ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ได้กำชับให้เร่งรัดตรวจสอบและป้องกันการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเด็ดขาด โดยมีการสนธิกำลังร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่า ศรชล. กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน และหน่วยงานระดับจังหวัด เพื่อตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันและศูนย์กระจายน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งนำไปสู่การรับเป็นคดีพิเศษหลายกรณีความคืบหน้าคดีปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง (คดีพิเศษที่ 66/2569)
สำหรับกรณีการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเลียมเทรดดิ้ง จำกัด ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียก สุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี (น้องชายของสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี (เสี่ยตือ คอสโม่) เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง (มาตรา 10) และกระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่าย (มาตรา 25 วรรคหนึ่ง) ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543
ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนได้กำหนดนัดหมายให้นายสุรัตน์เข้าพบในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่านายสุรัตน์ได้เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยแนวทางการสืบสวนระบุว่า นายสุรัตน์ถือเป็นผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการบริหารจัดการธุรกิจน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเลียมเทรดดิ้ง จำกัด ทั้งหมด โดยมีพยานหลักฐานเป็นเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับบัญชีนิติบุคคล แม้จะไม่เคยปรากฏชื่อของนายสุรัตน์ในโครงสร้างกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัทก็ตาม
นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงความคืบหน้าการตรวจสอบใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 (โรงกลั่น) จำนวน 6 แห่งในประเทศไทย ซึ่งพบว่าไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนใน 8 ข้อสำคัญ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 อันถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543
ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ดำเนินการออกหมายเรียกนิติบุคคลระดับมหาชนทั้ง 6 บริษัท เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานเป็นผู้ค้าน้ำมันที่ทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยกำหนดนัดหมายให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน 2569 ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่มีบริษัทใดส่งหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบ ประกอบด้วย
- บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) – Thaioil (TOP)
- บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) – GC (PTTGC)
- บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) – IRPC
- บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) – Bangchak (BCP)
- บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) – Bangchak Sriracha (BSRC)
- บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) – Star Petroleum (SPRC)


