วานนี้ (23 เมษายน) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงผลการจับกุม ร.อ. วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาคนสุดท้ายในคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยจับกุมได้ที่ชายแดน อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี หลังหลบหนีไปฝั่งเมียนมานานนับเดือน ถือเป็นการปิดคดีในส่วนของกลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุทั้ง 5 รายได้ครบถ้วนตามหมายจับ
พล.ต.อ. สำราญ เปิดเผยว่า ร.อ. วิโรจน์ ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยมีแรงจูงใจเบื้องต้นมาจากการที่ตนเองลาออกจากราชการทหารแล้วไม่มีงานทำ จึงมาอาศัยอยู่กับ สมพร ลังเดช (หนึ่งในผู้ต้องหา) ที่ จังหวัดนราธิวาส ก่อนจะได้รับข้อมูลและร่วมกันก่อเหตุ ส่วนประเด็นเรื่องการยืมรถ กอ.รมน. มาใช้นั้น ผู้ต้องหายอมรับว่ายืมมาจริง แต่รายละเอียดเชิงลึกและไทม์ไลน์ที่ยังขัดแย้งกันอยู่ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนขยายผลต่อไป
ด้าน พล.ต.ท. นพศิลป์ ระบุว่า การติดตามตัวเป็นไปอย่างเข้มข้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยแกะรอยจากจุดเกิดเหตุที่นราธิวาส ผ่านหลายจังหวัดจนพบว่ากบดานอยู่ตะเข็บชายแดน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกองกำลังในพื้นที่จนสามารถคุมตัวได้พร้อมเงินติดตัว 4,500 บาท ทั้งนี้พบประวัติผู้ต้องหาเคยเป็นทหารในพื้นที่นราธิวาสช่วงปี 2533-2534 และเคยมีคดีปืนเถื่อนติดตัวมาก่อน
สำหรับประเด็นผู้จ้างวาน พล.ต.อ. สำราญ ย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะระบุตัวตนในวันนี้ แต่ยืนยันว่าพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใครจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดและเที่ยงธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 07.00 น. วันนี้ (23 เมษายน) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส เพื่อดำเนินการสอบปากคำ และฝากขังตามขั้นตอน ซึ่งได้กำชับเรื่องความปลอดภัยของผู้ต้องหาอย่างเข้มงวดตามที่เจ้าตัวร้องขอ
วิโรจน์คือใคร
สำหรับ ร.อ. วิโรจน์ ผู้ต้องหา เป็น 1 ใน 5 ผู้ร่วมก่อเหตุคดียิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ เคยทำงานรับราชการทหาร ก่อนลาออกไปทำงานต่างประเทศกับ UN เป็นเวลา 16 ปี แต่เมื่อเดินทางกลับมาไทยแล้วไม่มีงานทำ จึงไปอาศัยอยู่กับสมพร (หนึ่งในผู้ต้องหา)
เปิดขั้นตอนกลุ่ม 5 ผู้ต้องหายิง สส.กมลศักดิ์
พยานหลักฐานชี้ชัดว่า สมพร ลังเดช ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและชี้เป้าหมายในการลอบยิง สส.กมลศักดิ์ โดยเริ่มจากการไปติดตามเป้าหมายที่สนามบินหาดใหญ่พร้อม อาลาวี อาแว ในคืนวันที่ 19 มีนาคม 69 ก่อนโทรสั่งการให้ ร.อ. วิโรจน์ และ ธนภัทร ให้นำรถออกมาสลับเปลี่ยนให้ อาลาวีเป็นผู้ขับ
จนกระทั่งเวลา 01.08 น. ของวันที่ 20 มีนาคม 69 ทีมก่อเหตุได้ขับรถประกบยิงรถตู้เป้าหมายแล้วหลบหนี โดยปล่อยอาลาวีลงข้างทางพร้อมซ่อนอาวุธปืน ส่วน ร.อ. วิโรจน์ และธนภัทรได้นำรถไปจอดทิ้งไว้ที่อู่ของสุนทร พรมหมภักดี โดยสมพรได้สั่งการให้สุนทรจัดการชำแหละแยกชิ้นส่วนรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อทำลายหลักฐาน


