อิรักส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณาถอนตัวจากองค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) หากไม่ได้รับการเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมัน ขณะที่นักวิเคราะห์จับตาว่า หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อ OPEC หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถอนตัวจากองค์กรไปเมื่อราว 2 เดือนก่อน
ประเด็นสำคัญ
เกิดอะไรขึ้น ทำไมอิรักจึงพิจารณาถอนตัวจาก OPEC
เมื่อคืนนี้ (26 มิถุนายน) Reuters รายงานว่า อิรักเคยพิจารณาถอนตัวจาก OPEC หลังวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซจากสงครามอิหร่านส่งผลให้การส่งออกน้ำมันหยุดชะงัก และรายได้ของประเทศลดลงอย่างหนัก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงน้ำมันอิรักเปิดเผยกับ Reuters ว่า รัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตการคลังจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง จึงต้องการให้ OPEC ปรับเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันของอิรัก เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพการผลิตของประเทศ
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุว่า แผนปัจจุบันของอิรักคือยังคงเป็นสมาชิก OPEC และเดินหน้าเจรจาเพื่อขอเพิ่มโควตาการผลิต ส่วนการถอนตัวจากองค์กรนั้น ‘ยังเร็วเกินไป’ แต่รัฐบาลยังคาดหวังว่า OPEC จะปรับเพิ่มโควตาให้
“หากเรื่องดังกล่าวไม่เกิดขึ้น ก็จะมีการตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือถอนตัวจากองค์กร” ผู้แทนอิรักระบุผ่าน Bloomberg
อย่างไรก็ตาม กระทรวงน้ำมันอิรักออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันว่า รายงานข่าวดังกล่าวไม่ใช่จุดยืนอย่างเป็นทางการของรัฐบาล พร้อมย้ำว่า อิรักกำลังผลักดันให้มีการทบทวนโควตาการผลิตตามศักยภาพของประเทศ และตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 7 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงหลายปีข้างหน้า
ปัจจุบัน OPEC กำหนดโควตาการผลิตของอิรักในเดือนกรกฎาคมไว้ที่ 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่การผลิตจริงยังต่ำกว่าระดับดังกล่าว เนื่องจากการส่งออกได้รับผลกระทบจากวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ
อิรักเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของ OPEC รองจากซาอุดีอาระเบีย โดยยังเป็น 1 ใน 5 ประเทศผู้ก่อตั้งองค์กรเมื่อปี 1960 ทำให้หากอิรักถอนตัวในอนาคต จะถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายต่อเอกภาพของ OPEC
OPEC ทบทวนโควตาการผลิต ท่ามกลางแรงกดดันจากประเทศสมาชิก
ท่าทีของอิรักเกิดขึ้นหลัง UAE ถอนตัวจาก OPEC เมื่อเดือนเมษายน หลังไม่พอใจโควตาการผลิตที่ไม่ได้รับการปรับเพิ่ม และมีความตึงเครียดสะสมกับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้นำโดยพฤตินัยของกลุ่ม
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า หลังถอนตัวจาก OPEC แล้ว UAE เพิ่มการส่งออกน้ำมันเกือบ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิถุนายน ทำให้ปริมาณการส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 4.05 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ขณะเดียวกัน Reuters รายงานว่า OPEC+ ซึ่งประกอบด้วย OPEC และประเทศพันธมิตรนำโดยรัสเซีย กำลังทบทวนศักยภาพการผลิตของประเทศสมาชิก เพื่อนำไปใช้กำหนดโควตาการผลิตใหม่ในปี 2027 โดยผลการประเมินครั้งนี้อาจส่งผลต่อข้อเรียกร้องของอิรักในการขอเพิ่มโควตาการผลิต
ก่อนหน้านี้ สมาชิกหลัก 7 ประเทศของ OPEC+ ได้รับการปรับเพิ่มโควตาการผลิตรวมเกือบ 6 แสนบาร์เรลต่อวันระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน แต่หลายประเทศยังไม่สามารถผลิตได้ตามโควตาใหม่ เนื่องจากการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง
ด้านแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมน้ำมันของรัสเซียมองว่า การเรียกร้องของอิรักไม่น่าจะเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อข้อตกลงของ OPEC+ และการปรับเพิ่มโควตาให้อิรักเพียงเล็กน้อยอาจช่วยคลี่คลายแรงกดดันภายในกลุ่มได้
ภาพ: Mahmoud Hassano / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.ft.com/content/1e59c76b-d1a4-4df7-8378-5219db3a3b80?syn-25a6b1a6=1
- sources-2026-06-25/” style=”color: #999999; text-decoration: underline;” target=”_blank” rel=”noopener”>https://www.reuters.com/business/energy/iraq-consider-all-options-if-opec-quota-is-not-raised-has-weighed-exit-sources-2026-06-25/


