×

หมดปัญหา ‘วันนี้จะกินอะไร’ เซ็นทรัลเวิลด์เอาใจสายกิน ชูจุดเด่นรวบรวมร้านอาหารอร่อยไว้มากที่สุดในโลก [Advertorial]

21.12.2020
  • LOADING...
หมดปัญหา ‘วันนี้จะกินอะไร’ เซ็นทรัลเวิลด์เอาใจสายกิน ชูจุดเด่นรวบรวมร้านอาหารอร่อยไว้มากที่สุดในโลก [Advertorial]

นอกเหนือจากจะเป็นแหล่งช้อปปิ้งทำเลดีใจกลางแยกราชประสงค์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เซ็นทรัลเวิลด์คือหมุดหมายปลายทางสำหรับทุกๆ วันของคนเมือง คือเหล่าบรรดาร้านอาหารรสเยี่ยม ที่ทางทีมงานได้รวบรวมไว้อย่างครบครันทุกประเภท ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกินสายไหน ที่นี่ก็มีทางเลือกให้คุณเสมอ 

 

 

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 เซ็นทรัลเวิลด์ได้จัดงานเปิดตัวคอนเซปต์ใหม่ Endless Discovery World of Food ชูจุดเด่นการเป็นศูนย์การค้าที่เป็น The Biggest Food Destination แหล่งรวมร้านอร่อยและใหญ่ที่สุดในโลก ที่รวบรวมร้านอาหารเอาไว้มากถึง 215 ร้าน ที่ทางทีมงานบอกว่าพื้นที่ของร้านอาหารภายในเซ็นทรัลเวิลด์รวมกันได้กว่า 46,000 ตารางเมตร หรือเทียบเท่า 3 สนามฟุตบอลเลยทีเดียว ซึ่งภายในงานได้มีการเปิดตัวเมนูจากร้านอาหารทั้งร้านเจ้าเก่าในตำนานสุดคลาสสิก ร้านสตรีทฟู้ดเจ้าดังการันตีความอร่อยโดยมิชลินไกด์ ไปจนถึงคาเฟ่น้องใหม่ และชานมไข่มุกในตำนานเจ้าแรกของโลก พร้อมให้สายกินได้เปิดประสบการณ์ได้อย่างเต็มอิ่ม โดยแบ่งประเภทร้านอาหารเอาไว้สำหรับ 8 สายกิน ส่วนไฮไลต์จะมีร้านไหนกันบ้าง THE STANDARD POP รวบรวมมาฝากกันแล้ว 

 

  1. สายแข็ง ชาบู-ปิ้งย่าง 

พูดถึงเรื่องของกินเราขอเริ่มกันที่สายแข็งก่อน อย่างร้านชาบู-ปิ้งย่าง ที่นี่มีมากถึง 14 ร้าน แบ่งเป็นชาบู-สุกี้ยากี้ 9 ร้าน และปิ้งย่างทั้งหมด 5 ร้าน ซึ่งในจำนวนร้านที่เลือกมายังตอบโจทย์ทุกทางเลือก ไม่ว่าคุณจะรักเนื้อ หรือเป็นสายสุขภาพ ก็พบกับร้านเด็ดๆ ได้เลย อย่างเช่น Shabushi, Charna, MK Live, Momo Paradise Gold, Tajima Yakiniku, Haidilao และล่าสุด Sukishi Prime ที่เปิดตัว Korean Omakase เป็นครั้งแรก  

 

 

  1. สายมิชลิน (Michelin Star & Michelin Guide)

เมื่อไกด์บุ๊กปกสีแดงประกาศรางวัลในแต่ละปี ถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับสายกินว่า เราจะต้องไปตามชิมร้านอาหารที่ถูกแนะนำโดยไกด์เล่มนี้กันให้ครบ ซึ่งเซ็นทรัลเวิลด์ได้รวบรวมร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ และถูกแนะนำโดยมิชลินไกด์เอาไว้รวม 9 ร้าน ตั้งแต่ร้านอาหารจีนแสนยอด ร้านอาหารสมบูรณ์โภชนา กระทั่งสตรีทฟู้ด ‘จกโต๊ะเดียว’ สตรีทฟู้ดเจ้าดังที่ว่ากันว่าคิวยาวจองยากเย็นเป็นที่สุด แต่ไม่ต้องไปถึงเยาวราช เพราะจกโต๊ะเดียวมีสาขาแล้วที่เซ็นทรัลเวิลด์

 

และที่ห้ามพลาดเลยก็คือสองร้านระดับมิชลินสตาร์ ที่กำลังจะมาเปิดเป็นครั้งแรกในไทยอย่าง Tsuta (ซึตะ) ร้านราเมนร้านแรกของโลก และร้านแรกของญี่ปุ่น การันตีความอร่อยด้วย 1 ดาวมิชลิน เมื่อปี 2015 เตรียมเปิดวันที่ 22 ธันวาคมนี้ และ Kam’s Roast Goose ร้านห่านย่างเจ้าดังจากฮ่องกงระดับ 1 ดาวมิชลินถึง 5 ปีซ้อนที่เตรียมเปิดในเดือนมกราคม 2564

 

ชานมไข่มุก เสือพ่นไฟ

 

  1. สายคาเฟ่-ของหวาน (Cafe Society & World of Dessert)

สายคาเฟ่ไม่ควรพลาด ที่นี่รวบรวมแบรนด์กาแฟเอาไว้มากมายเยอะที่สุดถึง 100 ร้าน จากแบรนด์ดังๆ ทั้งนั้น อาทิ The Coffee Academics, Host & Amber, Roast, Pacamara, Red Diamond รวมถึง Starbucks Reserve Café สาขาใหญ่ที่สุดของไทย ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากจีน ส่วนหากใครไม่ใช่สายกาแฟ ต้องบอกเลยว่าเซ็นทรัลเวิลด์จริงจังเรื่องชานมมาก เพราะที่นี่มีร้านชานมไข่มุกมากถึง 18 ร้าน อย่าง Xing Fu Tang, GAGA, Fire Tiger by Seoulcial Club แต่ฮอตที่สุดในเวลานี้ต้องยกให้ TP TEA ร้านชานมไข่มุกเจ้าแรกของโลกจากไต้หวัน ที่มาเปิดสาขาแรกในเมืองไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมานี้เอง 

 

 

สำหรับสายหวาน เซ็นทรัลเวิลด์มีร้านของหวานมากถึง 59 ร้าน และไม่มีทีท่าจะหยุดอยู่แค่นั้น หากใครเป็นสายขนม ไอศกรีม คุณมีทางเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Divana ForRest Cafe, After You, Quints Ice Cream รวมถึงของหวานรักสุขภาพอย่าง Yomie’s x Rice Cafe หรือ Acai Story

 

 

 

  1. สายอินเตอร์ (Asian Lifestyle & Inter’ Food)

ที่นี่รวบรวมอาหารเอาไว้หลากหลายสัญชาติ แถมลำพังแค่อาหารจีนยังมีให้เลือกหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจีนจากหูหนาน กวางตุ้ง หรือเสฉวน โดยมีร้านดัง อาทิ La Meow กับเมนูไก่ทอดพริกเสฉวนรสเด็ด, เอี่ยวไถ่ อาหารจีนสไตล์หูหนาน หรือจะติ่มซำจาก Zheng Dou Grand นอกจากอาหารจีนแล้วยังมีร้านอาหารญี่ปุ่น เกาหลี และอิตาเลียน ให้เลือกเยอะมาก หรือใครชอบอาหารเอเชียที่ไม่ได้หาทานง่าย ที่นี่ก็ยังมีเมนูนาซิเลอมัก สไตล์มาเลเซีย-สิงคโปร์ ให้ลองชิมที่ Chuan Kitchen ด้วยเช่นกัน 

 

 

  1. สาย Thai Taste 

พูดถึงอาหารนานาชาติกันไปแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือร้านอาหารไทยบ้านเรา ที่มีให้เลือกแบบเหนือจรดใต้ ทั้งร้านสุดคลาสสิกอย่าง กัลปพฤกษ์ และตะลิงปลิง ไปจนถึงร้านอาหารใต้น้องใหม่ที่กำลังมาแรง เสือใต้ และร้านอาหารอีสานขวัญใจเด็กสยามอย่าง ส้มตำนัว ชอบภาคไหนเลือกได้เลย 

 

 

  1. สายกินง่ายๆ กินเร็ว เน้นจานเดียว (Quick Service Restaurant, Food World, Live House) 

เซ็นทรัลเวิลด์มีอาคารสำนักงานอยู่ด้วยกันถึงสองอาคาร คือบริเวณชั้นบนของ Zen และอาคาร The Office @CentralWorld ที่นี่จึงรวบรวมร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารจานไว เพื่อตอบโจทย์มื้อกลางวันสำหรับพนักงาน หรือใครก็ตามที่มีเวลาน้อย ซึ่งต่อให้เป็น Quick Meal อย่างไร แต่ละร้านก็เด็ดไม่แพ้กัน อย่าง Thai Terrace, ร้านกะเพรายอดฮิต Easy! Buddy, ร้านสำหรับสายปาร์ตี้ที่จริงจังเรื่องอาหาร O:T หรือแม้แต่อาหารอินเดียอย่าง MRS. Balbir’s 

 

 

  1. สายปาร์ตี้แฮงเอาต์ (Everyday Hangout & Exquisite Bar)

นอกจากอาหารการกินแล้ว สำหรับสายปาร์ตี้ก็ไม่ต้องห่วง เพราะที่นี่รวบรวมร้านกินดื่มยอดฮิตเอาไว้มากถึง 15 ร้าน ตอกย้ำความเป็น Hangout Destination Landmark ที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยร้านอย่าง HOBS, ชงเจริญ, กิน+เฮ, Wine Connection, Wine I Love You, Everseoul O:T, Hiyaku และล่าสุดกับ The Cassette Music Bar, ร้านดังโค-ลิมิเต็ด และ Spanish Tapas Bar ที่เตรียมเปิดเร็วๆ นี้

 

  1. สายครีเอทีฟคุกกิ้ง (Creative Cooking)

เซ็นทรัลเวิลด์ยังเป็นที่ตั้งของสองโรงเรียนสอนทำอาหารอย่าง ABC Cooking Studio สตูดิโอสอนทำอาหารที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และ Le Cordon Bleu Dusit สถาบันสอนทำอาหารระดับโลก ระดับไอวีลีกของสายอาหาร เปิดสอน 20 ประเทศทั่วโลก โดยในเอเชียมี 9 สาขา ใน 8 ประเทศ และมีสาขาหนึ่งเดียวในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ 

 

นอกจากนี้ภายในเดือนธันวาคม 2563 ถึงมกราคม 2564 คุณกำลังจะได้พบกับร้านอาหารใหม่กว่า 10 ร้านดังจากต่างประเทศ เท่านี้ก็ยืนยันได้แล้วว่า เซ็นทรัลเวิลด์คือตัวจริงเรื่องกิน เพราะเขาคือ The Biggest Food Destination จริงๆ 

 

 

สแกนเพื่อรับไฟล์ CentralWorld Food Bible ตอบทุกคำถามเรื่องกินที่เซ็นทรัลเวิลด์

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories