×
395932

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบช่องลึกใต้ก้นทะเล ตัวการวิกฤตธารน้ำแข็งยักษ์ ‘ทเวทส์’ ในแอนตาร์กติกาละลายเร็ว

โดย THE STANDARD TEAM
11.09.2020
  • LOADING...

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากองค์กรความร่วมมือธารน้ำแข็งทเวทส์ระหว่างประเทศ (International Thwaites Glacier Collaboration: ITGC) เผยแพร่ข้อมูลการค้นพบช่องว่างก้นทะเลลึกใต้ธารน้ำแข็งทเวทส์ ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งขนาดยักษ์ในทวีปแอนตาร์กติกาฝั่งตะวันตก โดยมีความเป็นไปได้ที่ช่องว่างก้นทะเลนี้อาจเป็นสาเหตุให้ธารน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นทางเชื่อมให้กระแสน้ำอุ่นจากมหาสมุทรไหลเข้าไปละลายด้านใต้ของธารน้ำแข็ง

 

ธารน้ำแข็งทเวทส์ หรือที่รู้จักอีกชื่อว่า ‘ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก’ มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 1.92 แสนตารางกิโลเมตร หรือเทียบได้กับขนาดของประเทศอังกฤษหรือรัฐฟลอริดาของสหรัฐอเมริกา โดยที่ผ่านมา ธารน้ำแข็งขนาดยักษ์นี้มีความอ่อนไหวต่อภาวะสภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงของมหาสมุทร

 

ข้อมูลการค้นพบดังกล่าวเผยแพร่ลงใน The Cryosphere วารสารด้านวิทยาศาสตร์ชื่อดัง โดยทีมนักวิทยาศาสตร์พยายามศึกษาและทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น จากการเก็บข้อมูลจากธารน้ำแข็งทเวทส์ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม ปี 2019 ซึ่งมีการใช้ทั้งเครื่องบินสำรวจเหนือธารน้ำแข็ง และใช้เรือตัดน้ำแข็ง RV Nathaniel B.Palmer ของโครงการวิจัยแอนตาร์กติกของสหรัฐอเมริกาในการทำแผนที่พื้นทะเล ทำให้ได้ภาพจำลองที่แสดงให้เห็นช่องว่างก้นทะเลดังกล่าว

 

“มันวิเศษมากที่สามารถทำแผนที่ช่องและระบบโพรงที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็ง พวกมันลึกกว่าที่คาดไว้ บางแห่งลึกมากกว่า 800 เมตร และสร้างการเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างมหาสมุทรกับธารน้ำแข็ง” ดร.ทอม จอร์แดน นักธรณีฟิสิกส์จากองค์กรสำรวจแอนตาร์กติกของอังกฤษ (BAS) ผู้นำการสำรวจทางอากาศระบุ

 

ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา พบว่าปริมาณน้ำแข็งที่ละลายจากธารน้ำแข็งทเวทส์ลงสู่ทะเลอามันด์เซนในทวีปแอนตาร์กติกาทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นราว 4% ขณะที่ธารน้ำแข็งอื่นๆ ใกล้เคียงนั้นมีอัตราการละลายของน้ำแข็งที่มากกว่าถึง 5 เท่า ซึ่งการถล่มลงของธารน้ำแข็งทเวทส์ อาจทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงถึง 65 เซนติเมตร โดยนักวิทยาศาสตร์กำลังเร่งหาคำตอบเพื่อประเมินว่าการถล่มของธารน้ำแข็งนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นเร็วแค่ไหน

 

จากข้อมูลการสำรวจพบว่าพื้นทะเลใต้ธารน้ำแข็งนั้นลึกกว่าที่คิด และมีช่องและระบบโพรงที่อยู่ติดกัน ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นเส้นทางให้น้ำอุ่นจากมหาสมุทรไหลผ่านใต้ชั้นน้ำแข็งไปจนถึงจุดที่น้ำแข็งบรรจบกับก้นทะเล

 

ดร.จอร์แดน เปิดเผยว่าหลังจากนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลของช่องและโพรงใต้ธารน้ำแข็งทเวทส์ เพื่อจะสามารถจำลองถึงผลกระทบที่เกิดต่อธารน้ำแข็งในอนาคต และเชื่อมั่นว่าจะเป็นก้าวที่สำคัญในการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งขนาดยักษ์นี้

 

“ในท้ายที่สุดเราจะสามารถบอกกับรัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายได้ว่านี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้น… เราจะมีการประมาณที่เหมาะสมว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับธารน้ำแข็งทเวทส์” ดร.จอร์แดน กล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories