โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริการะบุว่า เขาจะพูดคุยกับ ไล่ ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับไต้หวันที่กำลังดำรงตำแหน่งอยู่ นับตั้งแต่เปิดความสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่อย่างเป็นทางการ
เมื่อคืนนี้ (20 พฤษภาคม) ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์ว่า เขาจะพูดคุยกับผู้นำไต้หวันและทุกคนโดยตรง โดยเป็นคำตอบสั้นๆ ที่ไม่ได้มีรายละเอียดเพิ่มเติม และเป็นครั้งที่สอง นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
“ผมจะคุยกับเขา ผมคุยกับทุกคน… เราจะจัดการเรื่องนั้น ปัญหาไต้หวัน” ทรัมป์กล่าว
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์ในรายการ Fox News ว่า เขาอยากให้ทุกฝ่าย รวมถึงจีนใจเย็นลงในเรื่องไต้หวัน พร้อมย้ำว่า ไม่ได้ต้องการให้ใครมาประกาศเอกราช เพียงเพราะ สหรัฐฯ หนุนหลังอยู่
อย่างไรก็ตาม The Guardian รายงานว่า ทางการสหรัฐฯ ยังไม่มีกำหนดการพูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้นำไต้หวันอย่างเป็นทางการ ขณะที่ทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำถามกลับจากสื่อว่า การสนทนาจะเกิดขึ้นเมื่อใด หรือหารืออะไรบ้าง เช่นเดียวกับสถานทูตจีนในกรุงวอชิงตันที่ไม่ได้ให้คำตอบ
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันออกแถลงการณ์ว่า ไล่ยินดีพูดคุยกับทรัมป์ โดยจะย้ำว่า จีนกำลังบ่อนทำลายสันติภาพ กำลังเสริมสร้างกำลังทหารขนานใหญ่ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และรัฐบาลไทเปจะเดินหน้ารักษาสถานะเดิมในช่องแคบไต้หวันต่อไป
“ไม่มีประเทศใดมีสิทธิผนวกไต้หวัน ประชาชนไต้หวันดำเนินชีวิตตามวิถีแห่งประชาธิปไตยและเสรีภาพ และประชาธิปไตยกับเสรีภาพก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการยั่วยุ” ไล่ระบุ
อนึ่ง ตั้งแต่สหรัฐฯ ตัดความสัมพันธ์กับไต้หวันในนามสาธารณรัฐจีน และหันไปเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนแผ่นดินใหญ่ในปี 1979 ผู้นำทั้งสองฝ่ายไม่เคยติดต่อหรือสนทนาโดยตรงอีกเลย ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันออกกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน (Taiwan Relations Act) ที่ระบุให้สหรัฐฯ ต้องจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ไทเปเพื่อใช้ในการป้องกันตนเอง
ภาพ: Evan Vucci / Reuters
อ้างอิง:


