วันนี้ (4 พฤษภาคม) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล (NIDA Poll) ในหัวข้อ ‘คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว’ ซึ่งสะท้อนมุมมองของประชาชนในพื้นที่ต่อเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล โดยผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการจำนวน 1,333 คน พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 มีความเห็นด้วยกับโครงการ (แบ่งเป็นกลุ่มที่เห็นด้วยมากร้อยละ 34.21 และค่อนข้างเห็นด้วยร้อยละ 33.01)
ในขณะที่มีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยประมาณร้อยละ 32.78 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการขับเคลื่อนโครงการ ควบคู่ไปกับความท้าทายที่ภาครัฐต้องเพิ่มบทบาทในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญจากผลสำรวจในมิติของความเข้าใจ ซึ่งพบว่าประชาชนกว่าร้อยละ 54.53 เคยได้ยินชื่อโครงการแต่ยังมีความเข้าใจเพียงเล็กน้อย ตัวเลขนี้ถือเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการสร้างการรับรู้ เพื่อให้ประชาชนทั้งกลุ่มที่ยังไม่เคยได้รับข้อมูลหรือกลุ่มที่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน สามารถเข้าถึงข้อเท็จจริงเชิงลึกได้อย่างถูกต้อง
ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบาย รัชดาระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการและกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่สร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กระบวนการตัดสินใจและการผลักดันโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ
ทั้งนี้ ในมุมมองของนักวิชาการและภาคส่วนต่าง ๆ แม้จะมีความคิดเห็นที่หลากหลายทั้งในเชิงสนับสนุนและตั้งข้อสังเกต แต่ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าโครงการแลนด์บริดจ์คือยุทธศาสตร์สำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย ทั้งในมิติของการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงานสร้างอาชีพ และการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับข้อห่วงใยจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องมูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ โดยยืนยันว่าทุกประเด็นจะต้องผ่านการศึกษาในรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน เพื่อกำหนดมาตรการรองรับที่เหมาะสม และรับประกันว่าโครงการจะสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
“นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ทุกข้อสงสัยต้องสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมของโครงการจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ แต่ตราบใดที่ยังมีข้อกังวล ภาครัฐก็ต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างจริงจัง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการดำเนินไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง” รัชดา กล่าวทิ้งท้าย


