×

The Bar Ladphrao 71 ค็อกเทลบาร์ไร้ชื่อของชาวลาดพร้าว ที่เราอยากให้คุณมานั่งดื่มก่อนกลับบ้าน

29.03.2019
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • หน้าร้านไม่มีชื่อ จุดสังเกตมีแต่ป้ายสะกดคำว่า ‘Cocktail Bar’ มีม่านบางๆ ประดับไฟนีออนรูปแก้วมาร์ตินี และลูกศรชี้ชวนให้แวะเข้าร้าน
  • บาร์ที่เกิดจากความฝันและความชอบ จากจุดเริ่มต้นของเด็กทำความสะอาดบาร์ในสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งได้ยืนอยู่หลังบาร์ จนเปิดบาร์เคลื่อนที่ในรถโฟล์ก และในที่สุดก็เกิดเป็นค็อกเทลบาร์ไร้ชื่อ ที่พักพิงดับกระหายของชนรักค็อกเทลย่านลาดพร้าว
  • วัฒนธรรมค็อกเทลนั้น แท้จริงแล้วผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กันประหนึ่งวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ คนนิวยอร์กเดินเข้าออกค็อกเทลบาร์กันทั้งวัน หรือไม่ก็สั่งค็อกเทลมาดื่มกันทุกช่วงเวลา ผู้คนมากหน้าหลายตาแวะไปบาร์ไม่ต่างอะไรจากการไปคาเฟ่ ไม่มีอาการเคอะเขินหรือเกร็งมากมาย เพราะค็อกเทลเป็นหนึ่งในวิถีชีวิต ไม่ได้มีความเป็นโอกาสพิเศษในการเข้าสังคม

ได้ยินจากสหายชาวบาร์เทนเดอร์มาว่า มีบาร์เล็กๆ ที่เป็นเหมือนจุดแวะพักก่อนกลับบ้านของชาวลาดพร้าว แถมยังมีค็อกเทลรสชาติดีและราคาชวนยิ้ม หลังจากเปิดกูเกิลแมปดูเส้นทาง ไม่นาน เราก็มายืนอยู่หน้าร้าน ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบยามค่ำคืน ร้านรวงรอบข้างก็ปิดกันหมด มองไปมองมาก็แอบถามตัวเองในใจว่า ‘เรามาทำอะไรที่นี่’

 

หน้าร้านไม่มีชื่อ จุดสังเกตมีแต่ป้ายสะกดคำว่า ‘Cocktail Bar’ มีม่านบางๆ ประดับไฟนีออนรูปแก้วมาร์ตินี และลูกศรชี้ชวนให้แวะเข้าร้าน หลังจากผลักประตูเข้าไป พลันพบกับแสงไฟสลัวสีส้มอมแดง แล้วเราก็พบบาร์เทนเดอร์หนุ่มผู้ยืนเงียบสงบหลังบาร์ คล้ายฉากหนังเรื่อง Cocktail (1988) อย่างไรอย่างนั้น

 

มานั่งถกเรื่องเครื่องดื่มกับคุณเท็นก่อนกลับบ้านกันสักคืนไหม?

 

“เราทุกคนควรมีที่ที่สามารถ One drink and go home ได้”

 

นี่คือความตั้งใจของ คุณเท็น-ก้องภพ อ่อนนิ่ม บาร์เทนเดอร์และเจ้าของร้าน ผู้พูดถึงบาร์ไร้ชื่อของตัวเอง พลางเล่าเรื่องราวชีวิตที่ทำให้เกิดการตกผลึกจนเป็นบาร์ ‘โนเนม’ แห่งนี้

 

คุณเท็นเล่าถึงจุดเริ่มต้นชีวิตที่คลุกคลีกับบาร์ ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยไปเวิร์กแอนด์ทราเวลสิบกว่าปีที่แล้ว ที่นอร์ธดาโกตาในสหรัฐอเมริกา จากจุดเริ่มต้นเป็นเด็กทำความสะอาด จนกระทั่งได้ยืนอยู่หลังบาร์ หลังจากกลับมาไทยก็เปิดบาร์เคลื่อนที่ในรถโฟล์ก ตระเวนไปตามอีเวนต์และตลาดนัดต่างๆ ทำได้สักพักก็บินไปนิวยอร์ก เพื่อทำงานและศึกษาต่อด้าน Visual Arts และ Drawing ดังจะเห็นได้จากผลงานส่วนตัวที่แขวนและวางในร้าน ทั้งภาพวาดและภาพถ่าย

 

ใครจะรู้ล่ะว่า มีสปีกอีซีง่ายๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในลาดพร้าวด้วย

 

สิ่งหนึ่งที่คุณเท็นสังเกตจากการไปอยู่นิวยอร์กคือ วัฒนธรรมค็อกเทลที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ประหนึ่งวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ คนนิวยอร์กเดินเข้าออกค็อกเทลบาร์กันทั้งวัน หรือไม่ก็สั่งค็อกเทลมาดื่มกันทุกช่วงเวลา ผู้คนมากหน้าหลายตาแวะไปบาร์ไม่ต่างอะไรจากการไปคาเฟ่ ไม่มีอาการเคอะเขินหรือเกร็งมากมาย ค็อกเทลเป็นหนึ่งในวิถีชีวิต ไม่ได้มีความเป็นโอกาสพิเศษในการเข้าสังคม และแน่นอนว่า นี่คือหนึ่งในความตั้งใจที่คุณเท็นมีให้กับบาร์แห่งนี้ อยากให้เป็นเหมือนคาเฟ่ที่เปิดกลางคืน เน้นเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลัก และมานั่งเล่น พูดคุย บ่น เมาท์ แซะ หรืออะไร เขาก็เปิดรับทั้งนั้น

 

แสงสลัวโรแมนติกนิดๆ ชวนคนสนิทมาออกเดตได้

 

The Vibe

The Bar Ladphrao 71 (เราตั้งให้ว่าบาร์ลาดพร้าว 71 แล้วกัน​) แห่งนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เน้นความเรียบง่าย ตกแต่งด้วยภาพถ่ายและภาพวาดฝีมือคุณเท็นเอง ไฟนีออนสลัว ราวกับไดฟ์บาร์ผสมกับความนีออน 80’s กับเพลงคลอเบาๆ และจอทีวีที่ฉายภาพปลาว่ายเวียนในบ่อ ทำให้บรรยากาศสงบ และโดยปกติจะเปิดเพลงแจ๊ส ฮิปฮอป อาร์แอนด์บี ไปถึงเพลงโซล เอาเข้าจริง ใครว่าการไปบาร์จะต้องไปกันหลายคน มาคนเดียวแล้วนั่งหน้าบาร์ก็ไม่เห็นจะแปลก ถ้าไม่อยากจิบตามเมนู สามารถให้คุณเท็นทำค็อกเทลสูตรเฉพาะสำหรับคุณคนเดียวเลยสิ จะเป็นไรไป ขอแค่บอกรสชาติที่ใช่ เหล้าที่ชอบ หรืออารมณ์ ณ ขณะนั้น อีกสักพักค็อกเทลเย็นๆ ก็จะเสิร์ฟตรงหน้า

 

ด้วยความที่ชายหลังบาร์อยากให้ทุกคนได้เข้าถึงความเป็นค็อกเทล บาร์ลึกลับแห่งนี้จึงไม่มีเมนูแฟนซีหรือขั้นตอนวิจิตรพิสดารอะไร ทำให้สามารถสั่งคลาสสิกค็อกเทลที่มีลิสต์ให้เลือกหลายสิบตัวได้ในราคาแก้วละ 280-320 บาท ซึ่งคุณเท็นใช้เฉพาะเหล้าคุณภาพดี ไม่กั๊กปริมาณ แต่ถ้าเกิดเพื่อนที่มาด้วยหาใช่สายแอลกอฮอล์ ก็ไม่ต้องเคอะเขินที่จะสั่งมิลก์เชกสมูทตี้ไปจนโปรตีนเชก ที่ก็มีบริการให้เพื่อนๆ ทุกคนได้เมาท์กันยาวๆ แบบไม่ต้องกลัวเดินเซ

 

Vieux Carre

 

The Drinks

แก้วแรกมาเบาๆ กับค็อกเทลยุค Prohibition ที่ย้อนไปสู่ยุคห้ามขายเหล้า ซึ่งสูตรค็อกเทลมักจะใช้เหล้าพื้นฐานอย่างจิน แล้วมาเติมรสชาติด้วยน้ำตาล น้ำผึ้ง หรือผลไม้ตระกูลซิตรัส เช่นเดียวกับ Bee’s Knees (280 บาท) ซึ่งเบสด้วยจิน แล้วเพิ่มรสชาติด้วยน้ำผึ้งกับเลมอน ทำให้ดื่มง่ายและไม่รู้สึกถึงความเป็นเหล้าจนเกินไป

 

เพิ่มดีกรีความเข้มอีกระดับกับค็อกเทลเบสเตกีลา พักมาการิต้าไว้ก่อน แล้วมาจิบ Paloma (280 บาท) ใช้เหล้าเตกีลาเป็นหลัก ผสมผสานกับเหล้าหวานรสส้ม เกรปฟรุต มะนาว น้ำเชื่อม และโซดา ให้รสเปรี้ยวซ่าสดชื่น ชวนนึกถึงบรรยากาศริมทะเล

 

ฮอตด็อกรองท้อง และ The Curious Sour เครื่องดื่มเฉพาะตัวจากโจทย์ตามใจฉัน

 

สำหรับคนชอบสปิริตฟอร์เวิร์ดหรือผู้คุ้นเคย Sazerac หรือ Old-Fashioned เราอยากให้เปลี่ยนบรรยากาศเป็น Vieux Carre (320 บาท) ค็อกเทลรสเข้ม เหล้าเต็ม และดื่มไม่ยากอย่างที่คิด ส่วนผสมซับซ้อน (เอามาก) มีแต่เหล้า เหล้า เหล้า และเหล้า ได้แก่ ไรย์วิสกี้ คอนยัก แอบซินธ์ และเบเนดิกทีน (เหล้าหวานรสสมุนไพร) แม้ว่าจะเป็นเหล้าล้วนไม่มีไซรัปผสม แต่กลับไม่ขมหรือดื่มยากนัก เพราะได้รสหวานจากเหล้าเบเนดิกทีน แถมยังหอมกลิ่นสมุนไพร จิบแรกอาจจะไม่คุ้นลิ้น แต่พอยิ่งนานเข้าก็ยิ่งติดใจ อย่างไรก็ตามด้วยความที่เป็นค็อกเทลสปิริตฟอร์เวิร์ด และเหล้าทุกตัวที่ผสมมีปริมาณแอลกอฮอล์ค่อนข้างสูงกว่าเหล้าทั่วไป ทำให้ค็อกเทลแก้วนี้ แม้จะเจือจางกับน้ำแข็งแล้ว แต่ปริมาณแอลกอฮอล์อาจสูงถึง 50% เลยทีเดียว ดังนั้นโปรดจิบด้วยความระมัดระวัง เราเตือนคุณแล้วนะ

 

อาหารรองท้องแบบรับประทานง่ายก็มี

 

นอกจากคลาสสิกค็อกเทลในเมนู ถ้ายังคิดไม่ตกว่าจะสั่งอะไรดี เราตั้งโจทย์ให้เขาว่า อยากดื่มรสที่น่าจะอยู่ในอาหาร เขาหยิบรัม สไปซ์รัม ดรายเวอร์มุธ น้ำเชื่อมอัลมอนด์ น้ำกระเทียมดอง ขิง พริกไทย และเกลือ มารังสรรค์เป็น The Curious Sour (280 บาท) ค็อกเทลรสชาติเค็มอมเปรี้ยว ตามด้วยความหวานที่ปลายลิ้น

 

ส่วนคนที่หวังมาฝากท้อง นอกเหนือจากร้านอาหารอร่อยมากมายในย่านลาดพร้าวและสุคนธสวัสดิ์แล้ว ทางร้านก็มีของกินเล็กๆ น้อยๆ ให้สั่งกัน ทั้งป๊อปคอร์น ฮอตด็อก (160 บาท) หรือ สปาเกตตี (180 บาท) ส่วนผู้ที่ไม่สันทัดค็อกเทล ก็สามารถสั่งไฮบอลล์หรือออนเดอะร็อก ก็ดับกระหายได้เช่นกัน

 

 

What You Should Know

  • Prohibition Era หรือยุคมืดของวงการแอลกอฮอล์ เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงทศวรรษ 1930 ในยุคนั้นทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องต้องห้ามและผิดกฎหมาย ทำให้การกลั่นเหล้าและกิจกรรมสังสรรค์ที่เกี่ยวพันกับแอลกอฮอล์ต้องจัดขึ้นในที่ลับ Bathtub Gin และ Speakeasy Bar จึงเป็นผลพวงของยุค Prohibition การทำเหล้าแบบมือสมัครเล่น ใครๆ ก็สามารถทำเองได้ที่บ้านโดยไม่ต้องลงทุนเยอะ ใช้พื้นที่น้อย และหลบพิรุธจากตำรวจ จึงลงเอยที่การทำเหล้าจินในอ่างอาบน้ำ ส่วนบาร์ เลานจ์ และซาลูน ที่เคยเปิดกันตามท้องถนนทยอยหายไป เพราะกลัวถูกดำเนินคดี การแฮงเอาต์จึงต้องทำแบบหลบซ่อน ไม่มีทางเข้าโจ่งแจ้งหรือป้ายสัญลักษณ์ใดๆ ผู้คนซุบซิบพูดถึงกันแบบปากต่อปาก สปีกอีซีจึงซ่อนตัวอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นหลังตู้หนังสือ ในร้านขายยา ใต้ดิน ดาดฟ้า หรือที่ไหนก็แล้วแต่ แม้ภายหลังสหรัฐอเมริกาจะกลายเป็นโลกเสรี แต่ควันหลงในความหลังของยุค Prohibition ก็ยังคละคลุ้งอยู่ จนกลายเป็นสไตล์หนึ่งของบาร์ยุคปัจจุบันไปเสียแล้ว

 

The Bar Ladphrao 71

Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 19.00-24.00 น.

Address: 126 สุคนธสวัสดิ์ ซอย 8 ลาดพร้าว 71 กรุงเทพฯ

Budget: 280-600 บาท

Contact: โทร. 09 5530 2721

Facebook: www.facebook.com/thebarladphrao71

Map: 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories