เสร็จสิ้นแล้ว สำหรับภารกิจต้อนรับ หวังอี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายนที่ผ่านมา
หนึ่งในข้อสรุปที่สำคัญที่เกิดขึ้นคือ ทั้งสองฝ่ายเห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างกัน และปีที่ผ่านมาได้ฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน ขณะที่หวังอี้ยังกล่าวว่าความสัมพันธ์นี้เป็น ‘แบบอย่างที่ดี’ ของความสัมพันธ์ที่จีนอยากจะมีกับอาเซียนทุกประเทศ
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเผยว่า ในการหารือกับหวังอี้ ไทยพยายามที่จะมองไปข้างหน้า และจะจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อเป็นแนวทางสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยจะครอบคลุมความสัมพันธ์ในทุกมิติ รวมทั้งความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับระหว่างประเทศ
THE STANDARD สัมภาษณ์ ศ.กิตติคุณ ดร. สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์ทหาร และความมั่นคง ถึงนัยของการเดินทางเยือนครั้งนี้
อาจารย์สุรชาติมองว่า การที่ หวังอี้ เดินทางมาเยือนไทย รวมถึงเพื่อนบ้านในอาเซียนในช่วงเวลานี้ สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า จีนมอง ‘ผลประโยชน์ในเอเชีย’ ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- ผลประโยชน์เฉพาะหน้า ได้แก่ การเจรจาระหว่างสีจิ้นผิงกับโดนัลด์ ทรัมป์ที่ปักกิ่ง ซึ่งจีนไม่ต้องการให้ปัญหาในอิหร่านมาเป็นอุปสรรคต่อการเจรจานี้ จึงอยู่ในสภาวะที่เคลื่อนไหวอะไรมากไม่ได้
- ผลประโยชน์เชิงภูมิรัฐศาสตร์ดั้งเดิมคือ ปัญหาไต้หวันและปัญหาหมู่เกาะในทะเลจีนใต้
- ผลประโยชน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่วนนี้ ‘มีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ’
โดยการมาเยือนของหวังอี้เป็นการยืนยันว่า จีนมองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ‘อาเซียน’ เป็น ‘หลังบ้าน’ เช่นเดียวกับที่ ‘ลาตินอเมริกา’ เป็นหลังบ้านของสหรัฐฯ หากทรัมป์บุกเวเนซุเอลาบน ‘หลักการมอนโร’ จีนก็ขยายอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนหลักการลักษณะเดียวกันนี้
อาจารย์สุรชาติทิ้งท้ายว่า นี่เป็นมิติที่ประเทศไทยและสังคมไทยต้องขบคิดให้มากขึ้น เพราะการตกอยู่ในสถานะ ‘หลังบ้าน’ ของมหาอำนาจย่อมมีความสุ่มเสี่ยง และหมายความว่านโยบายต่างประเทศของประเทศเล็กๆ ในภูมิภาคนี้กำลังถูกพันธนาการด้วยการเมืองระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องคิดให้รอบคอบและเท่าทันสถานการณ์โลก
อ้างอิง:


