×

คดีทุจริต STARK คืบหน้า! DSI แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาเพิ่มเป็น 11 ราย รวม ‘วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ’ พบหลักฐานเอี่ยวปลอมบัญชี-แต่งงบการเงิน เตรียมส่งสำนวนให้อัยการภายในเดือน พ.ย. นี้

06.11.2023
  • LOADING...

DSI เผยหลังสอบปากคำ ก.ล.ต., สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น และพยาน จำนวน 135 ราย ลุยกล่าวโทษผู้ต้องหาเพิ่มรวมเป็น 11 ราย พบหลักฐาน ‘วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ’ มีเอี่ยว หลังตรวจพบหลักฐานชัดร่วมกันปลอมบัญชี-แต่งบการเงิน จ่อสรุปสำนวนส่งอัยการภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ มีผู้ถูกหลอกลวงเสียหายรวม 14,778 ล้านบาท 

 

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้สัมภาษณ์ THE STANDARD WEATH ว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษของ DSI ได้ดำเนินการสอบปากคำผู้กล่าวโทษจำนวน 3 ราย ได้แก่ สำนักงาน ก.ล.ต. และ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น และดำเนินการสอบปากคำพยาน จำนวน 135 ราย ได้แก่ พยานกลุ่มผู้บริหาร บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK, พยานกลุ่มกรรมการตรวจสอบ/กรรมการอิสระ พยานกลุ่มผู้สอบบัญชี จำนวน 2 ราย, พยานกลุ่มพนักงานบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น, พยานกลุ่มบริษัทลูกหนี้บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด และบริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่มีการสร้างรายการปลอม, พยานกลุ่มผู้รับโอนเงินจาก บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น, พยานกลุ่มนายทะเบียนและตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้ พยานกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้เฉพาะราย คือ ผู้ลงทุนสถาบัน และกองทุนส่วนบุคคล

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

อีกทั้งพยานกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้, พยานกลุ่มผู้แทนจำหน่ายหลักทรัพย์หุ้นกู้ (Arranger), พยานกลุ่มผู้จัดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้, พยานบริษัทที่ปรึกษากฎหมายการลงทุนซื้อกิจการ LEONI, พยานกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ, พยานกลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินในการจัดทำรายงานทางการเงิน, พยานบริษัท กุดั่น แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด บริษัทที่ปรึกษากฎหมายที่ดำเนินการเรื่อง Backdoor Listing และพยานเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

 

สำหรับในส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา DSI ได้แจ้งข้อกล่าวหาบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลเพิ่มจำนวน 10 ราย ได้แก่ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ผู้ต้องหาที่ 2, ชินวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ต้องหาที่ 3, ศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ ผู้ต้องหาที่ 4, กิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐงาม ผู้ต้องหาที่ 5, บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น ผู้ต้องหาที่ 6, บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ต้องหาที่ 7, บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด ผู้ต้องหาที่ 8, บริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ต้องหาที่ 9, บริษัท เอเชีย แปซิฟิก ดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ต้องหาที่ 10 และ ยสบวร อำมฤต ผู้ต้องหาที่ 11 ส่วน ชนินทร์ เย็นสุดใจ ผู้ต้องหาที่ 1 หลบหนี 

 

ทั้งนี้ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ผู้ต้องหาที่ 2, ชินวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ต้องหาที่ 3, ศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ ผู้ต้องหาที่ 4 และ กิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐงาม ผู้ต้องหาที่ 5 อยู่ระหว่างการยื่นคำให้การแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 

 

โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ได้กล่าวหา วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ตามมาตรา 312 และมาตรา 281/2 วรรค 2 ประกอบมาตรา 89/7 และมาตรา 89/7 ประกอบมาตรา 89/24 มาตรา 278 มาตรา 281/10 ประกอบมาตรา 300 และมาตรา 306 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กล่าวหาตามมาตรา 307, 308, 311 และ 312 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 352 และ 353

 

ขณะที่มีทรัพย์สินที่มีการอายัดโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ คิดเป็นมูลค่ารวม 349.32 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมที่ดินและรถยนต์ แบ่งเป็นบัญชีธนาคารจำนวนเงินรวม 127.65 ล้านบาท, บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ บล.เครดิต สวิส (ประเทศไทย) จำกัด ของชนินทร์ เย็นสุดใจ คิดเป็นเงินไทยจำนวน 218.43 ล้านบาท, เงินสดจำนวนเงินรวม 1.75 ล้านบาท, บัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลคิดเป็นเงินไทยจำนวน 1.55 ล้านบาท, ที่ดินจำนวนรวม 11 แปลง และรถยนต์ของชนินทร์ เย็นสุดใจ จำนวน 4 คัน ยี่ห้อ Rolls-Royce 2 คัน Bentley 1 คัน และ Mercedes-Benz 1 คัน โดยในส่วนของทรัพย์สินได้มีการส่งข้อมูลให้สำนักงาน ปปง. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 

 

ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติม ได้แก่ พยานกลุ่มกรรมการตรวจสอบ/กรรมการอิสระ, พยานพนักงานบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม และจะดำเนินการส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษไปยังพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไปภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

 

โดยจากพยานหลักฐานมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันลงข้อความอันเป็นเท็จในบัญชีและงบการเงิน เพื่อให้ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น มีผลประกอบการที่ดี และมีการนำงบการเงินที่มีการตกแต่งดังกล่าวมาใช้สำหรับการออกหุ้นกู้เพื่อเสนอขายแก่ประชาชนจำนวน 3 ชุด ในปี 2564-2565 รวมเป็นเงิน 9,198 ล้านบาท รวมทั้งยังใช้ดำเนินการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ในปี 2565 อีกจำนวน 5,580 ล้านบาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยทุจริต หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดความจริง และทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง รวมเป็นความเสียหายรวมจำนวน 14,778 ล้านบาท

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising