×

‘ไทยเที่ยวไทย พลัส’ ยังไม่เข้า ครม. ‘ศุภจี’ เผยรอลุ้นงบ ชี้มาตรการต้องไม่กระจุกตัว

06.08.2026
ภาพ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

‘ศุภจี’ ชี้ ‘ไทยเที่ยวไทย พลัส’ ยังไม่เข้า ครม. ส.ค.รอดูงบประมาณ พร้อมบินเจรจา ART ภาษีสหรัฐฯ อีกครั้งปลายเดือน ย้ำไม่ถอย ‘เส้นแดง’

 

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ ‘ไทยเที่ยวไทย พลัส’ ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือ

 

เนื่องจากต้องพิจารณาวงเงินงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด และต้องรอความชัดเจนของการผ่านงบประมาณในช่วงสุดท้าย เพื่อประเมินว่าจะมีงบประมาณเหลืออยู่เท่าใด

 

ทั้งนี้ ได้หารือกับเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อร่วมผลักดันโครงการดังกล่าว ซึ่งรูปแบบน่าจะคล้ายกับโครงการเที่ยวคนละครึ่ง โดยต้องออกแบบมาตรการให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง ทั้งรายเล็กและรายย่อย ไม่ให้กระจุกตัวอยู่เฉพาะบางกลุ่ม ขณะที่ระบบรองรับคาดว่ามีความพร้อมอยู่แล้ว เนื่องจากมีโครงการไทยช่วยไทย พลัส รองรับอยู่

 

เมื่อถามว่า หากผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว จะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนสิงหาคมได้หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ‘ยังไม่ได้ ต้องดูกันอีกยาว’ เนื่องจากท่านสุรศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว

 

ขณะที่ท่านเอกนิติต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณ ส่วนตนในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ต้องพิจารณาความเหมาะสมของโครงการ เพราะต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง

 

เมื่อถามย้ำว่า โครงการ ไทยเที่ยวไทย พลัส มีโอกาสเริ่มใช้ได้ในช่วงปลายปีนี้หรือไม่ ศุภจี กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งรูปแบบของโครงการและวงเงินงบประมาณที่จะใช้

 

นอกจากนี้ ศุภจี ยังกล่าวถึงการนัดหารือระดับเทคนิคในการเจรจา Agreement on Reciprocal Trade (ART) หรือข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน กรณีภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ตามมาตรา 301 ว่า จะมีการหารือในช่วงสิ้นเดือนนี้ โดยตนจะเดินทางไปพร้อมทีมเทคนิคเพื่อร่วมเจรจาด้วยตนเอง

 

ทั้งนี้ ไทยจะพยายามรักษาสิทธิประโยชน์ของประเทศให้ได้มากที่สุด โดยเห็นว่าการใช้เพียงนโยบายการค้าอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากไทยยังเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับสูง จึงจำเป็นต้องใช้ประเด็นอื่นประกอบการเจรจา ทั้งเรื่องการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ รวมถึงแนวทางอื่นที่ไทยสามารถสนับสนุนได้

 

สำหรับข้อเสนอจากฝ่ายสหรัฐฯ ที่ไทยไม่สามารถยอมรับได้ หรือ “เส้นแดง” นางศุภจี กล่าวว่า ไทยจะไม่ยอมรับในประเด็นดังกล่าว และจำเป็นต้องใช้การเจรจาในระดับนโยบายควบคู่กับการหารือของทีมเทคนิค โดยระบุว่า ในการเดินทางครั้งก่อน ตนได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมองภาพรวมของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะประเด็นดุลการค้า ดังนั้น การเดินทางไปเจรจาครั้งนี้จึงมีความจำเป็น

 

เมื่อถามว่า ไทยจะเสนอสินค้าส่งออกเพิ่มเติมอีก 13 รายการ เพื่อขอยกเว้นภาษีหรือไม่ ศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันไทยได้รับการยกเว้นภาษีแล้วกว่า 2,000 รายการ และเมื่อรวมกับสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภายใต้มาตรา 232 ซึ่งเจรจากันมานาน ทำให้ขณะนี้มีสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีประมาณ 72%

 

ขณะที่อีก 28% ยังต้องเสียภาษี โดยรัฐบาลจะพิจารณาว่ามีสินค้าใดที่สามารถเสนอเพิ่มเติมเพื่อขอรับการยกเว้นได้อีก แม้ว่าขณะนี้ไทยจะได้รับการยกเว้นภาษีจำนวนมากแล้วก็ตาม


READ MORE






Latest Stories