×

Uniqlo ทำได้! ขึ้นแซง Zara เป็นครั้งแรกในฐานะบริษัทฟาสต์แฟชั่นที่มีมูลค่ามากที่สุด ด้วยตัวเลข 3.08 ล้านล้านบาท

17.02.2021
  • LOADING...
Uniqlo ทำได้! ขึ้นแซง Zara เป็นครั้งแรกในฐานะบริษัทฟาสต์แฟชั่นที่มีมูลค่ามากที่สุด ด้วยตัวเลข 3.08 ล้านล้านบาท

มูลค่าของ Fast Retailing บริษัทแม่ของแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นยักษ์ Uniqlo สูงถึง 10.87 ล้านล้านเยน (1.03 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.08 ล้านล้านบาท) เมื่อสิ้นสุดการซื้อขายเมื่อวันอังคาร (16 กุมภาพันธ์) ซึ่งถือเป็นอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายระดับโลกในแง่ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด

 

Nikkei Asia รายงานว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ Fast Retailing สามารถมีมูลค่าบริษัทแซง Inditex บริษัทแม่ของ Zara แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นสัญชาติสเปน ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 81,700 ล้านยูโร (9.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.0 ล้านล้านบาท) โดยราคาหุ้นของ Fast Retailing เพิ่มขึ้นเรื่อยมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม

 

ผู้ถือหุ้นชื่นชอบที่ Fast Retailing ให้ความสำคัญกับเอเชีย โดยเฉพาะจีน ซึ่งเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังเผชิญภาวะตกต่ำที่เกิดจากวิกฤตโควิด-19 ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องแต่งกายลำลองมองว่า Uniqlo อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการใช้ประโยชน์จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ซึ่งมีแนวโน้มที่จะแต่งตัวแบบสบายๆ มากขึ้น ในขณะที่ยังต้องทำงานจากที่บ้าน

 

Fast Retailing เปิดดำเนินการร้านค้า Uniqlo 2,298 แห่งทั่วโลกในเดือนพฤศจิกายน 60% ของร้านค้าเหล่านั้นตั้งอยู่ในเอเชียนอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในแดนซามูไรบ้านเกิดมีสาขาอยู่ทั้งสิ้น 791 แห่ง ขณะที่จีนเป็นตลาดที่ใหญ่รองลงมาแต่มีร้านค้ามากกว่า โดยมีจำนวนอยู่ที่ 815 แห่ง

 

สำหรับปีบัญชีก่อนหน้าสิ้นสุดเดือนสิงหาคม อัตรากำไรจากการดำเนินงานในจีนที่มากขึ้น ซึ่งรวมถึงฮ่องกงและไต้หวัน โดยอยู่ที่ 14.4% สูงกว่าญี่ปุ่น ซึ่งทำได้ 13% ในขณะเดียวกัน 70% ของร้านค้าของ Zara ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์หลายครั้ง โดย Zara มีร้านค้าประมาณ 20% ในเอเชีย

 

นักลงทุนให้ความสำคัญกับความพยายามของ Fast Retailing ในด้านดิจิทัล โดยบริษัทได้มีการนำแนวความคิด ‘การค้าปลีกสำหรับผู้บริโภคแบบดิจิทัล’ มาใช้ในปี 2016 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลจากการซื้อทางออนไลน์และจัดเก็บจากแท็ก IC ที่แนบมากับสินค้าทั้งหมด Fast Retailing ได้ร่วมมือกับ Google และบริษัทภายนอกอื่นๆ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์

 

แม้ Fast Retailing จะสามารถแซงบริษัทจากแดนกระทิงดุในแง่ของมูลค่าบริษัทได้ก็ตาม แต่เมื่อพูดถึงยอดขาย ยักษ์ใหญ่จากแดนซามูไรยังตามเป็นอันดับ 3 ด้วยรายได้ประมาณ 2 ล้านล้านเยน (1.89 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.7 แสนล้านบาท) ในปีงบประมาณที่แล้ว 

 

ส่วน Inditex เป็นผู้นำด้วยยอดขาย 2.82 หมื่นล้านยูโร (3.41 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.02 ล้านล้านบาท) สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมกราคม 2020 ในขณะที่ H&M ของสวีเดนได้เป็นอันดับ 2 ด้วยรายได้ 1.87 แสนล้านโครเนอร์ (2.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6.7 แสนล้านบาท) สำหรับปีการเงินจนถึงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตามทั้ง Fast Retailing และ Inditex ต่างมอง ‘ออนไลน์’ เป็นพื้นที่ของการเติบโตในอนาคต ในปีงบประมาณที่แล้ว ยอดขายรวมช่องทางดิจิทัลของบริษัทญี่ปุ่นได้เพิ่มเป็น 15.6% จาก 11.3% ขณะที่อีคอมเมิร์ซคิดเป็น 14% ของรายได้ของ Inditex ในปี 2019 แต่มีแผนจะเพิ่มตัวเลขดังกล่าวเป็น 25% ภายในปีหน้า

 

นักวิเคราะห์ของ Credit Suisse Securities (Japan) ทาคาฮิโระ คาซาฮายะ ให้ความได้เปรียบของ Fast Retailing กับธุรกิจในอนาคต “ เมื่อคำนึงถึงรากฐานในเอเชียแล้ว Fast Retailing จะเป็นผู้นำในศักยภาพการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาว” เขากล่าว

 

Inditex มีสาขา 467 แห่งในประเทศจีน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Zara เพิ่งเปิดให้บริการในปักกิ่งซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยมีพื้นที่มากกว่า 3,000 ตารางเมตร ทั้งนี้การเติบโตในเอเชียมีแนวโน้มที่จะเป็นกำหนดมูลค่าตลาดของทั้งสองบริษัทในอนาคต

 

ภาพ: Sean Gallup / Getty Images

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories