×

Starlink ลงสนามเวียดนามเป็นตลาดที่ 6 ในอาเซียน เคาะค่าบริการเริ่ม 1,472 บาทต่อเดือน แต่ถูกจำกัดผู้ใช้ไม่เกิน 6 แสนราย

14.08.2026
  • LOADING...
ภาพแอปพลิเคชัน Starlink บนสมาร์ทโฟน

Starlink บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของ SpaceX บริษัทของ อีลอน มัสก์ เปิดรับคำสั่งซื้อในเวียดนามแล้ว ถือเป็นการเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการ หลังรัฐบาลเวียดนามอนุมัติให้ทดลองดำเนินการมานานกว่า 1 ปี

 

การเข้ามาของ Starlink ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่ 6 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีบริการนี้ ต่อจากอินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และติมอร์-เลสเต ตามข้อมูลบนแผนที่พื้นที่ให้บริการของบริษัท

 

แม้เวียดนามจะมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตครอบคลุมอยู่แล้ว แต่จุดขายของ Starlink อยู่ที่การให้บริการในพื้นที่ห่างไกล และการช่วยกู้คืนการสื่อสารเมื่อโครงข่ายภาคพื้นดินถูกตัดขาดจากพายุไต้ฝุ่น, น้ำท่วม และดินถล่ม ซึ่งเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยในประเทศแถบนี้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

แพ็กเกจเริ่ม 1,472 บาทต่อเดือน ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์

 

สำหรับลูกค้าทั่วไป Starlink เปิดให้บริการ 2 แพ็กเกจ คือ แพ็กเกจความเร็ว 100 Mbps ราคา 1,131,990 ดง (ราว 1,472 บาท) ต่อเดือน และแพ็กเกจความเร็ว 400 Mbps ราคา 1,711,100 ดง (ราว 2,224 บาท) ต่อเดือน ส่วนลูกค้าองค์กรจะคิดราคาตามปริมาณการใช้ข้อมูล โดยเริ่มต้นที่ 1,480,000 ดง (ราว 1,924 บาท) ต่อเดือน

 

นอกจากค่าบริการรายเดือนแล้ว ลูกค้ายังต้องซื้อชุดอุปกรณ์แยกต่างหาก โดยรุ่นเล็กที่มีเราเตอร์ในตัวราคา 8,655,300 ดง (ราว 11,252 บาท) ส่วนรุ่นใหญ่ Standard 4X ราคา 10,269,900 ดง (ราว 13,351 บาท)

 

ตามเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าไม่มีการผูกสัญญา มีระยะทดลองใช้ 30 วัน และจัดส่งอุปกรณ์ภายใน 1-2 สัปดาห์ ขณะที่เพจ Facebook อย่างเป็นทางการกำลังโฆษณาว่าให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเสถียร ที่ความเร็วมากกว่า 340 Mbps

 

เพดาน 600,000 ราย สะท้อนท่าทีระมัดระวังของฮานอย

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม 2025 รัฐบาลเวียดนามประกาศอนุญาตให้ SpaceX เปิดให้บริการ Starlink ในลักษณะโครงการนำร่อง 5 ปี พร้อมยกเว้นเพดานการถือหุ้นของต่างชาติสำหรับบริการนี้ ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ในภาคโทรคมนาคมที่เวียดนามควบคุมอย่างเข้มงวด

 

การอนุมัติดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่เวียดนามจะถูกประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าตอบโต้ในอัตราสูงสุดกลุ่มหนึ่ง ระหว่างการแถลง ‘Liberation Day’ เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นมัสก์ยังทำงานให้รัฐบาลทรัมป์ ในฐานะผู้นำของกระทรวงประสิทธิภาพของรัฐบาล หรือ Department of Government Efficiency (DOGE)

 

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Starlink ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในเวียดนาม แต่ถูกจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการไว้ไม่เกิน 600,000 ราย ซึ่งคิดเป็นราว 2.5% ของฐานผู้ใช้บรอดแบนด์แบบมีสายทั้งหมดในประเทศ โดยโครงการนำร่องนี้จะดำเนินไปจนถึงสิ้นปี 2030

 

บริการในเวียดนามดำเนินการโดย Starlink Services Vietnam ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ SpaceX ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2025 ด้วยทุนจดทะเบียน 3 หมื่นล้านดง (ราว 39 ล้านบาท) ขณะที่รัฐบาลเวียดนามอนุญาตให้ตั้งสถานีภาคพื้นดินได้ 4 แห่ง

 

สวนทางไทย ที่ปิดประตูการถือหุ้น 100%

 

ขณะที่เวียดนามเลือกเปิดประตูแบบมีเงื่อนไข อีกหนึ่งประเทศในอาเซียนอย่างไทยกลับมีท่าทีต่างออกไป โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 Bloomberg รายงานว่า ไทยจะไม่อนุญาตให้บริษัทสหรัฐฯ จัดตั้งกิจการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมที่ต่างชาติถือหุ้นทั้งหมด ในฐานะส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้ากับรัฐบาลทรัมป์ โดยให้เหตุผลเรื่องอธิปไตย

 

กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ประเด็นนี้จะอยู่ในวาระการหารือเมื่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ กลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้

 

“มีภาคส่วนเดียวที่คิดว่าเราไม่ต้องการให้เขาเข้ามาลงทุนจริงๆ คือบริการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ เพราะเป็นเรื่องอธิปไตย และโดยพื้นฐานแล้วมีบริษัทเดียวในสหรัฐฯ ที่ต้องการเรื่องนี้จริงจัง ก็คือ SpaceX” กิริฎากล่าว

 

ปัจจุบันไทยกำหนดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ในโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมบางประเภท ขณะที่ SpaceX ซึ่งเพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อเดือนมิถุนายน พยายามผลักดันเพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าถึงตลาดไทยมากขึ้น ทั้งนี้ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และ SpaceX ไม่ได้ตอบคำขอความเห็นในเรื่องนี้

 

โจทย์ใหญ่คือราคา เมื่อคนส่วนใหญ่พอใจกับบริการเดิม

 

เวียดนามเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 1997 ซึ่งขณะนั้นมีผู้ใช้บริการราว 200,000 ราย ปัจจุบันประเทศมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราว 85.6 ล้านคน หรือคิดเป็นราว 85% ของประชากรทั้งหมด

 

จุดแข็งของ Starlink คือการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมในวงโคจรต่ำ แทนที่จะพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินเป็นหลัก ทำให้สามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทั้งกลางทะเล, บนอากาศ และในพื้นที่ห่างไกลที่โครงข่ายแบบมีสายและมือถือเข้าไม่ถึง

 

แต่ข้อจำกัดสำคัญคือราคา เพราะค่าบริการสูงกว่าอินเทอร์เน็ตในประเทศหลายเท่า และยังต้องจ่ายค่าอุปกรณ์ก้อนใหญ่ตั้งแต่เริ่มใช้งาน ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของ VnExpress ที่สอบถามผู้คน 8,500 คนเมื่อต้นปีนี้ พบว่า 74% ไม่มีแผนจะใช้ Starlink เพราะบริการโทรคมนาคมภาคพื้นดินที่มีอยู่ตอบโจทย์การใช้งานได้อยู่แล้ว ขณะที่ 15% ระบุว่าต้องการใช้ และอีก 11% อยู่ระหว่างพิจารณา

 

ปัจจุบัน Starlink ให้บริการในกว่า 160 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก โดยแผนที่พื้นที่ให้บริการแสดงสถานะว่าเปิดให้บริการแล้วหรือกำลังจะเปิด ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก ยกเว้นบางประเทศอย่างจีนและรัสเซีย

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดงเวียดนาม เท่ากับ 0.0013 บาท ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2569

 

ภาพ: Zulfugar Graphics / Shutterstock

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising