วันนี้ (31 กรกฎาคม) เวลา 15.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพบกับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยในสัปดาห์หน้า ว่า เป็นการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยในวันที่ 6 สิงหาคม จะมีการหารือแบบทวิภาคี และการหารือแบบ Four-Eyes (การพูดคุยเป็นการส่วนตัวระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่าย) รวมถึงพบกับสภาธุรกิจไทย-เมียนมา
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกครั้งที่มีแขกบ้านแขกเมืองเดินทางมาเยือน หรือเมื่อประเทศไทยเดินทางไปเยือนต่างประเทศ จะต้องมีกรอบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ และภาคเอกชนร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือร่วมกัน ไม่ใช่เพียงภาครัฐเท่านั้น แต่ต้องให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการสร้างความสัมพันธ์ รวมถึงการจับคู่ทางธุรกิจด้วย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกจะถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นหลักในการหารือหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นหนึ่งในประเด็นที่จะมีการพูดคุยกัน รวมถึงเรื่องสารพิษ หมอกควัน ชนกลุ่มน้อย และปัญหายาเสพติด
ส่วนกรณีปัญหาสารพิษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้ยิ่งเป็นเหตุผลที่ทั้งสองประเทศต้องหารือร่วมกัน เพราะไทยและเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องมีความสัมพันธ์ที่ดี สนับสนุนและเกื้อกูลกัน หากประเทศหนึ่งได้รับผลกระทบจากการกระทำหรือผลพวงที่เกิดขึ้นจากอีกประเทศหนึ่ง ก็ต้องร่วมกันหาแนวทางแก้ไข
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เชื่อว่าฝ่ายเมียนมาก็คงมีประเด็นที่ต้องการขอความร่วมมือจากประเทศไทยเช่นกัน จึงต้องนำทุกเรื่องมาหารือร่วมกัน เพราะความสัมพันธ์พื้นฐานของทั้งสองประเทศอยู่ในระดับที่ดี และประเทศไทยต้องการเป็นมิตรกับทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะมีการหารือเรื่องแก๊งสแกมเมอร์ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ทุกเรื่อง”


