วันนี้ (9 พฤษภาคม) ศูนย์รายงานสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศ เปิดเผยข้อมูลพยากรณ์อากาศประจำวัน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ประเทศไทยตอนบนยังคงต้องเฝ้าระวังความแปรปรวนของสภาพอากาศ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้
ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุม
ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภาคเหนือและภาคกลาง มีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักในบางแห่ง
ขณะเดียวกัน พื้นที่ภาคใต้ก็ได้รับอิทธิพลจากกระแสลมฝ่ายตะวันออกที่มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนตกหนักบางแห่ง กรมอุตุนิยมวิทยาจึงออกประกาศเตือนประชาชนทั่วประเทศให้ระมัดระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ
นอกจากนี้ ขอให้เกษตรกรเตรียมรับมือความเสียหายที่อาจเกิดกับผลผลิตและสัตว์เลี้ยง ส่วนชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร อย่างไรก็ตาม อานิสงส์จากปริมาณฝนที่ตกลงมา ได้ช่วยชะล้างฝุ่นละออง ทำให้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยตอนบนอยู่ในเกณฑ์เล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น
สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สภาพอากาศในวันนี้ยังคงมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส โดยมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง
จากสถิติในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (นับถึงเวลา 07.00 น.) พบว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนตกในระดับปานกลางถึงหนัก โดยจุดที่มีปริมาณฝนสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ประตูระบายน้ำคลองสามวา เขตคลองสามวา (91.5 มม.), ประตูระบายน้ำประชาร่วมใจ เขตมีนบุรี (71.5 มม.), ประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ เขตสายไหม (40.0 มม.), ประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่ง เขตหนองจอก (39.0 มม.) และประตูระบายน้ำคลองแสนแสบ เขตสะพานสูง (36.0 มม.) อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปริมาณฝนตกหนักในหลายพื้นที่ แต่สำนักการระบายน้ำยืนยันว่า ไม่มีรายงานจุดเร่งการระบายน้ำหรือน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักแต่อย่างใด
สถานการณ์น้ำและระดับความเค็ม ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำ ภาพรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติและสามารถควบคุมได้ โดยรายงานค่าระดับน้ำแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออก ณ เวลา 07.00 น. พบว่า ประตูระบายน้ำคลองสอง (สายใต้), ประตูระบายน้ำแสนแสบ (มีนบุรี) และประตูระบายน้ำลาดกระบัง มีระดับน้ำต่ำกว่าจุดวิกฤตและอยู่ในสภาวะปกติ
สำหรับปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านที่จังหวัดนครสวรรค์อยู่ที่ 435 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยฐานน้ำขึ้นสูงสุดหน้าสถานีกองบัญชาการกองทัพเรือในวันนี้ ช่วงเช้าอยู่ที่ระดับ +0.94 ม.รทก. และช่วงบ่ายคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ +0.62 ม.รทก.
นอกจากนี้ รายงานความเค็มสูงสุดของแม่น้ำเจ้าพระยาตามสถานีวัดหลักต่างๆ (ส.แจงร้อน, ส.ดาวคะนอง, ส.บางกอกใหญ่, ส.เทเวศร์ และ ส.บางเขนใหม่) วัดค่าได้ที่ 0.1 กรัมต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์เฝ้าระวังที่ 1.2 กรัมต่อลิตร จึงยืนยันได้ว่าคุณภาพน้ำในขณะนี้มีความปลอดภัย และไม่ส่งผลกระทบต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรและพืชทั่วไป


