×

TISCO จับตาปี ‘63 เหตุขัดแย้งใน OPEC ทำราคาน้ำมันดิบต่ำถึง 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โดย THE STANDARD TEAM
14.10.2019
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

3 MINS. READ

 

  • TISCO มองปี 2563 ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อาจลดลงมาต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะความขัดแย้งในกลุ่ม OPEC มีสัญญาณรุนแรงขึ้น

 

  • โจทย์ใหญ่ OPEC เมื่อเอกวาดอร์ อินโดนีเซีย และกาตาร์ ขอถอนตัว OPEC ยังต้องคุมการผลิตและความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อไม่ให้น้ำมันล้นตลาดโลกในปี 2563

เมื่อปัญหาน้ำมันในระดับโลกไม่ใช่น้ำมันดิบมีไม่เพียงพอหรือขาดนวัตกรรมที่ดึงน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นมาใช้บนโลก 

 

แต่กลายเป็นปัญหาความต้องการใช้น้ำมันในโลกลดลง ทำให้อุปทานน้ำมันอาจล้นตลาด และอาจทำให้ราคาน้ำมันโลกลดลงด้วย


ผลกระทบต่อรายย่อยอาจรู้สึกดีที่ราคาน้ำมันลุ้นที่จะถูกลง แต่กลุ่มเกษตรกรที่ราคาสินค้าเกี่ยวโยงกับน้ำมัน ทำให้ราคาขายอาจปรับตัวลดลงไปด้วย 

 

ยิ่งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงอีก สถานการณ์น้ำมันในปีหน้าจะเป็นอย่างไร 

 

ราคาน้ำมันดิบปีหน้าอาจจะลดลงต่ำ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเพราะสาเหตุใดบ้าง

คมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) กล่าวว่า ปี 2563 ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อาจปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะความขัดแย้งในกลุ่ม OPEC เริ่มมีสัญญาณรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ประเทศสมาชิกบางส่วนมีฐานะการเงินที่ย่ำแย่ ยังผลิตน้ำมันเกินโควตาที่กำหนดไว้ ทำให้มีโอกาสน้อยมากที่ทาง OPEC จะลดปริมาณการผลิตเพิ่มเติมของกลุ่มลง 

 

ทั้งนี้แม้กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาจะมีเหตุโจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย ทำให้กำลังการผลิตลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันรวมของกลุ่ม OPEC ลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี แต่ปัจจุบันในเวลา 2 สัปดาห์หลังถูกโจมตี ซาอุดีอาระเบียได้ฟื้นฟูกำลังการผลิตกลับมาได้แล้วทั้งหมด ดังนั้นน่าจะทำให้กำลังการผลิตกลับมาสู่ระดับปกติในเดือนตุลาคมนี้

 

“หากไม่นับการผลิตน้ำมันที่ลดลงของซาอุดีอาระเบีย ปริมาณการผลิตของสมาชิก OPEC อื่นๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอิรัก ไนจีเรีย และเอกวาดอร์ ซึ่งผลิตเกินกว่าโควตามาโดยตลอด รวมไปถึงรัสเซียที่แม้จะผลิตต่ำกว่าโควตา แต่ก็ผลิตเพิ่มขึ้นมากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา”

 

ดังนั้นหากโดยรวม OPEC (+) ไม่ลดการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มเติม ตลาดน้ำมันโลกก็จะเข้าสู่ภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupplied) ในที่สุด  

 

น้ำมันล้นตลาด – OPEC ส่อแวววงแตก สมาชิกขอถอนตัว

ข้อมูลจากรายงาน Monthly Oil Market Report ของ OPEC ฉบับเดือนตุลาคม 2562 คาดการณ์ว่าความต้องการน้ำมันดิบของโลกจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.08 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถือว่าต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2554 ตามการเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอลง ขณะเดียวกันปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากนอกกลุ่ม OPEC จะเติบโตขึ้น 2.20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ดังนั้นหาก OPEC ยังผลิตน้ำมันเท่าเดิม ตลาดน้ำมันโลกจะเข้าสู่ภาวะ Oversupplied ในปี 2563

 

ส่วนหนึ่งเพราะภายในประเทศสมาชิก OPEC เอง บางประเทศมีการผลิตน้ำมันดิบเกินโควตา ชี้ให้เห็นถึงการขาดวินัยในการปฏิบัติตามข้อตกลงลดปริมาณการผลิตของกลุ่ม OPEC+

 

นอกจากนี้ยังมีข่าวความขัดแย้งในกลุ่ม OPEC ที่เกิดขึ้นมาระยะหนึ่ง ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันตกต่ำเรื้อรังในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ เอกวาดอร์ประกาศจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิก OPEC ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 หลังประสบปัญหาทางด้านการเงินภายในประเทศ และต้องการที่จะเพิ่มการผลิตน้ำมันเพื่อหารายได้เข้าประเทศ ปัจจุบันเอกวาดอร์เป็นผู้ผลิตน้ำมันขนาดเล็กซึ่งผลิตน้ำมันดิบ 5.4 แสนบาร์เรลต่อวัน แต่หากย้อนดูปริมาณการผลิตสูงสุดในปี 2557 ของเอกวาดอร์ พบว่าสามารถผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นได้อีก 2.4 หมื่นบาร์เรลต่อวัน 

 

ก่อนหน้านี้กาตาร์และอินโดนีเซียได้ประกาศถอนตัวจาก OPEC มาแล้วเมื่อต้นปี 2562 และ 2560 ตามลำดับ ทางกาตาร์ขอถอนตัวโดยอ้างความไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจของกลุ่ม OPEC ด้านอินโดนีเซียกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ ซึ่งการพยายามควบคุมการผลิตเพื่อดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นนั้นส่งผลเสียต่อประเทศมากกว่าผลดี

 

หลังจากนี้ความท้าทายของกลุ่ม OPEC มีทั้งการพยายามควบคุมปริมาณการผลิตให้อยู่ภายใต้โควตาที่ตกลงกันไว้ รวมไปถึงการพยายามลดปริมาณการผลิตเพิ่มเติมอีก เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะอุปทานล้นตลาดในปีหน้า

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories