×

โรงงานปิดกิจการ ‘สูงกว่า’ เปิดใหม่ครั้งแรกรอบ 10 ไตรมาส พบโรงงานใหญ่ปิดแค่ 8 แห่ง แต่สะเทือนแรงงานเฉียด 4,000 คนในไตรมาสแรกปีนี้

21.05.2026
  • LOADING...
ภาพรวมโรงงานอุตสาหกรรมที่ปิดกิจการและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแรงงานไทย

จำนวนโรงงานปิดกิจการ ‘สูงกว่า’ โรงงานเปิดกิจการใหม่ครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส เหตุจำนวนโรงงานเปิดใหม่ลดฮวบ 63% ส่วนโรงงานปิดตัวเพิ่ม 11.4% ด้านสภาพัฒน์ฉายภาพ ‘อุตสาหกรรมไทยสองขั้ว’ เมื่อโรงงานเล็กทยอยปิดฉาก แต่โรงงานขนาดใหญ่แห่ขยายกิจการ นักเศรษฐศาสตร์บลจ.บัวหลวง จับตาเทรนด์ปิด ‘โรงงานใหญ่’ สัญญาณอันตรายแรงงาน เหตุในไตรมาสแรกของปีนี้ โรงงานใหญ่ปิดแค่ 8 แห่ง แต่สะเทือนแรงงานเฉียด 4,000 คน

 

ตามรายงาน ‘ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่หนึ่งของปี 2569 และแนวโน้มปี 2569’ ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ ‘สภาพัฒน์’ แสดงให้เห็นว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 โรงงาน ‘เปิดกิจการใหม่’ มีจำนวน 139 โรงงาน ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 63.9% ขณะที่โรงงาน ‘ปิดกิจการ’ มีจำนวน 156 โรงงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.4% สะท้อนว่าจำนวนโรงงานปิดกิจการ ‘มากกว่า’ โรงงานเปิดกิจการใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส หรือนับตั้งแต่ไตรมาสที่สี่ของปี 2566

 

ภาพรวมโรงงานอุตสาหกรรมที่ปิดกิจการและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแรงงานไทย 1

 

ด้าน ดร.มิ่งขวัญ ทองพฤกษา Chief Economist บลจ.บัวหลวง เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า “แม้ข้อมูลการเปิด–ปิดโรงงานจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมสะท้อนว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยยังไม่ได้เข้าสู่ ‘ภาวะหดตัวเชิงจำนวนโรงงาน’ เพราะจำนวนโรงงานสุทธิยังเป็นบวกทั้งในปี 2567 ปี 2568 และช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่ชัดขึ้นคือแรงส่งของการเปิดโรงงานใหม่ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มโรงงานขนาดเล็ก ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของภาคอุตสาหกรรมไทย

 

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปในปี 2568 จำนวนโรงงานเปิดใหม่รวมลดลงจาก 1,444 แห่งในปี 2567 เหลือ 1,129 แห่ง หรือลดลง 21.8% ขณะที่จำนวนโรงงานปิดกิจการทรงตัวที่ 823 แห่งเท่ากันทั้ง 2 ปี ส่งผลให้จำนวนโรงงานสุทธิลดลงจาก +621 แห่ง เหลือ +306 แห่ง

 

“ภาพดังกล่าวชี้ว่าแรงกดดันหลักไม่ได้มาจากการปิดกิจการที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง แต่เกิดจากการเปิดโรงงานใหม่ที่ลดลงมากกว่า” ดร.มิ่งขวัญกล่าว

 

ภาพรวมโรงงานอุตสาหกรรมที่ปิดกิจการและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแรงงานไทย 2

 

อุตสาหกรรมไทยสองขั้ว: เมื่อโรงงานเล็กทยอยปิดฉาก โรงงานขนาดใหญ่แห่ขยายกิจการ

 

รายงานของสภาพัฒน์ยังชี้ให้เห็นถึงภาวะ K-Shaped ในภาคอุตสาหกรรมไทย โดยระบุว่า จำนวนโรงงานขยายกิจการมีจำนวน 106 โรงงาน เพิ่มขึ้นถึง 82.8% สอดคล้องกับเงินลงทุนขยายกิจการที่มีมูลค่าอยู่ที่ 152.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.5 พันล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่า แม้จำนวนโรงงานเปิดกิจการใหม่จะลดลง แต่จำนวนโรงงานที่ขยายกิจการปรับตัวเพิ่มขึ้น ‘โดยเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ และขนาดกลาง’ ซึ่งมีการจ้างงานรวมกันสูงถึง 25,126 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนการจ้างแรงงานมากถึง 99.3% ของจำนวนแรงงานในโรงงานที่ขยายกิจการทั้งหมด

 

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณการปิดตัวลงของโรงงานขนาดเล็ก สะท้อนจากเงินลงทุนและจำนวนแรงงานของโรงงานปิดกิจการที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.8% และ 15.8% ตามลำดับ อาทิ โรงงานในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ และอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากพืช เป็นสำคัญ ซึ่งการปิดตัวลงของโรงงานดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นผลจากการลดลงของขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมดั้งเดิม โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่ประสบปัญหาความต้องการสินค้าที่ลดลง ประกอบกับการแข่งขันของสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงซ้ำเติมจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ

 

ทั้งนี้ โรงงานขนาดใหญ่ การจ้างงาน 200 คนขึ้นไป โรงงานขนาดกลาง การจ้างงานมากกว่า 50 คน แต่ไม่เกิน 200 คน ส่วน โรงงานขนาดเล็ก การจ้างงานไม่เกิน 50 คน

 

ภาพรวมโรงงานอุตสาหกรรมที่ปิดกิจการและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแรงงานไทย 3

 

บลจ.บัวหลวงชี้ ‘โรงงานเล็ก’ เป็นตัวแปรหลักของภาพรวมประเทศ

 

ดร.มิ่งขวัญ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ K-Shaped ในภาคอุตสาหกรรมไทยดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 เมื่อแยกตามขนาดโรงงาน จะเห็นว่าโรงงานขนาดเล็กเป็นตัวแปรหลักของภาพรวมประเทศ เพราะมีจำนวนมากที่สุดทั้งฝั่งเปิดใหม่และปิดกิจการ โดยโรงงานเล็กเปิดใหม่ลดลงจาก 1,238 แห่ง เหลือ 940 แห่ง ขณะที่จำนวนปิดกิจการลดลงเพียงเล็กน้อยจาก 733 แห่ง เหลือ 711 แห่ง ทำให้จำนวนโรงงานเล็กสุทธิลดลงจาก +505 แห่ง เหลือ +229 แห่ง

 

ขณะที่ โรงงานขนาดกลางอ่อนลงในปี 2568 เช่นกัน โดยจำนวนเปิดใหม่ลดลงจาก 181 แห่ง เหลือ 161 แห่ง และจำนวนปิดกิจการเพิ่มขึ้นจาก 73 แห่ง เป็น 98 แห่ง ทำให้จำนวนสุทธิลดลงจาก +108 แห่ง เหลือ +63 แห่ง อย่างไรก็ตาม ใน Q1/2569 โรงงานกลางยังประคองตัวได้ดีกว่ากลุ่มอื่น โดยมีจำนวนสุทธิ +29 แห่ง ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของสองปีก่อนหน้า

 

ส่วนโรงงานขนาดใหญ่มีจำนวนไม่มาก แต่ควรติดตามในเชิงคุณภาพของการลงทุนและผลกระทบต่อแรงงาน ทั้งปี 2568 โรงงานใหญ่ยังเป็นบวกสุทธิ +14 แห่ง ดีขึ้นจาก +8 แห่งในปี 2567 แต่ใน Q1/2569 พลิกกลับเป็นสุทธิลบ -2 แห่ง จากจำนวนโรงงานปิดที่มากกว่าเปิดใหม่

 

ภาพรวมโรงงานอุตสาหกรรมที่ปิดกิจการและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแรงงานไทย 4

 

นอกจากนี้ “ข้อมูล Q1/2569 ยังให้ภาพที่ต้องอ่านควบคู่กันสองด้าน ด้านหนึ่ง จำนวนโรงงานเปิดใหม่ลดลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับ Q1 ของปี 2567 และ 2568แต่อีกด้านหนึ่ง จำนวนโรงงานที่ขยายกิจการเพิ่มขึ้นเป็น 106 แห่ง สูงกว่า Q1/2567และ Q1/2568 สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนของภาคอุตสาหกรรมอาจไม่ได้มาจากผู้ประกอบการรายใหม่มากเท่าเดิม แต่ยังมีผู้ประกอบการเดิมบางส่วนที่เดินหน้าขยายกิจการ” ดร.มิ่งขวัญ กล่าว

 

ภาพรวมโรงงานอุตสาหกรรมที่ปิดกิจการและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแรงงานไทย 5

 

จับตาเทรนด์ปิด ‘โรงงานใหญ่’ สัญญาณอันตรายแรงงาน กระทบคนงานนับพัน

 

ดร.มิ่งขวัญกล่าวต่อว่า ในมิติแรงงาน ข้อมูลจำนวน Factory Workers ของโรงงานที่ปิดกิจการช่วยให้เห็นภาพลึกกว่าการนับจำนวนโรงงานเพียงอย่างเดียว โรงงานขนาดเล็กมีจำนวนปิดมากที่สุด แต่แรงงานต่อโรงงานต่ำกว่า ขณะที่โรงงานขนาดใหญ่บางอุตสาหกรรมมีจำนวนแรงงานต่อโรงงานสูงมาก

 

“ดังนั้น การประเมินผลกระทบด้านแรงงานจึงต้องดูทั้งจำนวนโรงงานที่ปิด ขนาดโรงงาน และอุตสาหกรรมประกอบกัน” ดร.มิ่งขวัญกล่าว

 

โดยในปี 2567–2568 กลุ่ม Other Manufacturing Industries มีจำนวนโรงงานปิดมากที่สุด 536 แห่ง และมี Factory Workers 7,231 คน ขณะที่ Machinery มีโรงงานปิด 65 แห่ง แต่มี Factory Workers สูงกว่า คือ 8,811 คน สะท้อนว่าโรงงานที่ปิดในกลุ่ม Machinery มีจำนวนแรงงานเฉลี่ยต่อโรงงานสูงกว่ามาก

 

ทั้งนี้ Factory Workers หมายถึง จำนวนคนงานของโรงงานที่มีสถานะปิดกิจการตามข้อมูลที่อ้างอิงจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงควรตีความเป็นแรงงานที่เกี่ยวข้องกับโรงงานที่ปิดกิจการ ไม่ใช่จำนวนผู้ถูกเลิกจ้างจริงทั้งหมดโดยตรง หากยังไม่ได้ยืนยันนิยามข้อมูลจากต้นทาง

 

โดยเมื่อพิจารณาเฉพาะ ‘โรงงานขนาดใหญ่’ ภาพของแรงงานที่เกี่ยวข้องยิ่งชัดเจนขึ้น กลุ่ม Machinery มีโรงงานใหญ่ปิดเพียง 6 แห่ง แต่มี Factory Workers 7,450 คน หรือเฉลี่ยประมาณ 1,242 คนต่อโรงงาน ขณะที่ Food และ Wood & Wood Products มีโรงงานใหญ่ปิดอย่างละ 3 แห่ง แต่เกี่ยวข้องกับแรงงานมากกว่า 1,400–1,500 คน

 

ภาพรวมโรงงานอุตสาหกรรมที่ปิดกิจการและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแรงงานไทย 6

 

ใน Q1/2569 โรงงานใหญ่ปิดแค่ 8 แห่ง แต่สะเทือนแรงงานเฉียด 4,000 คน

 

ดร.มิ่งขวัญกล่าวต่อว่า ใน Q1/2569 โรงงานขนาดใหญ่ที่ปิดกิจการมี 8 แห่ง แต่มี Factory Workers รวม 3,944 คน โดยกลุ่ม Transport Equipment มีโรงงานใหญ่ปิดเพียง 1 แห่ง แต่มี Factory Workers 1,627 คน (ที่พระนครศรีอยุธยา) รองลงมาคือ Other Manufacturing Industries จำนวน 2 แห่ง มี Factory Workers 620 คน (ที่ปทุมธานี) และ Food จำนวน 1 แห่ง (ที่สุโขทัย) มี Factory Workers 515 คน

 

“โดยสรุป ภาคโรงงานไทยยังมีจำนวนโรงงานสุทธิเพิ่มขึ้น แต่แรงส่งของการเปิดโรงงานใหม่ลดลงชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มโรงงานขนาดเล็ก ขณะที่การปิดโรงงานขนาดใหญ่แม้มีจำนวนไม่มาก แต่มีนัยสำคัญต่อแรงงาน เพราะโรงงานใหญ่บางแห่งมี Factory Workers สูงมาก

 

ประเด็นที่ควรติดตามต่อไปคือ การเปิดโรงงานใหม่จะฟื้นกลับมาได้หรือไม่ การขยายกิจการของผู้ประกอบการเดิมจะช่วยพยุงภาพรวมได้มากเพียงใด และการปิดโรงงานขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมที่มีแรงงานสูง เช่น Machinery และ Transport Equipment เป็นต้นจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะรายหรือเป็นสัญญาณของการปรับโครงสร้างในภาคอุตสาหกรรมไทย” ดร.มิ่งขวัญกล่าว

 

ภาพรวมโรงงานอุตสาหกรรมที่ปิดกิจการและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแรงงานไทย 7

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories