×
415062

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: ทรัมป์-ไบเดน เดินหมากหาเสียงโค้งสุดท้ายในแถบมิดเวสต์

โดย THE STANDARD TEAM
31.10.2020
  • LOADING...
เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: ทรัมป์-ไบเดน เดินหมากหาเสียงโค้งสุดท้ายในแถบมิดเวสต์

ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ โจ ไบเดน ผู้ท้าชิงจากพรรเดโมแครต ต่างเดินสายหาเสียงในรัฐแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ หวังช่วงชิงคะแนนเสียงสำคัญที่อาจชี้ชะตาว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป

 

โดยไบเดนลงพื้นที่หาเสียงในรัฐไอโอวา ซึ่งเป็นรัฐที่ทรัมป์คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 มาได้อย่างฉิวเฉียดเพียง 10 จุด ส่วนทรัมป์ไปที่รัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นรัฐที่เขาพ่ายแพ้ให้กับ ฮิลลารี คลินตัน มาแบบเฉียดฉิวเมื่อ 4 ปีก่อน

 

สำหรับผลการสำรวจความคิดเห็นทั่วประเทศนั้น ไบเดนมีคะแนนนำอยู่พอตัว แต่อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครจากเดโมแครตมีคะแนนนำทรัมป์อยู่ไม่มากนักในหลายรัฐที่ยังคาดเดาไม่ได้ว่าประชาชนจะโหวตให้กับผู้สมัครจากพรรคใด และอาจกลายเป็นรัฐชี้ชะตาผลการเลือกตั้งในวันที่ 3 พฤจิกายนนี้

 

จนถึงขณะนี้ ชาวอเมริกันมากกว่า 85 ล้านคนใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว ซึ่ง 55 ล้านคนเป็นการโหวตทางไปรษณีย์ พร้อมเตรียมทำสถิติเป็นการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่มีผู้ใช้สิทธิ์มากที่สุดในรอบกว่าร้อยปี

 

ที่ผ่านมาการหาเสียงส่วนใหญ่ของไบเดนจะเน้นไปที่แถวบ้านเกิดอย่างเมืองไวโอมิง รัฐเดลาแวร์ อย่างไรก็ดี ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้สมัครจากเดโมแครตรุดไปที่รัฐไอโอวา, วิสคอสซิน และมินนีโซตา ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ไบเดนเดินทางไปยังรัฐไอโอวาคือเมื่อเดือนมกราคม โดยคะแนนเสียงของเขานับว่าค่อนข้างเสี่ยงที่รัฐนี้ เพราะเขาเคยแพ้ที่รัฐไอโอวาเมื่อครั้งเลือกตั้งเพื่อหาตัวแทนพรรคเดโมแครตไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 จากทรัมป์

 

สำหรับที่รัฐมินนีโซตา ไบเดนปรากฏตัวในอีเวนต์แบบ Drive-in ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 22 นาทีที่ลานจอดรถแห่งหนึ่ง แต่กลับมีผู้สนับสนุนทรัมป์มาร่วมด้วย และพยายามป่วนการหาเสียงของตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ด้วยการบีบแตรรถกลบเสียงของไบเดนในขณะที่เขากำลังกล่าวปราศรัย 

 

“คนเหล่านี้ไม่สุภาพเอาเสียเลย แต่พวกเขาก็เหมือนทรัมป์นั่นแหละ” ไบเดนกล่าว ก่อนที่ไบเดนจะถูกแทรกอีกครั้งในเวลาต่อมา ขณะที่กำลังเรียกร้องให้มีการบังคับสวมใส่หน้ากากอนามัยทั่วประเทศเพื่อป้องกันและควบคุมโควิด-19 

 

นอกจากนี้ ไบเดนยังได้กล่าวโจมตีคู่แข่งจากพรรครีพับลิกันว่า “โดนัลด์ ทรัมป์ โบกธงขาว และยอมแพ้ต่อไวรัส แต่ชาวอเมริกันไม่ยอมแพ้ พวกเขาไม่ได้ขี้ขลาดตาขาว และผมก็จะไม่ยอมแพ้เช่นกัน”

 

ผู้สันทัดกรณีมองว่า การลงพื้นที่หาเสียงของไบเดนในรัฐมินนิโซตา ทั้งๆ ที่โพลหลายสำนักระบุว่าเขามีคะแนนนำมาโดยตลอดนั้น แสดงให้เห็นว่าทีมหาเสียงของพรรคเดโมแครตมีความกังวลเกี่ยวกับรัฐนี้

 

ไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่รัฐเดลาแวร์ ในขณะที่เตรียมลุยหาเสียงต่อในรัฐแถบมิดเวสต์ว่า “ผมไม่ประมาท”

 

งบหาเสียงของไบเดนซึ่งมากกว่าของทรัมป์ถึงสองเท่า ทำให้เขาสามารถเดินสายหาเสียงในรัฐที่เป็นฐานเสียงของรีพับลิกันอย่างเช่น ไอโอวา และจอร์เจีย ซึ่งเป็นรัฐที่เดโมแครตไม่เคยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีมานับตั้งแต่สมัย บิล คลินตัน เมื่อปี 1992

 

เดโมแครตถึงขั้นฝันว่าจะแย่งชิงรัฐเท็กซัสมาจากพรรครีพับลิกันเลยทีเดียว โดยรัฐเท็กซัสถือเป็นฐานเสียงเหนียวแน่นที่สุดรัฐหนึ่งของรีพับลิกัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตคนสุดท้ายที่มาคว้าชัยจากรัฐนี้ไปได้คืออดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 1976 ดังนั้น หากรีพับลิกันพ่ายแพ้ในรัฐนี้ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พรรคจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี

 

โดยโพลสำรวจความคิดเห็นล่าสุด แสดงให้เห็นว่าไบเดนทำคะแนนขยับเข้าใกล้ทรัมป์ในรัฐเท็กซัส 

 

ทั้งนี้ ชาวเท็กซัสมากกว่า 9 ล้านคนได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว ซึ่งทำลายสถิติในการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 

 

ทางฝั่งทรัมป์นั้น เขาทุ่มเวลาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาไปกับรัฐอุตสาหกรรมที่เป็นฐานเสียงของเดโมแครตอย่าง มิชิแกน, วิสคอนซิน และเพนซิลเวเนีย ซึ่งเขาเคยเลือกที่จะสู้อย่างเต็มที่ในรัฐเหล่านี้ จนทำให้เขาสร้างเซอร์ไพรส์เก็บชัยชนะที่ไม่น่าจะเป็นไปได้มาแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน  

 

ขณะที่เมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ได้เดินทางไปยังรัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นฐานเสียงเหนียวแน่นของเดโมแครต โดยชาวมินนิโซตาไม่ได้โหวตเลือกผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันมาตั้งแต่ปี 1972 และเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทรัมป์พ่ายในรัฐนี้ไปด้วยคะแนนเพียง 44,000 คะแนน ซึ่งรัฐมินนิโซตาเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่รัฐที่ทรัมป์พยายามเปลี่ยนให้มาเป็นของรีพับลิกันให้ได้ในปีนี้

 

ในการปราศรัยหาเสียงจุดแรกของวันใกล้กับศูนย์กลางการผลิตรถยนต์เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ทรัมป์กล่าวว่า “แต่เราเป็นที่ชื่นชอบมาก (ในมินนิโซตา) เพราะผมช่วยเขารับมือเหตุการณ์ในมินนิแอโปลิส”

 

เหตุการณ์ที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงคือ การตัดสินใจของผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาจากพรรคเดโมแครตที่ส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) ไปปราบปรามเหตุจลาจลในมินนิแอโปลิส หลังเกิดเหตุตำรวจสังหาร จอร์จ ฟลอยด์ 

 

ส่วนในการปราศรัยหาเสียงจุดสุดท้ายที่เมืองโรเชสเตอร์ รัฐมินนิโซตา ผู้เข้าฟังถูกจำกัดไว้ที่ 250 คน ตามที่ทางการท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่รัฐร้องขอเพื่อป้องกันการระบาด แต่ทรัมป์อ้างว่าเป็นเพราะทางการต้องการที่จะทำให้เขายกเลิกการปราศรัยหาเสียง

 

เขาได้กล่าวถึงการล็อกดาวน์เพื่อสกัดโควิด-19 ว่า “คีท เอลลิสัน (อัยการสูงสุดของรัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นคนจากพรรคเดโมแครต) และโจ ไบเดน ต้องการกักขังพวกคุณไว้ในบ้าน แต่กลับปล่อยให้พวกที่นิยมอนาธิปไตย ปลุกปั่น ก่อกวน และทำลายทรัพย์สินออกมาเดินเพ่นพ่าน ทำลายเมืองและรัฐของพวกคุณ”

 

เขากล่าวต่อไปว่า “ไบเดนและเดโมแครตทำกับผู้บังคับใช้กฎหมายเหมือนเป็นอาชญากร แต่กลับปฏิบัติกับอาชญากรเสมือนเป็นฮีโร่

 

“หนึ่งในปัญหาที่สำคัญที่สุดสำหรับมินนิโซตาในการเลือกตั้งครั้งนี้คือ เรื่องของผู้อพยพ” ทรัมป์กล่าว “นี่เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติที่สำคัญมาก”

 

การเดินทางเยือนมินนิโซตาของทรัมป์มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่ศาลรัฐมินนิโซตาเพิ่งตัดสินว่า บัตรลงคะแนนที่ได้รับหลังวันเลือกตั้งจะถือว่าสาย ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวเป็นการคว่ำแผนการของรัฐมินนิโซตาที่จะให้มีการนับบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์ต่อไปอีก 7 วันนับจากวันเลือกตั้ง และถือเป็นชัยชนะทางกฎหมายสำหรับทรัมป์และพรรครีพับลิกัน 

 

ทั้งนี้ ทรัมป์มีแผนจัดการปราศรัยหาเสียงถึง 13 เวทีในช่วง 3 วันที่เหลือ ประกอบด้วยการหาเสียง 3 งานที่รัฐเพนซิลเวเนียในวันเสาร์, 5 งานที่มิชิแกน, ไอโอวา, นอร์ทแคโรไลนา, จอร์เจีย และฟลอริดาในวันอาทิตย์ อีก 5 อีเวนต์ในวันก่อนวันเลือกตั้งที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา, เพนซิลเวเนีย, วิสคอนซิน และมิชิแกน 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories