วันนี้ (28 กรกฎาคม) พ.อ. เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ได้ตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนและตรวจพบความเชื่อมโยงกับอาวุธปืนจำนวน 14 กระบอก โดยในจำนวนนี้ 10 กระบอกเคยถูกใช้ก่อเหตุในคดีความมั่นคงมาแล้ว 36 คดี
และเมื่อนับรวมคดีล่าสุด ทำให้มีความเชื่อมโยงรวมทั้งสิ้น 37 คดี ส่วนอาวุธปืนอีก 4 กระบอกยังไม่พบประวัติในสารบบ อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบที่มาและผู้เกี่ยวข้อง
คดีที่ตรวจพบความเชื่อมโยงทั้ง 37 คดี เกิดขึ้นในจังหวัดนราธิวาส 36 คดี ได้แก่ อำเภอจะแนะ 18 คดี อำเภอระแงะ 5 คดี อำเภอเจาะไอร้อง 5 คดี อำเภอสุคิริน 3 คดี อำเภอศรีสาคร 2 คดี อำเภอรือเสาะ อำเภอตากใบ และอำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอละ 1 คดี ส่วนอีก 1 คดีเกิดขึ้นในอำเภอรามัน จังหวัดยะลา
คดีสำคัญที่พบความเชื่อมโยงของอาวุธปืน ได้แก่ เหตุยิงปลัดอาวุโสอำเภอจะแนะและประชาชนหญิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เหตุลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารในอำเภอศรีสาคร เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 จนเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 1 นาย
เหตุลอบวางระเบิดและยิงชุดรักษาความปลอดภัยครูในอำเภอสุคิริน เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ EOD ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบระเบิด
รวมถึงเหตุยิงอาสาสมัครทหารพรานในอำเภอเจาะไอร้อง และเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดเคลื่อนที่เร็ว กรมทหารพรานที่ 49 ในอำเภอจะแนะ เมื่อปี 2568 และ 2569 ตามลำดับ
รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวอีกว่า ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวถือเป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่มีความสำคัญ เนื่องจากหลายเหตุการณ์พบการใช้อาวุธปืนมากกว่าหนึ่งกระบอกในการก่อเหตุ ทำให้อาวุธบางกระบอกสามารถเชื่อมโยงกับหลายคดี ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการขยายผลติดตามเครือข่ายผู้ก่อเหตุ ผู้สนับสนุน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
นอกจากนี้ ศาลจังหวัดนราธิวาสได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 2 ราย คือ นายอาซีซัน (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับเลขที่ 439/2569 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และนายซาอาบูดิน (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับเลขที่ 440/2569 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ในข้อหาร่วมกันก่อการร้ายและปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งขยายผลสืบสวนติดตามผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ในส่วนของความคืบหน้าคดีเหตุระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์บริเวณหน้า สถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและทรัพย์สินของทางราชการเสียหายนั้น ผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนระเบิดพบว่ามีลักษณะและรูปแบบการประกอบตรงกับชิ้นส่วนระเบิดที่ใช้ก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณท่อลอดถนนใกล้สามแยกสะปอม พื้นที่บ้านไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งทำให้ชาวมาเลเซียที่ใช้เส้นทางได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของรูปแบบการประกอบระเบิดและแนวทางการก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบการสืบสวนสอบสวน เพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องและเครือข่ายผู้ก่อเหตุรุนแรง พร้อมเดินหน้าบูรณาการการข่าว การสืบสวน และการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างเข้มข้น เพื่อติดตามผู้บงการและผู้ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ควบคู่กับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง


