สำนักข่าว Xinhua รายงานในวันนี้ (11 พฤษภาคม) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม
โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทรัมป์จะมีการหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในหลายประเด็นสำคัญ รวมถึงกรณีอิหร่าน ไต้หวัน AI และอาวุธนิวเคลียร์ ขณะเดียวกันจะมีการพิจารณาขยายข้อตกลงด้านแร่ธาตุสำคัญ (Critical Mineral) ด้วย
ทั้งนี้ ผู้นำสองประเทศมหาอำนาจที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกจะจัดการหารือแบบพบหน้ากันครั้งแรกในรอบกว่าหกเดือน ท่ามกลางความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์อันตึงเครียดจากประเด็นสงครามการค้า สงครามอิหร่าน และประเด็นความขัดแย้งอื่นๆ ระหว่างสหรัฐฯ และจีน
โดยทรัมป์ซึ่งจะไปเยือนจีนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 มีกำหนดเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในวันพุธ (13 พฤษภาคม) ก่อนที่การพบหารือกับผู้นำจีนจะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ (14-15 พฤษภาคม)
ดีลเครื่องบิน การเกษตร และการค้า
Reuters รายงานความเห็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ที่เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และจีนคาดว่าจะตกลงจัดตั้งเวทีเพื่ออำนวยความสะดวกทางด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยคาดว่าจีนจะประกาศการจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้ง สินค้าเกษตร และพลังงานของสหรัฐฯ ด้วย
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวว่า สหรัฐฯ และจีนอาจประกาศแผนจัดตั้งคณะกรรมการการค้าและคณะกรรมการการลงทุนในการประชุมร่วมระหว่างสองผู้นำครั้งนี้ แต่กลไกดังกล่าวอาจต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติมก่อนที่จะสามารถนำไปใช้ได้จริง
นอกจากนี้ทั้งสองประเทศจะหารือเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาการผ่อนปรนด้านภาษีและระงับการจำกัดการส่งออกแร่หายากจากจีนไปยังสหรัฐฯ ด้วย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องกำหนดเวลาที่ชัดเจน
จับตาหารือ ไต้หวัน อิหร่าน อาวุธนิวเคลียร์ AI
ทั้งนี้ คาดว่าทรัมป์ และสีจิ้นผิง จะหยิบยกประเด็นไต้หวัน สงครามอิหร่าน อาวุธนิวเคลียร์ และประเด็น AI ขึ้นหารือในการพบกันครั้งนี้ด้วย ท่ามกลางการจับตามองท่าทีจากทั้งสองฝ่าย
โดยที่ผ่านมา จีนยังคงรักษาความสัมพันธ์กับอิหร่านและยังคงเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน ซึ่งทรัมป์พยายามเรียกร้องจีนให้ใช้อิทธิพลกดดันรัฐบาลเตหะรานให้ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้งและสงครามที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
“ประธานาธิบดีได้พูดคุยกับสีจิ้นผิง หลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องอิหร่านและเรื่องรัสเซีย รวมถึงรายได้ที่จีนมอบให้แก่ทั้งสองประเทศ ตลอดจนสินค้าสองวัตถุประสงค์ ส่วนประกอบ และชิ้นส่วนต่างๆ โดยไม่นับรวมศักยภาพในการส่งออกอาวุธ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าว
ส่วนกรณีไต้หวันนั้น ที่ผ่านมา สีจิ้นผิง รู้สึกไม่พอใจกับท่าทีของวอชิงตันเกี่ยวกับไต้หวัน โดยสหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ที่สุดสำหรับไต้หวัน ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งยืนกรานหนักแน่นว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน
แฟ้มภาพ : REUTERS/Evelyn Hockstein/File Photo
อ้างอิง:


