ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เม็ดเงินจากกลุ่มทุนจีนได้ทยอยเข้าสู่หลายอุตสาหกรรมไทย ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์, การท่องเที่ยว, อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงภาคการผลิต แต่ระยะหลังเริ่มเห็นสัญญาณการขยับเข้ามาสู่ตลาดคอนเสิร์ตไทย หลังประเทศไทยเริ่มถูกมองเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของงานดนตรีที่ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้ามา และยังมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรมที่โดดเด่น ผู้บริโภคส่วนใหญ่พร้อมจ่าย
ประเด็นสำคัญ
กระแสดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทยเริ่มถูกจับตามองในฐานะ ธุรกิจที่สร้างประสบการณ์ ที่ไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะจากการขายบัตร แต่เชื่อมโยงไปถึงการสร้างรายได้ให้กับโรงแรม, ร้านอาหาร, การเดินทาง การจับจ่าย และกิจกรรมท่องเที่ยวโดยรอบ โดยเฉพาะเทศกาลขนาดใหญ่ที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาได้พร้อมกันในช่วงเวลาเดียว
แต่อีกด้านหนึ่ง การเข้ามาของทุนต่างชาติทำให้เกิดคำถามต่อผู้เล่นในอุตสาหกรรมไทยว่า จะรับมือกับการแข่งขันรอบใหม่ได้อย่างไร โดยเฉพาะหากการลงทุนไม่เข้ามาเพียงเม็ดเงิน แต่รวมไปถึงการนำระบบการทำงาน เช่น ซัพพลาย และเครือข่ายธุรกิจเข้ามาทั้งหมด
ทุนจีนเริ่มบุกตลาดคอนเสิร์ต-อีเวนต์ ไทย ผู้ประกอบการหวั่นเม็ดเงินไหลออกจากประเทศ
THE STANDARD WEALTH มีโอกาสร่วมวงสัมภาษณ์ โอม – รชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด หรือผู้ได้รับสิทธิ์จัดงาน Tomorrowland ที่ได้ฉายภาพให้เห็นว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณว่านักลงทุนจีนจำนวนมากกำลังมองหาโอกาสเข้ามาในตลาดอีเวนต์และเทศกาลดนตรีของไทย ก่อนหน้านี้บริษัทได้รับการติดต่อจากนักลงทุนชาวจีนหลายกลุ่ม ที่เข้ามาหารือถึงความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุนหรือ พาร์ตเนอร์ในการจัดงาน

รชต ธันยาวุฒิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด
“ช่วงแรกเรามองว่าอาจเป็นโอกาส เพราะหากมีทุนใหม่เข้ามา อาจช่วยให้ตลาดขยายตัวได้เร็วขึ้น รวมถึงสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ แต่หลังจากศึกษาแนวทางการทำงานและสังเกตโมเดลธุรกิจ ก็พบว่ามีหลายเรื่องที่ต้องคิดมากกว่าผลประโยชน์ระยะสั้น”
แม้บริษัทจะเคยพิจารณาถึงความร่วมมือ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่เดินหน้าร่วมลงทุน เนื่องจากมองว่าผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมในระยะยาวมีน้ำหนักมากกว่าโอกาสเชิงธุรกิจ
โอม – รชต อธิบายว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันระหว่างผู้เล่นไทยกับต่างชาติเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างเศรษฐกิจภายในอุตสาหกรรม เพราะผู้จัดจากจีนบางส่วนมีแนวโน้มนำระบบนิเวศของตนเองเข้ามาเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทีมโปรดักชัน, ซัพพลายเออร์, พาร์ตเนอร์, เครือข่ายธุรกิจ หรือระบบต่างๆ เข้ามาทั้งหมด
ผลที่ตามมาคือ แม้งานจะจัดขึ้นในประเทศไทย แต่เม็ดเงินที่ควรหมุนเวียนภายในประเทศอาจไม่กระจายไปสู่ผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มที่ ทั้งในส่วนของทีมงานผู้รับเหมา ธุรกิจบริการ และซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง แล้วถ้าผู้เล่นต่างชาติเริ่มเข้ามามากขึ้นแล้วใช้ระบบของตัวเองทั้งหมด คำถามคือสุดท้ายใครได้ประโยชน์จริงจากการเติบโตของตลาด
นอกจากเรื่องโครงสร้างธุรกิจแล้ว ยังมีความท้าทายเรื่องมาตรฐานการบริหารงาน พร้อมยกตัวอย่างกรณีคอนเสิร์ตบางงานที่มีผู้จัดต่างชาติเข้ามาดำเนินการซึ่งเคยเกิดปัญหาด้านการควบคุมพื้นที่และการบริหารจัดการในส่วนของผู้เข้าร่วมงาน จนมีเหตุให้บางคนที่มีบัตรไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงได้
เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมไม่ได้วัดจากจำนวนงานหรือมูลค่าตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการดำเนินงาน ความปลอดภัย และการบริหารหลังบ้าน ที่ต้องรองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
ถึงวันนี้อุตสาหกรรมยังไม่ได้รับผลกระทบชัดเจน แต่ถ้าในอนาคตมีผู้เล่นต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามามากขึ้น เรื่องนี้อาจกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่แก้ยาก ถึงแม้อีกด้านหนึ่งของอุตสาหกรรมจะสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสใหม่ก็ตามคนดูคอนเสิร์ตพร้อมจ่ายให้ ‘ความคุ้มค่า’ เท่านั้น
โอม – รชต ยังยกตัวอย่างสำคัญงาน SIAM Songkran Music Festival 2026 ที่บริษัทตนเองเป็นผู้จัดขึ้นในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ด้วยงบลงทุน 250 ล้านบาท บัตรเข้าชมทุกประเภทขายหมด ทั้งโซนทั่วไป, พื้นที่พิเศษ VVIP และโต๊ะรับรอง สามารถสร้างรายได้ทะลุ 300 ล้านบาท มีผู้เข้าร่วมงานตลอด 4 วันรวม 9.2 หมื่นคน โดยครึ่งหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 4.6 หมื่นคน ส่วนใหญ่มาจาก จีน, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมชาวไทย

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดเทศกาลดนตรีไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยผู้บริโภคในประเทศเท่านั้น แต่เริ่มเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ และ เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ มองว่าไม่ได้เกิดจากการเพิ่มความยิ่งใหญ่ของงานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการปรับกลยุทธ์ ทั้งการรับฟังความคิดเห็นจากผู้สนับสนุน ลูกค้า และ ศิลปิน แล้วนำข้อมูลมาพัฒนาประสบการณ์หน้างาน
“เมื่อก่อนเราทำให้เวทีใหญ่ขึ้น โปรดักชันอลังการ มีดีเจระดับโลกเพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายพบว่าสิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาคือประสบการณ์ที่ยังคิดถึงหลังงานจบ และ รู้สึกว่าการมางานครั้งนั้นคุ้มค่าจริง แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคหลังโควิดที่เริ่มเปลี่ยนมาใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะคนยุคใหม่ที่ต้องการความสุขที่จับต้องได้ และ พร้อมจ่าย หากรู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับคุ้มค่ามากพอ”
ในมุมของผู้จัด หากสามารถออกแบบประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจได้ ก็จะนำไปสู่การกลับมาซื้อซ้ำ และ เปลี่ยนผู้เข้าร่วมงานให้เป็นฐานลูกค้าระยะยาวได้
ขณะเดียวกันผู้บริโภคยุคใหม่ยังมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เติบโตมาด้วย AI และ ข้อมูลออนไลน์ ทำให้รู้ทันกลยุทธ์การตลาดแบบเดิม ดังนั้น เทคนิคกระตุ้นยอดขายด้วยความกลัวว่าจะตกเทรนด์หรือการสร้างแรงกดดันด้านราคา จะเริ่มมีประสิทธิภาพลดลง เพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความจริงใจ ความโปร่งใส และ ประสบการณ์จริงมากขึ้น
ท้ายที่สุดแล้วในอุตสาหกรรมคอนเสิร์ต การเติบโตจะไม่สามารถเกิดขึ้นจากผู้จัดรายใดรายหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งระบบ และต้องพร้อมรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ตลอดจนการเข้ามาของทุนต่างชาติ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว
CI ประเมินอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทยยังโตได้อีก
ปอ-ญาณกร อภิราชกมล ผู้บริหารบริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทจัดงานอีเวนต์และเทศกาลดนตรีแถวหน้าของไทย (CI ShowBiz) แสดงความเห็นกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ปัจจุบันตลาดคอนเสิร์ตไทยแบ่งออกเป็นหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่ตลาดคอนเสิร์ตเพลงไทย เพลงสากล และ EDM ซึ่งแต่ละตลาดก็มีผู้เล่นที่จัดงานแตกต่างกัน

ญาณกร อภิราชกมล ผู้บริหารบริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด
ในประเด็นของกลุ่มทุนจีนที่เริ่มเข้ามาสนใจในตลาดคอนเสิร์ตไทย มองว่า การเติบโตของงานเทศกาลดนตรี EDM ที่จัดขึ้นในช่วงสงกรานต์สามารถแสดงความสำเร็จว่าสามารถดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาได้ และสร้างเม็ดเงินเติบโตขึ้นต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มทุนจีนสนใจเข้ามาลงทุน เพราะการจัดงานลักษณะนี้ในจีนยังมีข้อจำกัดอยู่ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากเลือกเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อเข้าร่วมเทศกาลดนตรีและกิจกรรมบันเทิงในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยที่กลายเป็นหนึ่งในปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
อีกทั้งยังมองว่ากลุ่มทุนเหล่านี้ถ้าเข้ามาจะไม่เข้ามาเพียงในฐานะผู้สนับสนุนเงินทุน แต่ยังมาพร้อมระบบนิเวศทางธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่ด้านอุปกรณ์, ซัพพลาย, โปรดักชัน, เทคโนโลยี ไปจนถึงเครือข่ายพันธมิตรและฐานลูกค้าในประเทศต้นทาง โดยรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่พบส่วนใหญ่คือ การตั้งบริษัทหรือ พาร์ตเนอร์ ในประเทศไทย คัดเลือกศิลปินและ คอนเทนต์ ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีน ใช้ระบบบริหารจากฝั่งจีน และดึงฐานผู้เข้าชมจากต่างประเทศเข้ามาสร้างดีมานด์ให้กับงาน
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าการเข้ามาของทุนจีนยังไม่กระทบต่อบริษัทโดยตรง เนื่องจากฐานลูกค้าและเซกเมนต์ตลาดยังแตกต่างกัน แต่ก็มีข้อสังเกตว่า แม้เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศจะช่วยสร้างความคึกคักให้ตลาด แต่รายได้บางส่วนอาจไม่หมุนเวียนกลับเข้าสู่ผู้ประกอบการไทยเต็มที่ เนื่องจากหลายโครงการอาจต้องใช้เครือข่ายซัพพลายเชนและบริหารจากต่างประเทศเป็นหลัก แม้จะมีการจ้างงานแรงงานไทยในบางส่วน
คอนเสิร์ตไทยโตแต่เหนื่อย ผู้จัดรับศึก 10 งานต่อสัปดาห์
ญาณกรฉายภาพต่อไปว่า แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทยจะยังอยู่ในช่วงเติบโต แต่การแข่งขันกลับรุนแรงขึ้นมาก ปัจจุบันมีการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ดนตรีมากกว่า 10 งานต่อสัปดาห์ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้โจทย์ของผู้จัดจะไม่อยู่ที่การสร้างงานเพียงอย่างเดียว เป็นการแข่งขันเพื่อแย่งเวลากำลังซื้อและความสนใจของผู้บริโภค

อีกหนึ่งความท้าทายใหญ่ๆ เลยก็คือ จำนวนศิลปินไทยที่มีอยู่ค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้ผู้จัดต้องทำหน้าที่เสมือนเชฟ ที่นำวัตถุดิบเดิมมาปรุงใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์และรูปแบบงานให้ตอบโจทย์ผู้ชมยุคใหม่มากขึ้น ที่สำคัญ การนำคอนเสิร์ตรูปแบบเดิมเมื่อ 10-15 ปีก่อนกลับมาจัดซ้ำอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะการแข่งขันกำลังเปลี่ยนจากการขายชื่อศิลปินไปสู่การแข่งขันด้านคอนเซปต์ ประสบการณ์ คอนเทนต์ และการออกแบบงานมากกว่า
นอกจากการแข่งขันด้านคอนเทนต์แล้ว สถานที่จัดงานยังกลายเป็นปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรม ต้องจองล่วงหน้ากันข้ามปี ส่งผลให้ผู้จัดต้องวางแผนระยะยาวมากขึ้น และทำให้ตลาดเริ่มคัดกรองผู้เล่นเหลือเฉพาะรายที่มีเงินทุนแข็งแรงและบริหารโครงการต่อเนื่องได้
สำหรับกลยุทธ์ของ CI บริษัทใช้แนวทางเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะ มากกว่าการทำตลาดวงกว้าง โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลักในการเข้าถึงผู้บริโภค ที่ผ่านมาได้จัดงานเทศกาลดนตรีในต่างจังหวัด เช่น Samed in Love และ Season of Love Song จึงเริ่มเห็นพฤติกรรมผู้ชมในพื้นที่นั้นๆ ที่จากเดิมจะมีผู้เข้าร่วมงานจากกรุงเทพฯ เป็นหลัก แต่ปัจจุบันฐานลูกค้าขยายไปสู่คนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อด้านไลฟ์สไตล์เริ่มกระจายไปสู่ภูมิภาคแล้ว
และอีกหนึ่งจุดแข็งของบริษัทคือการเจาะตลาดแฟนเพลงยุค 90 โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 35-40 ปีขึ้นไป ผ่านโปรเจกต์จากค่ายเพลงเก่า ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูง และยังมีความผูกพันกับศิลปินในอดีต
นอกจากนี้ในช่วงที่เหลือของปี CI เตรียมเดินหน้าจัดเทศกาลดนตรีและคอนเสิร์ตต่อเนื่อง ได้แก่ Samed in Love, Season of Love Song และคอนเสิร์ต Sek Loso และยังเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ต่อยอดจากซีรีส์งานเดิมในช่วงปลายเดือนสิงหาคม รวมถึงโปรเจกต์ขนาดใหญ่ร่วมกับ บอย โกสิยพงษ์ ในวันที่ 12 ธันวาคมปี 2569
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า อุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทยกำลังเข้าสู่การแข่งขันใหม่ จากเดิมที่เน้นศิลปินและสถานที่จัดงานไปสู่การแข่งขันด้านความเข้าใจผู้บริโภค การสร้างประสบการณ์และการออกแบบโปรดักต์ให้ตอบโจทย์ตลาด ที่อาจกลายเป็นปัจจัยตัดสินผู้ชนะในอุตสาหกรรมระยะต่อไป

