Menu
181138

ความต่างในความเหมือนของสกินแคร์หญิงกับชาย เราใช้ร่วมกันได้หรือไม่

16.01.2019
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • โครงสร้างผิวของทั้งสองเพศมีความแตกต่าง และไม่ใช่แค่ผิว สภาพเส้นผม รสนิยม และสไตล์ของคนทั้งสองเพศก็ต่างเช่นกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลิตภัณฑ์บิวตี้ที่มีส่วนผสมของกลิ่น เนื้อสัมผัส รวมถึงแพ็กเกจจึงไม่เหมือนกัน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนละฝั่ง เช่น สินค้าของผู้ชายมักมีสีเข้มขรึมหรือนิ่งๆ อย่างขาว ดำ น้ำเงิน เทา ฯลฯ ในขณะที่ของผู้หญิงจะเน้นสีอ่อนๆ มากกว่า  
  • ส่วนใหญ่แล้วผู้ชายจะชอบผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำหอม หรือ Fragrance Free ยิ่งเป็นแบบชิ้นเดียวแต่ใช้ได้หลายอย่าง เช่น all-in-one หรือ 2-in-1 จะยิ่งถูกใจหนุ่มๆ แต่ผิวของสาวๆ มีชั้นผิวที่บางและสูญเสียไขมันกับน้ำในผิวได้เร็วกว่า ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทชิ้นเดียวจบ เพราะอาจทำให้ผิวเกิดริ้วรอยและแห้งตึงได้ง่ายกว่า

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมแบรนด์สกินแคร์เกือบทุกแบรนด์ต้องแบ่งแยกสินค้าสำหรับผู้หญิงกับผู้ชาย เราจะแบ่งกันใช้บ้างไม่ได้เชียวหรือ ทั้งที่ส่วนผสมก็ไม่น่าจะมีอะไรที่น่ากลัวหรือเป็นอันตราย หรือนี่จะเป็นเพียงแผนการตลาดของแบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการสร้างความแตกต่างเพื่อให้ขายสินค้าได้มากขึ้น เรื่องนี้ THE STANDARD ขอพาไปทำความเข้าใจว่าเพราะเหตุใดผลิตภัณฑ์บางประเภทจึงไม่เหมาะที่จะใช้ร่วมกัน

 

ตามที่เคยรู้กันว่าโครงสร้างผิวของทั้งสองเพศมีความแตกต่าง และไม่ใช่แค่ผิว สภาพเส้นผม รสนิยม และสไตล์ของคนทั้งสองเพศก็ต่างเช่นกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลิตภัณฑ์บิวตี้ที่มีส่วนผสมของกลิ่น เนื้อสัมผัส รวมถึงแพ็กเกจจึงต้องมีความต่าง เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน เช่น สินค้าของผู้ชายมักมีสีเข้มขรึมหรือนิ่งๆ อย่างขาว ดำ น้ำเงิน เทา ฯลฯ ในขณะที่ของผู้หญิงจะเน้นสีอ่อนๆ มากกว่า แต่เอาเข้าจริงแล้วก็ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ห้ามผู้ชายเลือกใช้สกินแคร์ของผู้หญิง หรือห้ามไม่ให้ผู้หญิงใช้ของผู้ชาย เพราะบางทีสาวๆ เองอาจจะชื่นชอบสกินแคร์ของชายหนุ่มก็เป็นได้


เหตุผลในการแบ่งแยกสกินแคร์ของชาย-หญิง

เรื่องนี้ ดร.ไบรอัน เซลิกสัน (Dr. Brian Zelickson ผู้ก่อตั้ง MD Complete) อธิบายว่าที่แน่ๆ ชั้นผิวของผู้ชายจะหนากว่าผู้หญิง 25% ทำให้มีคอลลาเจนมากกว่า ต่อมาคือเพศชายสามารถผลิตซีบัมหรือน้ำมันในผิวได้เยอะกว่า และมีรูขุมขนกว้างกว่า ซึ่งเป็นผลของการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่มีมากกว่าฝ่ายหญิง อีกทั้งผิวยังมีอุณหภูมิอุ่นกว่า เพราะมีเส้นเลือดหนาแน่นกว่าด้วย ดังนั้นจึงทำให้ผิวของผู้ชายมีความแข็งแรง ไม่เซนสิทีฟง่าย ทำให้ไม่ค่อยแพ้เมื่อต้องใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ

 

แต่ปัจจัยที่เหมือนจะดีเหล่านี้ทำให้ผิวของหนุ่มๆ เกิดสิวค่อนข้างง่าย แถมยังเสี่ยงกับการเป็นมะเร็งผิวหนังถึง 20-90% และง่ายต่อการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นอีกด้วย ดังนั้นสกินแคร์ของผู้ชายจึงควรมีสารป้องกันแสงแดดที่มี SPF30 ขึ้นไปผสมอยู่ นอกจากนี้การโกนหนวดเป็นประจำยังทำให้ผิวบริเวณนั้นบอบบางและเซนสิทีฟกว่าผิวของผู้หญิง แม้ว่าผิวของผู้ชายมีแนวโน้มที่จะแพ้ยากกว่าผู้หญิงก็ตาม

 

 

ดร.เซลิกสันยังเสริมต่ออีกว่า เวลาผู้ชายเลือกซื้อสกินแคร์ พวกเขาจะให้ความสำคัญต่อกลิ่นเป็นสิ่งแรกมากกว่าจะสนใจในแพ็กเกจ ต่อมาค่อยดูว่าส่วนผสมต่างๆ จะทำให้ผิวเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองไหม ส่วนใหญ่แล้วผู้ชายจะชอบผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำหอม หรือ Fragrance Free ยิ่งเป็นแบบชิ้นเดียวใช้ได้หลายอย่าง เช่น all-in-one หรือ 2-in-1 จะยิ่งถูกใจหนุ่มๆ แต่ผิวของสาวๆ มีชั้นผิวที่บางและสูญเสียไขมันกับน้ำในผิวได้เร็วกว่า ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทชิ้นเดียวจบ เพราะอาจทำให้ผิวเกิดริ้วรอยและแห้งตึงได้ง่ายกว่า

 

 

สิ่งเหล่านี้ควรคำนึง หากคิดจะหยิบครีมทาหน้าของเขา/เธอมาใช้

อย่างที่บอกว่าผู้ชายให้ความสำคัญกับกลิ่นและส่วนผสมมากกว่า โดยเฉพาะส่วนผสมที่สร้างความเย็นสดชื่น นอกจากนี้ส่วนผสมหลักๆ ที่มักอยู่ในสกินแคร์ของฝ่ายชายมีดังนี้

 

  • น้ำในมอยส์เจอไรเซอร์ มีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก และเป็นออยล์เบส (Oil Based) เพราะน้ำจะช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมซาบสู่ผิวได้ดีและเร็ว ส่วนออยล์เบสจะช่วยเก็บกักปริมาณน้ำไว้ในชั้นผิว ผิวจึงไม่แห้งตึง
  • มิเนอรัลออยล์ ส่วนผสมเริ่มต้นของมอยส์เจอไรเซอร์ ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น แต่ก็อาจทำให้อุดตันรูขุมขนจนเกิดสิวได้
  • กลีเซอรีน ช่วยให้ผิวชั้นนอกคงความชุ่มชื้น
  • สเตียริกแอซิด มีกรดไขมันอิ่มตัวหลายชนิด ช่วยลดการระเหยของน้ำในผิว
  • ไตรเอทาโนลามีน (TEA) ช่วยผสานน้ำและน้ำมันให้จับตัว เป็นส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์

 

ในขณะที่ผู้หญิงมักเลือกกลิ่นหอมหวานหรือกลิ่นดอกไม้นานาพรรณ ความสวยงามของแพ็กเกจ ตามมาด้วยสีสัน ซึ่งบางครั้งกลิ่นหอมๆ ก็อาจสร้างความระคายเคืองให้ผู้หญิงได้ สิ่งที่เรามักพบในสกินแคร์ของพวกเธอคือ   

 

  • วิตามินเอ ในรูปแบบของเรตินอลหรือเรติโนอิกแอซิด เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • วิตามินซีและวิตามินอี ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด มลภาวะ และสารออกซิแดนต์ ทำให้ผิวรับออกซิเจนได้ดีมากขึ้น
  • ยูเรียและแลกติกแอซิด ช่วยให้ผิวดูดซึมและกักเก็บน้ำไว้ ทำให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้ดี

 

 

สรุปได้ว่าการดูแลผิวพรรณควรแบ่งแยกระหว่างชายและหญิงจึงจะเหมาะสมกว่า เพราะความแตกต่างและความแข็งแรงของผิวดังที่กล่าวไปข้างต้น ดังนั้นเลิกสงสัยได้แล้วนะว่าอายครีม คลีนเซอร์ และสครับต้องใช้แยกกันหรือไม่

 

ภาพ: shutterstock

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US