×

กรมอุตุฯ เตือนใต้ฝนหนักถึงหนักมาก 26–28 ต.ค. ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ระวังลมกระโชกแรง

โดย THE STANDARD TEAM
26.10.2026
ภาพกราฟิกเตือนภัยสภาพอากาศฝนตกหนักภาคใต้และอากาศแปรปรวนจากกรมอุตุนิยมวิทยา

วันนี้ (26 ตุลาคม) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง ‘ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน’ ฉบับที่ 6 (278/2569) เตือนประชาชนเฝ้าระวังผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน

 

โดยภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 26–28 ตุลาคม 2569 ขณะที่ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 26–27 ตุลาคมนี้

 

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมขัง

 

ส่วนประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 26–27 ตุลาคม โดยเริ่มได้รับผลกระทบจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นจะส่งผลต่อภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนภาคตะวันออก โดยจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก และอาจเกิดฟ้าผ่าในบางพื้นที่

 

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และบริเวณป้ายโฆษณาหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เพื่อป้องกันอันตรายจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่า พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

 

สำหรับสาเหตุของสภาพอากาศดังกล่าว เกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขณะที่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

 

ขณะที่คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีความสูงมากกว่า 2 เมตร กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อความปลอดภัย

 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงวันที่ 26–28 ตุลาคม 2569 ด้วยความระมัดระวัง พร้อมติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง ผ่านเว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสอบถามข้อมูลได้ที่หมายเลข 0-2399-4012-13 และสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising