×

เมื่อลูกค้ารายใหญ่เริ่มถามหาตัวเลขคาร์บอน เวที ‘Thailand SD SME Awards 2026’ จึงเป็นกุญแจให้ SME ไทย มีคำตอบ

โดย THE STANDARD TEAM
01.09.2026
  • LOADING...
ภาพผู้บริหาร SME D Bank, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่าย ร่วมเปิดโครงการ Thailand SD SME Awards 2026

คำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่เริ่มมาพร้อมคำถามที่ SME หลายรายยังตอบไม่ได้ ว่าปีที่ผ่านมากิจการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปเท่าไร คำถามที่เคยวนอยู่แค่ในบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ จึงค่อยๆ ไหลลงมาถึงโรงงานเล็ก ร้านค้า และผู้รับจ้างผลิตรายย่อยที่อยู่ในสายการผลิตเดียวกัน

 

เหตุผลอยู่ที่กฎการรายงานซึ่งเปลี่ยนไปแล้ว เพราะองค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกไม่สามารถรายงานคาร์บอนเฉพาะภายในบริษัทตัวเองได้อีกต่อไป ทว่าต้องเก็บข้อมูลให้ครอบคลุมผู้จัดหาวัตถุดิบ คู่ค้า และตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งคนส่วนใหญ่ในห่วงโซ่นั้นคือ SME

 

โครงการ ‘Thailand SD SME Awards 2026’ ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดขึ้นมา คือเวทีที่ตั้งใจให้ SME ไทยได้เตรียมคำตอบเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า ก่อนที่คำถามจะเดินมาถึงหน้าประตูกิจการของตัวเอง

 

ภาพผู้บริหาร SME D Bank, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่าย ร่วมเปิดโครงการ Thailand SD SME Awards 2026 1

 

กติกาใหม่ที่มาถึงก่อนกฎหมายจะบังคับใช้

 

ความเร่งด่วนของเรื่องนี้มาจากสองทางพร้อมกัน ทางแรกคือกฎหมายในประเทศ เพราะร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ‘พ.ร.บ.ลดโลกร้อน’ อยู่ในขั้นตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา และคาดว่าจะบังคับใช้อย่างช้าที่สุดภายในไตรมาส 3 ของปี 2570

 

สิ่งที่กฎหมายฉบับนี้จะเปลี่ยนคือ การลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเดิมเป็นเรื่องสมัครใจ จะกลายเป็นข้อกำหนดที่ธุรกิจต้องทำตาม พร้อมวางระบบให้มีการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซ และเริ่มเก็บภาษีคาร์บอนจากเชื้อเพลิงอย่างน้ำมันและถ่านหิน โดยจะมีกฎหมายลูกออกตามมาเพื่อกำหนดรายละเอียดว่าใครต้องรายงานอะไรและเมื่อไร

 

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้ภาพไว้บนเวที EARTH JUMP 2026 ว่าประโยชน์ของการมีกฎหมายอยู่ที่การทำให้ภาคธุรกิจรู้ล่วงหน้าว่ากติกาจะออกมาหน้าตาแบบไหน จะต้องเตรียมข้อมูลอะไร และมีเวลาเท่าไร จึงวางแผนลงทุนได้โดยไม่ต้องเดา

 

ทางที่สองคือแรงจากคู่ค้า ซึ่ง ดร.พิรุณ ย้ำว่าธุรกิจไม่จำเป็นต้องรอให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ก่อน เพราะมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้าบังคับใช้อยู่แล้ว ส่วนบริษัทขนาดใหญ่ก็ต้องรายงานคาร์บอนที่ลากยาวไปถึงคู่ค้าทั้งสายการผลิต จนต้องเปลี่ยนสถานะซัพพลายเออร์ให้กลายเป็นพันธมิตรที่เดินไปด้วยกัน

 

สำหรับการยกระดับ SME เข้าสู่กลไกลดก๊าซเรือนกระจก ดร.พิรุณ สรุปว่าต้องมีของอยู่ 3 อย่าง คือข้อมูล ความรู้ความสามารถ และแหล่งเงินทุน โดยเวลานี้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมกำลังเร่งสนับสนุนทั้งด้านข้อมูลและงบประมาณให้ผู้ประกอบการ

 

ของ 3 อย่างที่ว่านั้น คือ สิ่งที่เวทีการประกวด ‘Thailand SD SME Awards 2026’ เตรียมไว้ให้ผู้เข้าร่วมครบทั้งชุด เพราะจะได้ใช้แพลตฟอร์มคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อรวบรวมและจัดทำข้อมูลการปล่อยก๊าซขององค์กร ได้เข้าหลักสูตรอบรมพร้อมที่ปรึกษาเฉพาะทาง และได้ช่องทางเข้าถึงสินเชื่อเพื่อธุรกิจสีเขียวในอัตราดอกเบี้ยพิเศษจาก SME D Bank

 

ภาพผู้บริหาร SME D Bank, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่าย ร่วมเปิดโครงการ Thailand SD SME Awards 2026 2

 

ข่าวดีคือความตั้งใจของผู้ประกอบการมีอยู่แล้ว เพราะผลประเมินของ SME D Bank พบว่า SME ไทยกว่า 80% เข้าใจความสำคัญของการทำธุรกิจสีเขียวดี สิ่งที่ยังขาดคือคนช่วยชี้ว่าก้าวแรกควรเริ่มจากอะไร และวิธีคำนวณคาร์บอนหรือวัดประสิทธิภาพพลังงานที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร

 

สิ่งที่ SME D Bank เอามาวางบนโต๊ะ

 

โครงการนี้ SME D Bank ไม่ได้ทำคนเดียว เพราะจับมือกับสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่รับผิดชอบด้านองค์ความรู้และวิธีวัด พร้อมภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 15 แห่งที่เข้ามาช่วยเสริมกำลังในแต่ละด้าน

 

ฝั่งธนาคารเองก็ทำงานกับโจทย์นี้มาก่อนแล้ว เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ทุ่มน้ำหนักไปที่การพาลูกค้าและผู้ประกอบการทั่วไปให้ก้าวเข้ามาอยู่ในระดับฐานราก หรือ ‘Baseline’ ของความยั่งยืนให้ได้ก่อน โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นโรงงาน เพราะครอบคลุมทั้งภาคบริการ ค้าปลีก และค้าส่ง ซึ่งภาคบริการเองก็ปล่อยคาร์บอนในปริมาณสูงไม่ต่างกัน

 

อีกบทบาทที่หาไม่ได้ง่ายจากสถาบันการเงินทั่วไป คือ ทีมงานของธนาคารเดินสายลงพื้นที่ไปคุยกับห่วงโซ่อุปทานของบริษัทขนาดใหญ่โดยตรง เพื่อหามาตรการจูงใจและพา SME ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความยั่งยืนเข้าไปอยู่ในบัญชีคู่ค้า หรือ ‘Vendor List’ ขององค์กรระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งเป็นคำตอบตรงตัวของคำถามเรื่องคาร์บอนที่ลูกค้ารายใหญ่ถามหา

 

นอกจากนั้นผู้เข้าร่วมยังได้รับการยอมรับในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ซึ่งมีน้ำหนักมากขึ้นในสายตานักลงทุนและคู่ค้าที่หันมาดูข้อมูลนอกงบการเงินประกอบการตัดสินใจ พร้อมโอกาสขยายเครือข่ายธุรกิจกับหน่วยงานพันธมิตรที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนโครงการ

 

“แรงกดดันจากกฎกติกาการค้าขายยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะข้อกำหนดด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัว จึงได้มอบนโยบายให้ SME D Bank หาแนวทางสนับสนุนให้เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากแนวทาง ESG ได้จริง” ดร.เดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการ SME D Bank ระบุ

 

รางวัล 4 สาขาที่ตั้งต้นจากปัญหาจริงของธุรกิจ

 

รางวัลของโครงการแบ่งเป็น 4 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาตั้งต้นจากปัญหาที่เจ้าของกิจการเจอในชีวิตจริง มากกว่าจะแบ่งตามศัพท์ด้านสิ่งแวดล้อม

 

ภาพผู้บริหาร SME D Bank, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่าย ร่วมเปิดโครงการ Thailand SD SME Awards 2026 3

 

สาขาแรกคือ Efficiency Leader ว่าด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน โดยประเมินการจัดการพลังงาน น้ำ ของเสีย และการมีส่วนร่วมของพนักงาน ปลายทางคือค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง จนกำไรและสภาพคล่องดีขึ้นแม้ยอดขายจะเท่าเดิม

 

สาขาที่สองคือ Green Pioneer ว่าด้วยการเพิ่มรายรับ โดยดูการจัดการคาร์บอน การพัฒนาสินค้าและบริการสีเขียว การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และการสื่อสารสร้างวัฒนธรรมภายในองค์กร เพื่อปรับโฉมของเดิมให้ขายลูกค้ากลุ่มที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้

 

สาขาที่สามคือ Adaptive Champion ว่าด้วยการรับมือความผันผวน ทั้งการประเมินความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ การจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ การลงทุนปรับโครงสร้างกายภาพเพื่อรับภัยพิบัติ และความพร้อมของบุคลากร

 

และ สาขาที่สี่คือ Impact Maker ว่าด้วยการสร้างคุณค่าร่วมตามแนวคิดของ Michael Porter ตั้งแต่พันธกิจเพื่อสังคม การดูแลห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นธรรม การวัดผลลัพธ์ทางสังคมด้วยเครื่องมืออย่าง SROI ไปจนถึงการจัดการกำไรตามหลักธรรมาภิบาล

 

คุณสมบัติผู้สมัครเปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล รวมถึงธุรกิจ E-commerce ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาคการผลิต

 

เส้นทาง 6 เดือน จาก 300 ราย ถึง 4 รางวัล

 

การคัดเลือกรอบแรกใช้แบบประเมิน 4 ด้าน แต่ละด้านให้คะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 5 โดยผู้ที่จะได้เข้าโครงการต้องได้อย่างน้อย 2 คะแนนในทุกด้าน หรือได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 8 คะแนน ซึ่งรับไว้ 300 ราย เพื่อให้ดูแลผู้เข้าร่วมได้อย่างใกล้ชิด

 

คะแนนระดับ 2 หมายถึงการมีนโยบายด้านความยั่งยืนเป็นลายลักษณ์อักษรและประกาศใช้ในองค์กรแล้ว ซึ่งเป็นระดับที่ SME ส่วนใหญ่ทำได้ไม่ยาก และยังมีประโยชน์แถมมาอีกทาง เพราะเกณฑ์ระดับนี้ออกแบบให้ตรงกับมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว หรือ Green Industry ของกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการที่จัดเอกสารชุดนี้ครั้งเดียว จึงนำไปยื่นขอใบรับรองจากภาครัฐได้เลย

 

จากนั้น 300 รายจะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่มเพื่อเข้าอบรม กลุ่มแรกเรียนเรื่องการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสินค้าและองค์กร ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ส่วนกลุ่มที่สองเรียนเรื่องการทำแผนรับมือวิกฤตและการวัดผลลัพธ์ทางสังคม จบแล้วทุกรายจะได้รับโจทย์กลับไปลงมือทำที่กิจการจริง แล้วส่งผลงานกลับมาให้คณะกรรมการตรวจ

 

ภาพผู้บริหาร SME D Bank, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่าย ร่วมเปิดโครงการ Thailand SD SME Awards 2026 4

 

ทั้งหมดทั้งมวลจะมีผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 16 ราย หรือสาขาละ 4 ราย โดยดูจากผลตรวจประเมินเชิงลึก 75% และความตั้งใจกับการส่งงาน 25% หลังจากนั้นคณะอาจารย์และนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเจ้าหน้าที่ธนาคาร จะลงพื้นที่ไปให้คำปรึกษาตัวต่อตัวถึงหน้างาน ช่วยจัดทำสมุดพาสปอร์ตธุรกิจสีเขียว และวางแผนเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียวไปพร้อมกัน

 

และในรอบตัดสิน จะเฟ้นหาเหลือสุดยอด 4 ราย ได้รับการยกย่องเป็น “ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้นแบบที่มีการดำเนินงานด้านความยั่งยืนยอดเยี่ยมใน 4 ด้านสำคัญ” เพื่อรับรางวัล Thailand SD SME Awards 2026 ในช่วงต้นปีหน้า (2570) โดย คะแนน 60% จะมาจากสิ่งที่แต่ละกิจการทำได้จริงตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ส่วนอีก 40% มาจากการนำเสนอต่อคณะกรรมการ หมายความว่ากิจการที่เริ่มจากจุดเล็กๆ แล้วตั้งใจทำต่อเนื่อง มีโอกาสได้รางวัลเท่ากับรายที่พร้อมกว่าตั้งแต่วันสมัคร

 

สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการ SME จะได้รับ เมื่อเข้าร่วมโครงการ Thailand SD SME Award เช่น โอกาสเข้าอยู่ใน Sustainability List สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทขนาดใหญ่และภาครัฐ ขยายเครือข่ายธุรกิจกับหน่วยงานพันธมิตร อีกทั้ง ได้การยอมรับในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านความยั่งยืน รวมถึง เติมเต็มศักยภาพการพัฒนาความยั่งยืนจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนสินเชื่อเพื่อธุรกิจสีเขียว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจาก SME D Bank

 

“หัวใจสำคัญที่สุดของรางวัลนี้ คือ ผู้ประกอบการทุกท่านที่เข้าร่วม จะได้รับสนับสนุนยกระดับพัฒนาทักษะตามแนวทางความยั่งยืน ขณะที่ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลรอบสุดท้าย จะเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายอื่นๆ อีกจำนวนมาก ยึดเป็นต้นแบบ” พิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าว

 

ผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จนถึงวันที่ 21 กันยายน 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของ SME D Bank เช่น เว็บไซต์ www.smebank.co.th , LINE Official Account ชื่อ SME Development Bank หรือสอบถามที่ส่วนพัฒนาความยั่งยืน โทร. 062-368-3183 และ 092-760-9177 รวมถึง Call Center 1357

 

คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า SME ไทยพร้อมแค่ไหน เพราะความตั้งใจมีอยู่แล้วตามที่ผลประเมินยืนยัน หากอยู่ที่ว่าจะเริ่มลงมือเมื่อไร และ 6 เดือนข้างหน้าคือช่วงเวลาที่เริ่มได้โดยมีคนเดินไปด้วยตลอดทาง

 

อ้างอิง : https://www.dailynews.co.th/news/5932478/

 
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising