบ่งบอกถึงความรักที่พวกเขามีให้ต่อกัน กลับกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์ หรือวันครบรอบของพวกเขา ซึ่งนับเป็นสิ่งที่โซเชียลมีเดียได้ทำให้ความรักที่เคยเป็นเรื่องของคนสองคน เติบใหญ่กลายเป็นเรื่องที่ฉันรู้ เธอรู้ โลกรู้ขึ้นมา และเมื่อยิ่งเกิดกิจกรรมแบบนี้จนกลายเป็นปกติ เราจึงพบเห็นการกระทำของคู่รักบางคู่ที่ตั้งคำถามว่า ‘ทำไมแฟนฉันไม่ลงรูปฉันในโซเชียลมีเดียของเขาเลย’ กลายเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดใจของมนุษย์แฟนหลายคน เพราะแท้จริงแล้วความรักที่ว่าโรแมนติกหนักหนาอาจไม่ใช่การบ่งบอกให้โลกรู้เสมอไป เพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคนจริงๆ นอกจากว่าคุณอยากจะเก็บโมเมนต์ดีๆ ของพวกคุณไว้เชยชม

 

via GIPHY

 

รักที่โชติช่วง ความปรารถนาอันร้อนเร่า

ถ้าเป็นรายการ Club Friday พี่อ้อยพี่ฉอดคงบอกให้คุณ ‘ทุกคน’ ที่กำลังมีความรักแบบผิดประเพณีเช่นนี้ให้หยุดเสีย เพื่อไม่เป็นการทำร้ายความรู้สึกและศักดิ์ศรีของตัวเอง ในรูปแบบความรักนี้ คุณจะพบว่ามันคือความรักที่ไม่สนความถูกต้อง ไม่มีการยั้งคิดชั่งใจ ซึ่งเราเรียกความรักเช่นนี้ว่า ‘ความรักด้วยแรงปรารถนา’ หรือ Passionate Love ซึ่งเป็นปรากฏการณ์สากลที่เกิดขึ้นได้ทั่วโลก และเป็นความรักในแบบที่เราๆ อาจเคยรู้สึก

 

ความรักด้วยแรงปรารถนานี้จะเป็นสิ่งที่ผูกพันความรู้สึกและแรงปรารถนาทางเพศรวมกันไว้ เป็นความรักอันแรงกล้า ฉีกกฎเกณฑ์และความถูกต้อง มุทะลุ และมีมิติของ ‘ความลุ่มหลง’ มากกว่าความรักในรูปแบบอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น คุณรู้สึกว่าคุณรักคนคนนี้มากเหลือเกิน จนคุณอยากจะใช้ชีวิตอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว เขาหรือคุณอาจจะมีใครสักคนอยู่เคียงข้างอยู่แล้ว และคุณพร้อมจะทำผิดอย่างไม่แคร์หน้าอินทร์หน้าพรหม นั่นแหละคือความรักที่เกิดขึ้นจากความปรารถนาอันแรงกล้า ที่มันพร้อมจะเผาผลาญแผดเผาให้ชีวิตเร่าร้อนด้วยรูปแบบความรักที่ผิดไปจากประเพณี ไม่ได้อยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีงาม หรือแม้แต่สร้างปัญหาให้กับคุณก็ตาม ซึ่งอาจเหมารวมไปถึงความรักต่างชนชั้น ต่างสถานะทางสังคม หรือความรักที่เกิดขึ้นระหว่างเพศเดียวกันในสังคมที่ยังไม่ยอมรับก็ย่อมได้

 

คุณอาจไม่ได้เกิดมาเพื่อมีชีวิตอยู่เป็นคู่ชื่นกับคนใดคนหนึ่ง หรืออาจจะมีความรักที่ใช้ความปรารถนาเป็นแรงขับเคลื่อนไปตลอดชีวิตก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากให้เข้าใจในเรื่องความรักที่ว่าด้วยความปรารถนาอันร้อนแรงนี้เป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ ทั้งในแง่ของความถูกต้อง หรือความรู้สึก ในกรณีที่เป็นความรักแบบคบซ้อน หรือแอบคบกัน ว่าอาจต้องลองเดินถอยหลังออกมาสักก้าวสองก้าวเพื่อมองความรักในมุมมองกว้างๆ ว่า แท้จริงแล้ว คุณ ‘รัก’ เขาจริงๆ หรือเปล่า หรือเป็นเพียงแค่ ‘ความลุ่มหลง’ นอกเหนือจากเซ็กซ์ที่ยอดเยี่ยม หรือกิจกรรมแบบที่คนรักกันเขาทำ

 

โปรดตั้งคำถามตัวโตๆ ว่า คุณมีความต้องการมากแค่ไหนที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเขาจริงหรือ? หากได้คำตอบแล้ว ก็อยู่ที่คุณจะรับมือกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น คุณอาจลุ่มหลงในตัวเขา แต่รักอีกคนหนึ่ง หรือทั้งรักทั้งหลงเขาโดยไม่ลืมหูลืมตา แต่ไม่ควรลืมว่าในความขบถที่สร้างขึ้น อาจยังมีตัวแปรที่ต้องรองรับความรู้สึกเช่นกัน

 

ความรักที่รู้จักเป็นอย่างไร และท้ายที่สุดความรักครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ก็ล้วนแต่ความต้องการและความปรารถนาของแต่ละคน แต่เราเพียงแค่อยากให้ได้เข้าใจว่าความรักไม่เคยเป็นเรื่องถูกหรือเรื่องผิดเสมอไป หากแต่เป็นเรื่องของความรู้สึกที่ไม่อาจคาดเดา และหาบทสรุปแบบเบ็ดเสร็จไม่ได้อย่างแท้จริง

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • รักโรแมนติกในมุมมองสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา โดย ผศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ม(า)นุษย์โรแมนติค โดย ธเนศ วงศ์ยานนาวา
  • www.verywellmind.com/what-is-love-2795343
  • www.mindthatego.com/myth-of-romantic-love
  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR