×

ttb analytics คาดปัญหาเซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลนคลี่คลายในปีหน้า ส่งผลดีต่อยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย

17.11.2022
  • LOADING...
เซมิคอนดักเตอร์

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดปี 2023 สถานการณ์การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกมีแนวโน้มคลี่คลายลง สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและความต้องการในกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคหลักมีแนวโน้มลดลง โดยปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ที่ลดลงเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมของไทยที่ต้องพึ่งพาเป็นชิ้นส่วนหลัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้สามารถดำเนินการผลิตได้ต่อเนื่อง 

 

สถานการณ์โควิดส่งผลให้ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในปี 2021 ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ มีมูลค่าสูงถึง 5.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตกว่า 25% จากปี 2020 หลังจากที่กลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์เร่งการผลิต เพื่อตอบสนองต่อการขาดแคลนชิปทั่วโลกในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิดที่ผู้บริโภคมีความต้องการใช้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งมีความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ในอุตสาหกรรมอื่นๆ จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะเร่งการผลิต แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 อนึ่ง เซมิคอนดักเตอร์เป็นสารกึ่งตัวนำที่ใช้ทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ชิ้นส่วนประกอบขนาดเล็กๆ เช่น ชิป หรือแผงวงจร ซึ่งครอบคลุมสินค้าหลากหลาย อย่าง กลุ่มคอมพิวเตอร์ การสื่อสารคมนาคม เครื่องมือในภาคอุตสาหกรรม 

 

ทิศทางตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลกชะลอตัวไตรมาส 3 ปี 2022 สะท้อนจากยอดขายเซมิคอนดักเตอร์โลกลดลงเป็นไตรมาสแรกในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาที่ 3% เมื่อเทียบกับปี 2021 โดยกลุ่มชิ้นส่วนในคอมพิวเตอร์มีการใช้เซมิคอนดักเตอร์ในกระบวนการผลิตถึง 1 ใน 3 ของทั้งหมด พบว่าความต้องการในปีนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 3 ยอดขายลดลงถึง 19.5% เมื่อเทียบกับปี 2021 

 

นอกจากนี้ ระยะเวลาในการรอสินค้า (Lead Time) ในการส่งมอบเซมิคอนดักเตอร์เดือนกันยายน ลดลงเหลือ 26.3 สัปดาห์ จากระยะเวลาสูงสุดที่ 27.1 สัปดาห์ในเดือนพฤษภาคม สะท้อนถึงการขาดแคลนชิปที่ลดลง แต่ยังไม่กลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ 

 

ttb analytics คาดการณ์ว่ายอดขายเซมิคอนดักเตอร์ของโลกในปี 2022 และปี 2023 มีแนวโน้มการเติบโตลดลงเหลือ 7% และ 3.5% และเมื่อพิจารณาในรายละเอียดประเภทสินค้า จากการคาดการณ์ของบริษัทวิจัย TrendForce พบว่าปี 2022 การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า มีแนวโน้มลดลง และในปี 2023 ปัญหาการขาดแคลนในอุตสาหกรรมรถยนต์จะน้อยลง ในขณะที่บางอุตสาหกรรม เช่น อุปกรณ์สื่อสาร เครื่องจักรหุ่นยนต์/ปัญญาประดิษฐ์ เครื่องเกมยุคใหม่ ยังคงขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์บางประเภทอยู่ต่อไป ซึ่งสาเหตุมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีผลักดันให้เกิดดีมานด์สูงกว่าอุปทานที่มี รวมถึงผลกระทบจากมาตรการของสหรัฐฯ กีดกันการส่งออกชิปเทคโนโลยีระดับสูงและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตชิปไปยังประเทศจีน เกิดเป็นข้อจำกัดทั้งการผลิตและตลาดมากขึ้นในระยะต่อไป

 

คาดไทยรับอานิสงส์ หลังวิกฤตขาดแคลนคลี่คลาย

แนวโน้มดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมปลายน้ำของไทยที่พึ่งพาเซมิคอนดักเตอร์ ได้แก่ ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า จึงมีทิศทางดีขึ้นจากการมีชิ้นส่วนเพียงพอรองรับการผลิตได้มากขึ้นกว่าในช่วงที่ผ่านมา 

 

สถานการณ์ขาดแคลนชิปที่มีแนวโน้มลดลงส่งผลดีต่อผู้ผลิตสินค้าในประเทศ สะท้อนจากตัวเลขมูลค่านำเข้าของไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2022 เติบโตถึง 42% เมื่อเทียบกับปี 2021 ซึ่งสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งมาจากไต้หวันและจีน ประเภทเซมิคอนดักเตอร์ที่ไทยนำเข้ามีทั้งแผงวงจรและอุปกรณ์กึ่งตัวนำอื่นๆ และระยะต่อไปอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยยังจำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ เพื่อรองรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น 

 

อย่างไรก็ตามในอนาคต ผู้ประกอบการไทยมีความท้าท้ายในด้านเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเติบโตช้าลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีสูงจึงมีแนวโน้มตึงตัวต่อไป จากผลกระทบของมาตรการของสหรัฐฯ ในการกีดกันการส่งออกชิปที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน 

 

โดยสินค้าปลายน้ำที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศจีนอาจไม่รองรับความต้องการของผู้ประกอบการไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น แนะภาคการผลิตมีความจำเป็นต้องบริหารจัดการ ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างใกล้ชิดและให้ครอบคลุมความเสี่ยงทั้งด้านการผลิต การตลาด และเทคโนโลยีมากขึ้น

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

X
Close Advertising